ทำไมต้อง แยกบัญชี ธุรกิจกับส่วนตัว? ไม่ใช่เพราะกลัวสรรพากร

แยกบัญชี-บัญชีรายรับรายจ่าย

พื้นฐานด้านการเงินที่เจ้าของธุรกิจทุกคนควรนึกถึงเสมอ คือ การแยกบัญชีระหว่างธุรกิจกับส่วนตัวออกจากกัน เพื่อใช้ในการบริหารจัดการได้อย่างถูกต้อง และไม่มีปัญหาการเงินในอนาคต ซึ่งคนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจว่าทำไปเพื่อประเด็นทางภาษี แต่ความจริงแล้วมันมีอะไรซับซ้อนกว่านั้นครับ

อ่านเพิ่มเติม

Continue Reading

ใบกำกับภาษีอย่างย่อ คืออะไร

ใบกำกับภาษีอย่างย่อ



ต่อจากบทความที่แล้ว FlowAccount ได้กล่าวถึงชนิดของใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปไปแล้ว (อ่านเนื้อหาใบกำกับภาษีเต็มรูปได้ที่ ใบกำกับภาษี ) คราวนี้เรามารู้จักประเภทของใบกำกับภาษีอีกประเภทหนึ่งที่เราพบเห็นกันบ่อยๆ “ใบกำกับภาษีอย่างย่อ”


ซึ่งใบกำกับภาษีอย่างย่อ ก็คือเอกสารสำคัญในอีกรูปแบบหนึ่งสำหรับกิจการที่เป็น “กิจการค้าปลีก” ที่เป็นการขายให้กับผู้บริโภคโดยตรง หรือให้บริการรายย่อยแก่บุคคลจำนวนมาก

Continue Reading

ทำธุรกิจต้องเก็บตัวเลขอะไรบ้าง? ถึงจะรู้ว่ากิจการเรา “กำไร” หรือ “ขาดทุน” (ตอนสอง)

"กำไร" หรือ "ขาดทุน" (ตอนสอง)

"กำไรของธุรกิจ กับ ภาษี เป็นคนละเรื่องกัน"  โดยสิ่งที่เราจำเป็นต้องทำความเข้าใจนั้น คือ การแยกเรื่องคิดจากกันให้ถูกต้อง เพราะภาษีเป็นส่วนหนึ่งของกำไรธุรกิจ โดยสำหรับเจ้าของธุรกิจในรูปแบบบุคคลธรรมดา สิ่งที่ได้รับผลกระทบนั้น คือ ภาษีเงินได้ และ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งบทความในตอนนี้จะพาไปทำความเข้าใจหลักการในการคิดที่ควรใช้ เพื่อให้เราเห็นกำไรของธุรกิจมากที่สุดครับ

อ่านเพิ่มเติม

Continue Reading

ภาษีธุรกิจ EP7: เข้าใจเรื่อง “กำไร” ก่อนจะไปเสียภาษี ตอนจบ

 ประหยัดภาษี


“พี่หนอมครับ เอาแบบนี้ดีกว่าพี่ พี่ช่วยสรุปมาเลยว่าถ้าผมอยากจะ ประหยัดภาษี ต้องทำยังไงบ้าง เอาง่าย ๆ สั้น ๆ แบบเจนวายนะครับ ผมไม่ค่อยมีเวลามากเท่าไร”



“ได้ครับ จัดให้” แต่ยังไงช่วยไปอ่านบทความตอนที่ 1 – 4 ย้อนหลังก่อนนะ จะได้เข้าใจ ไม่งั้นสรุปไปถ้านึกไม่ออกก็ไม่เข้าใจอยู่ดี ฮ่า ๆ



เอาล่ะครับ…. หลังจากที่เขียนมาทั้งหมด 4 ตอนต่อกัน ตอนนี้ก็ถึงตอนสุดท้ายที่จะเป็นบทสรุปของบทความเข้าใจเรื่อง “กำไร” ก่อนจะไปเสียภาษีแล้วล่ะครับ โดยผมจะให้เทคนิคง่าย ๆ 3 ข้อ เพื่อทบทวนอีกทีครับว่า


ทำอย่างไรให้กำไรสุทธิทางภาษีของกิจการต่ำที่สุด เพื่อที่จะช่วยให้เรา ประหยัดภาษี ได้สูงสุด



สิ่งที่ต้องเริ่มต้นในการวางแผนภาษีเงินได้นิติบุคคล นั่นคือ ทำให้กำไรต่ำที่สุดอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และประเด็นแรกที่ผมอยากให้พิจารณา นั่นคือ การเริ่มต้นจากการบันทึกรายการทางบัญชีให้ถูกต้องครับ


1. บันทึกรายการทางบัญชีให้ถูกต้อง



โดยคำว่าถูกต้องของผมนั้น หมายความรวมถึงคำว่า “ครบถ้วน” ด้วยครับ เพราะรายการที่เกิดขึ้นทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจนั้น ควรนำมาบันทึกบัญชีไว้ เราจะได้ตรวจสอบได้ว่าธุรกิจเรานั้นมีกำไรและขาดทุนจริง ๆ เท่าไร เพื่อให้เข้าใจฝีมือในการบริหารจัดการธุรกิจของเรา เพราะก่อนที่จะวางแผนภาษี ธุรกิจเราควรจะอยู่รอดก่อนครับ



