
| เมื่อพนักงานใช้วันลาป่วย ลากิจ หรือพักร้อนหมดแล้ว แต่ยังมีเหตุจำเป็นต้องหยุดงานต่อ เช่น ดูแลคนในครอบครัวที่ป่วยหนัก ไปเรียนต่อระยะสั้น หรือจัดการธุระส่วนตัวที่เลี่ยงไม่ได้ ทางออกที่หลายองค์กรใช้คือ Leave Without Pay คือการอนุญาตให้พนักงานลาหยุดโดยไม่ได้รับค่าจ้างในวันที่ลา แต่ยังคงสถานะความเป็นพนักงานไว้ ไม่ต้องลาออก และกลับมาทำงานต่อได้เมื่อครบกำหนด |
แม้จะเป็นเรื่องที่พบบ่อยในการทำงานจริง แต่ Leave Without Pay กลับเป็นประเภทการลาที่ทั้งพนักงานและ HR เข้าใจคลาดเคลื่อนมากที่สุด ทั้งเรื่องว่ากฎหมายกำหนดไว้ไหม ลาได้กี่วัน หักเงินเดือนอย่างไร และกระทบประกันสังคมหรืออายุงานหรือไม่ บทความนี้ FlowAccount สรุปให้ครบในที่เดียว
เลือกอ่านได้เลย!
ToggleLeave Without Pay คืออะไร ?
Leave Without Pay คือการลาหยุดงานโดยไม่ได้รับค่าจ้างสำหรับวันที่ลา หรือที่เรียกในภาษาไทยว่า "ลาไม่รับค่าจ้าง" หรือ "ลาโดยไม่รับค่าจ้าง" โดยพนักงานยังคงสถานะเป็นลูกจ้างของบริษัทตามปกติ ไม่ถือเป็นการลาออกหรือสิ้นสุดสัญญาจ้าง เพียงแต่ในช่วงเวลาที่ลา นายจ้างไม่มีหน้าที่จ่ายค่าจ้าง และพนักงานไม่มีหน้าที่มาทำงาน
จุดสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ Leave Without Pay ไม่ใช่สิทธิตามกฎหมายแรงงาน พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานไม่ได้กำหนดประเภทการลานี้ไว้ จึงเป็นเรื่องที่ขึ้นอยู่กับข้อตกลงระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง หรือระเบียบข้อบังคับการทำงานของแต่ละบริษัท นายจ้างมีสิทธิอนุมัติหรือไม่อนุมัติก็ได้ ต่างจากลาป่วยหรือลาพักร้อนที่กฎหมายบังคับให้ต้องจัดให้ โดย Leave Without Pay มักถูกนำมาใช้ในสถานการณ์เหล่านี้
- พนักงานใช้สิทธิลาป่วยที่ได้รับค่าจ้าง 30 วันหมดแล้วแต่ยังมีอาการป่วยอยู่
- ใช้วันลากิจและพักร้อนหมดแล้ว แต่มีธุระจำเป็นที่เลี่ยงไม่ได้
- ลาไปเรียน อบรม หรือสอบระยะสั้น
- ลาบวชมากกว่า 15 วันขึ้นไป (หรือลาบวชในกรณีที่บริษัทเอกชนไม่มีนโยบายให้พนักงานลาบวช)
- ลาดูแลบุคคลในครอบครัวที่เจ็บป่วย
- ลาเดินทางไปต่างประเทศเป็นระยะเวลานาน
- การลาอื่น ๆ ในกรณีลูกจ้างใช้วันลาตามกฏหมายประจำปีครบหมดแล้ว
Leave Without Pay ต่างจากวันลาตามกฎหมายอย่างไร ?