เทคนิคตรงนี้มีเพิ่มเติมเรื่องการลดงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ลงด้วยครับ นั่นคือ กรณีที่มีรายการค่าใช้จ่ายต้องห้าม ที่ไม่เกี่ยวกับธุรกิจ หรือรายจ่ายส่วนตัวที่เรารู้ว่าเป็นค่าใช้จ่ายของธุรกิจไม่ได้ ก็ไม่จำเป็นทีต้องเอามาบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทางบัญชีครับ เพื่อลดความซ้ำซ้อนและเสียเวลา และสุดท้ายก็ไม่มีประโยชน์อะไรในเรื่องภาษีอยู่ดีครับ


2. บริหารจัดการภาษีในสิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น

หลังจากที่เรามองภาพรวมของกำไรเบื้องต้นออกแล้ว สิ่งทีต้องบริหารจัดการต่อมาคือสิทธิประโยชน์ในการจัดการภาษีครับ ซึ่งจากรายการที่เล่ามาทั้งหมด 4 รายการ ในตอนที่ 2-4 จะเห็นว่าตัวช่วยเดียวที่พอจะเกี่ยวข้องและมีประโยชน์จริง ๆ คือ สิทธิประโยชน์ในการหักค่าใช้จ่ายได้เพิมขึ้น โดยถ้าอ้างอิงจากรูปในตอนที่ 4 จากแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคล จะเห็นว่ามีรายการต่าง ๆ ให้เลือกใช้มากมาย ได้แก่ รายจ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับลูกจ้าง การลงทุนในสินทรัพย์ การจ้างงานบุคคลพิเศษ (ผู้สูงอายุ นักศึกษา คนพิการ) รวมถึงการบริจาคต่าง ๆ


ภงด50/3

ดูภาพขนาดใหญ่ได้ที่นี่

 
 

สิ่งที่ผมอยากให้พิจารณา คือ ถ้าหากธุรกิจมีโอกาสใช้ได้และรายจ่ายเหล่านี้เกี่ยวกับการดำเนินงานของธุรกิจจริง การเลือกใช้สิทธิประโยชน์เหล่านี้ให้เหมาะสมจะมีประโยชน์เพิ่มขึ้นมากครับ แต่อย่าใช้เพื่อประหยัดภาษี โดยที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ เพราะสุดท้ายแล้วสิ่งที่เราคำนึงถึงคือการประหยัดค่าใช้จ่ายโดยรวม ไม่ใช่ภาษีครับ


3. คำนวณภาษีให้ถูกต้อง และจ่ายให้ตรงกำหนดเวลา



อ่านมาถึงข้อนี้ ใครหลายคนคงคิดว่า เฮ้ย มันง่าย ๆ แค่นี้เองเหรอ ใช่ครับ มันมีแค่นี้แหละครับ เพราะว่าการคำนวณภาษีได้ถูกต้อง จะมีผลเรื่องของการ ประหยัดภาษี แน่นอนครับ ตั้งแต่อัตราภาษีที่เลือกใช้ตามประเภทของกิจการที่แตกต่างกันไป เช่น ธุรกิจขนาดเล็กหรือ SMEs ที่มีทุนชำระไม่เกิน 5 ล้านบาท และรายได้รวมไม่เกิน 30 ล้านบาทจะได้รับสิทธิเสียภาษีในอัตราที่ต่ำกว่า (เรื่องนี้จะอธิบายขยายความในหัวข้อ “อัตราภาษี” ที่จะเขียนถึงในอนาคตครับ)



ส่วนเรื่องของการจ่ายให้ตรงกำหนดเวลานั้น ช่วยประหยัดภาษีได้แน่นอนจากการที่กิจการเราไม่ต้องเสีย “เบี้ยปรับ” และ “เงินเพิ่ม” ที่ต้องจ่ายเพิ่มเติมกรณีจ่ายล่าช้าหรือไม่ครบถ้วนนั่นเองครับ



“โหววว พี่หนอม ไม่เห็นมีเทคนิคดี ๆ เจ๋ง ๆ ซับซ้อน อย่างที่คนเขาสอนกันเลย” น้องคนเดิมเจ้าเก่ายังคงเอ่ยปากเหน็บแนมผมเบา ๆ หลังจากที่ได้รู้เทคนิคที่ผมแนะนำ


“หลาย ๆ คนมักจะหาทางลัด หรือทำทุกทางเพื่อ ประหยัดภาษี แต่รู้ไหมว่าบางที ค่าใช้จ่ายพวกนี้ แพงกว่าภาษีที่เราต้องจ่ายเสียอีกนะ”