วันลาที่กฎหมายกำหนดและ Leave Without Pay มีจุดต่างกันชัดเจน 3 เรื่อง คือ ที่มาของสิทธิ ค่าจ้าง และอำนาจตัดสินใจของนายจ้าง
| วันลาตามกฎหมาย (ลาป่วย ลากิจ พักร้อน ลาคลอด) | Leave Without Pay | |
| ที่มาของสิทธิ | พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน กำหนดขั้นต่ำไว้ | ข้อตกลงหรือระเบียบบริษัท ไม่มีกฎหมายบังคับ |
| ค่าจ้าง | ได้รับค่าจ้างตามเงื่อนไข เช่น ลาป่วยได้ค่าจ้างไม่เกิน 30 วัน/ปี | ไม่ได้รับค่าจ้างในวันที่ลา |
| นายจ้างปฏิเสธได้ไหม | ไม่ได้ หากลูกจ้างใช้สิทธิตามเงื่อนไข | ได้ เป็นดุลยพินิจของนายจ้าง |
| จำนวนวัน | ตามกฎหมายกำหนดขั้นต่ำ บริษัทให้มากกว่าได้ | ไม่มีกำหนด ขึ้นอยู่กับนโยบายบริษัท หรืออาจไม่ให้เลยก็ได้ |
| สถานะพนักงาน | คงอยู่ | คงอยู่ |
หรืออธิบายแบบเข้าใจง่าย วันลาตามกฎหมายเช่น ลาป่วย ลากิจ ลาพักร้อนเป็น "สิทธิ" ที่ลูกจ้างมีอยู่แล้ว ส่วน Leave Without Pay เป็น "ข้อตกลง" ที่ต้องขอและได้รับอนุมัติ ดังนั้นลำดับที่ถูกต้องคือใช้สิทธิลาป่วย ลากิจ และลาพักร้อนที่กฎหมายรับรองให้หมดก่อน แล้วจึงค่อยพิจารณาลาไม่รับค่าจ้างเป็นทางเลือกสุดท้าย
Leave Without Pay ได้กี่วัน ?
กฎหมายไม่ได้กำหนดจำนวนวันของ Leave Without Pay ไว้ว่าในแต่ละปีลูกจ้างจะสามารถลาโดยไม่รับค่าจ้างได้กี่วัน โดยจำนวนวันที่ลาได้จึงขึ้นอยู่กับระเบียบข้อบังคับการทำงานของแต่ละบริษัทและการตกลงกับนายจ้างเป็นรายกรณี
โดยสิ่งที่ HR ควรทำคือระบุหลักเกณฑ์ Leave Without Pay ไว้ในข้อบังคับการทำงานให้ชัดเจน ทั้งจำนวนวันสูงสุด เงื่อนไขการยื่น ระยะเวลาแจ้งล่วงหน้า และผู้มีอำนาจอนุมัติ เพราะหากไม่มีกติกาเป็นลายลักษณ์อักษร การพิจารณาจะกลายเป็นดุลยพินิจรายคน ซึ่งเสี่ยงต่อข้อครหาเรื่องความไม่เท่าเทียมและข้อพิพาทแรงงานในภายหลัง
ลูกจ้างลาไม่รับค่าจ้าง นายจ้างหักเงินเดือนอย่างไร ?
เมื่อพนักงานลาไม่รับค่าจ้าง นายจ้างจะหักค่าจ้างตามจำนวนวันที่ลาจริง โดยวิธีคำนวณที่ใช้กันทั่วไปสำหรับพนักงานรายเดือนคือ
ค่าจ้างที่หัก = (เงินเดือน ÷ 30) × จำนวนวันที่ลาไม่รับค่าจ้าง
ตัวอย่าง: พนักงานเงินเดือน 30,000 บาท ลาไม่รับค่าจ้าง 3 วัน → หัก (30,000 ÷ 30) × 3 = 3,000 บาท เงินเดือนที่ได้รับเดือนนั้นคือ 27,000 บาท
ทั้งนี้ตัวหารที่ใช้ (30 วัน หรือจำนวนวันจริงของเดือน หรือจำนวนวันทำงาน) ขึ้นอยู่กับระเบียบของแต่ละบริษัท สิ่งสำคัญคือต้องใช้วิธีเดียวกันอย่างสม่ำเสมอกับพนักงานทุกคน และระบุไว้ในข้อบังคับการทำงานให้ชัด ส่วนพนักงานรายวันจะไม่ได้รับค่าจ้างในวันที่ไม่ได้มาทำงานอยู่แล้ว จึงไม่ต้องคำนวณหักเพิ่มเติม

สิ่งที่ HR ต้องระวังคือ ห้ามนำวันหยุดประจำสัปดาห์หรือวันหยุดตามประเพณีที่อยู่ในช่วงลามาหักค่าจ้างด้วย เพราะวันหยุดเหล่านั้นลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าจ้างตามกฎหมายอยู่แล้ว ให้นับหักเฉพาะวันทำงานที่ลาจริงเท่านั้น
แนะนำแนวทางจัดการสิทธิ์การ Leave Without Pay ที่ HR ต้องรู้
เพื่อให้การลาไม่รับค่าจ้างเป็นธรรมกับทุกฝ่ายและไม่สร้างปัญหาภายหลัง HR ควรวางแนวทางดังนี้
- เขียนไว้ในข้อบังคับการทำงานให้ชัดเจน : เงื่อนไข จำนวนวันสูงสุด ระยะเวลาแจ้งล่วงหน้า ผู้อนุมัติ และวิธีคำนวณหักค่าจ้าง เพื่อให้ใช้มาตรฐานเดียวกันทั้งองค์กรและสอดคล้องกับกฎหมายแรงงาน
- ให้ใช้สิทธิวันลาตามกฎหมายก่อนเสมอ : ตรวจสอบว่าพนักงานยังมีวันลาป่วย ลากิจ หรือพักร้อนเหลืออยู่หรือไม่ ก่อนอนุมัติ Leave Without Pay
- บันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรทุกครั้ง : ทั้งใบขอลา ผลการอนุมัติ และวันที่ลาจริง เพื่อใช้อ้างอิงตอนคำนวณเงินเดือน และเป็นหลักฐานหากเกิดข้อพิพาท
- สื่อสารผลกระทบให้พนักงานเข้าใจก่อนตัดสินใจ : ทั้งจำนวนเงินที่จะถูกหัก ผลต่อประกันสังคม และสวัสดิการอื่น เพื่อให้พนักงานวางแผนการเงินได้
- เชื่อมข้อมูลวันลากับโปรแกรมเงินเดือน : จุดที่พลาดบ่อยที่สุดคือ HR อนุมัติลาไม่รับค่าจ้างแล้วลืมส่งข้อมูลให้ฝ่ายทำเงินเดือน ทำให้จ่ายเงินเดือนเต็มทั้งที่พนักงานลา หรือหักผิดจำนวนวัน
จัดการ Leave Without Pay ในบริษัทคุณให้เป็นระบบ ด้วยระบบลางานออนไลน์ FlowAccount
Leave Without Pay คือการลาที่ไม่มีกฎหมายบังคับ ทุกอย่างจึงขึ้นอยู่กับความชัดเจนของนโยบายบริษัทและความแม่นยำของการบันทึก ตั้งแต่การตรวจสอบว่าพนักงานใช้วันลาตามสิทธิหมดแล้วจริงหรือไม่ การอนุมัติที่เป็นลายลักษณ์อักษร ไปจนถึงการหักค่าจ้างให้ถูกต้องตามจำนวนวันที่ลาจริง และหากข้อมูลวันลากับข้อมูลเงินเดือนอยู่คนละที่ โอกาสพลาดก็เกิดขึ้นได้ทุกสิ้นเดือน
ระบบลางานออนไลน์ Leave Request ของ FlowAccount Payroll สามารถเข้ามาช่วยบริษัทของคุณได้ โดยพนักงานยื่นขอลาได้จากมือถือพร้อมระบุประเภทการลา หัวหน้างานกดอนุมัติได้ทันทีจากที่ไหนก็ได้ ระบบแสดงวันลาคงเหลือของแต่ละประเภทแบบเรียลไทม์ ทำให้ HR และหัวหน้างานเห็นทันทีว่าพนักงานใช้สิทธิลาป่วย ลากิจ และพักร้อนไปแล้วเท่าไหร่ ก่อนพิจารณากดอนุมัติ และสามารถตั้งค่าประเภทวันลาเพิ่มเติมตามนโยบายบริษัทได้ ช่วยให้ HR และนายจ้างจัดการการลาของลูกจ้างได้สะดวกขึ้น
ระบบลางานออนไลน์เป็นบริการเสริม (Add-on) ของ FlowAccount Payroll ราคา 249 บาทต่อเดือน หรือเหมาจ่ายรายปี 2,990 บาทต่อปี สมัครเพิ่มได้ทุกแพ็กเกจ ดูรายละเอียดและทดลองใช้ได้ที่ flowaccount.com/payroll
คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับ Leave Without Pay
Q : ตามกฏหมายระบุไว้ไหมว่า Leave Without Pay ได้กี่วัน ?
A : กฎหมายไม่ได้กำหนดจำนวนวันไว้ ขึ้นอยู่กับระเบียบข้อบังคับการทำงานของแต่ละบริษัทและการตกลงกับนายจ้าง บางบริษัทกำหนดเพดานต่อปี บางบริษัทพิจารณาเป็นรายกรณี ควรตรวจสอบระเบียบของบริษัทตัวเองเป็นหลัก
Q : นายจ้างปฏิเสธการขอ Leave Without Pay ได้ไหม ?
A : ได้ เพราะ Leave Without Pay ไม่ใช่สิทธิตามกฎหมาย แต่เป็นดุลยพินิจของนายจ้าง ต่างจากวันลาป่วย ลากิจ และพักร้อนที่กฎหมายกำหนดให้ลูกจ้างมีสิทธิใช้ตามกฏหมายแรงงาน
Q : ลาไม่รับค่าจ้างทั้งเดือน ยังเป็นผู้ประกันตนประกันสังคมอยู่ไหม ?
A : ยังเป็นผู้ประกันตนประกันสังคมมาตรา 33 อยู่ เพราะสถานะลูกจ้างไม่ได้สิ้นสุด แต่เดือนที่ไม่มีการจ่ายค่าจ้าง นายจ้างไม่ต้องนำส่งเงินสมทบ ซึ่งอาจมีผลต่อการนับเดือนสมทบสำหรับสิทธิประโยชน์บางประเภท ควรตรวจสอบกับสำนักงานประกันสังคมก่อนใช้สิทธิ์ลาแบบ Leave Without Pay
Q : พนักงานสามารถใช้ Leave Without Pay ก่อนใช้สิทธิ์ลาพื้นฐานได้ไหม ?
A : ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละบริษัท แต่ส่วนใหญ่ทาง HR หรือนายจ้างจะแนะนำให้ลูกจ้างใช้สิทธิ์วันลาตามกฏหมาย เช่น ลาป่วย ลากิจ ลาพักร้อน ให้หมดโควต้าของปีนั้น ๆ ก่อน แล้วค่อยใช้การลาโดยไม่รับค่าจ้าง
Q : บริษัทบังคับให้พนักงาน Leave Without Pay ได้ไหม ?
A : ไม่ได้เพราะการลาแบบ Leave Without Pay ต้องเกิดจากความยินยอมของลูกจ้าง หากนายจ้างสั่งหยุดงานฝ่ายเดียวโดยไม่จ่ายค่าจ้าง อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายแรงงาน กรณีบริษัทมีเหตุจำเป็นต้องหยุดกิจการชั่วคราว กฎหมายกำหนดให้ต้องจ่ายค่าจ้างไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของค่าจ้างปกติตามเงื่อนไขที่กำหนด
About Author

ที่ปรึกษาในด้าน HR Solutions และหลงใหลในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ผู้ใช้งานจริง ด้วยประสบการณ์ในสาย SaaS และระบบบริหารทรัพยากรบุคคล มุ่งเน้นการเชื่อมโยงมุมมองธุรกิจกับเทคโนโลยี เพื่อสร้างโซลูชันที่ใช้งานได้จริงและสร้างคุณค่าให้กับองค์กรอย่างยั่งยืน
เพิ่ม FlowAccount เป็นแหล่งข้อมูลที่ต้องการ (Preferred Source) บน Google เพื่อให้บทความจากเราแสดงในผลการค้นหาของคุณมากขึ้น