ผมตอบไปจากประสบการณ์ และหวังว่าเขาจะรู้ได้ว่าจริง ๆ แล้วแก่นที่สำคัญที่สุดในการวางแผนภาษี คือ การทำให้ถูกต้องตามกฎหมายและเลือกใช้สิทธิที่ให้ประโยชน์ตามความเป็นจริงนั่นเอง



ตอนนี้บทความในหัวข้อ “เข้าใจเรื่อง “กำไร” ก่อนจะไปเสียภาษีของผม” ก็เดินทางมาถึงตอนจบแล้วล่ะครับ หวังว่าทั้ง 5 ตอนนี้จะช่วยให้ใครหลายคนเข้าใจในเรื่องของการวางแผนภาษีสำหรับการทำธุรกิจมากขึ้นด้วยนะครับ หลังจากนี้ในตอนต่อ ๆ ไปจะเป็นเรื่องของภาษีต่าง ๆ ที่ควรรู้เกี่ยวกับธุรกิจ ที่จะนำมาฝากกันเรื่อย ๆ ครับผม ยังไงก็ฝากติดตามกันต่อไปด้วยนะครับ รับประกันว่าได้รับความรู้เรื่องภาษีอย่างทั่วถึงแน่นอนครับ

Continue Reading

ภาษีธุรกิจ EP6: เข้าใจเรื่อง “กำไร” ก่อนจะไปเสียภาษี ตอนที่ 4

แบบแสดงรายการทางภาษี - เสียภาษีภาษีธุรกิจ EP6

“ปกติ แบบแสดงรายการทางภาษี อะไรเนี่ย ผมไม่เคยกรอกเลยครับพี่ ให้บัญชีเค้าทำมาให้ตลอด”

เจ้าน้องคนดีคนเดิมบ่นพึมพำหลังจากที่ผมแนะนำเรื่องการปรับปรุงกำไรในบทความ เข้าใจเรื่อง “กำไร” ก่อนจะไป เสียภาษี ตอนที่ 3 ไปเป็นที่เรียบร้อย



“อ้าวแล้วไม่คิดจะดูเลยเหรอว่าเค้ากรอกถูกหรือเปล่า” ผมแซวกลับไป ทั้ง ๆ ที่ในใจรู้คำตอบดีอยู่แล้ว 😁



สำหรับธุรกิจที่อยู่ในรูปแบบนิติบุคคล เชื่อว่าสิ่งที่คนส่วนใหญ่สนใจเมื่อดูแบบแสดงรายการคือตัวเลขภาษี ที่ระบุไว้ว่าต้องจ่ายแค่ไหน จ่ายแพงไปก็ใจสั่น ถ้าจ่ายถูกก็หวั่นใจว่าจะถูกตรวจสอบย้อนหลัง เอาเป็นว่าบทความในตอนนี้จะมาอธิบายหน้าตาและความหมายของแบบแสดงรายการทางภาษี ให้เข้าใจกันดีขึ้นครับ


Continue Reading

ภาษีธุรกิจ EP5: เข้าใจเรื่อง “กำไร” ก่อนจะไปเสียภาษี ตอนที่ 3

กำไรของธุรกิจ



“ผมว่าวิธีการคำนวณ กำไรของธุรกิจ ที่ต้องทำก่อนเสียภาษี มันดูยุ่งยากมากขึ้นเลยครับพี่ ทำไมเขาถึงไม่ทำให้ง่ายๆ ล่ะครับ”



เจ้าน้องคนเดิมยังบ่นเข้ามาใน TaxBugnoms เหมือนเช่นเคย เรื่องการคำนวณกำไรทางภาษีที่ผมได้เล่าไปในบทความเรื่อง “เข้าใจเรื่อง “กำไร” ก่อนจะไป เสียภาษี ตอนที่ 2″



อย่างที่เคยบอกไปครับว่า การคำนวณภาษีก่อนจะเสียภาษี นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อกฎหมายกำหนดธุรกิจต้องการหักค่าใช้จ่ายตามจริง ต้องทำตามที่กฎหมายกำหนด และโดยปกติแล้วธุรกิจที่อยู่ในรูปแบบบุคคลธรรมดา มักจะเลือกคำนวณเงินได้สุทธิเพื่อเสียภาษีตามวิธีการ “หักเหมาค่าใช้จ่าย” มากกว่า “ค่าใช้จ่ายจริง” เนื่องจากมีความสะดวกมากกว่า


แต่ในกรณีของนิติบุคคลนั้น ไม่มีทางเลือกครับ เพราะกฎหมายกำหนดให้คำนวณจาก

กำไรสุทธิทางภาษี (รายได้ทางภาษี – ค่าใช้จ่ายทางภาษี)

 

ซึ่งมาจากการปรับปรุงรายการกำไรสุทธิทางบัญชีด้วยรายการ 4 รายการต่อไปนี้ตามที่ผมได้อธิบายไปในตอนที่แล้ว เชื่อว่าหลายคนอ่านแล้วคงรู้สึกงงๆมึนๆใช่ไหมครับ เอาเป็นว่าผมทำสรุปเป็นตารางให้แบบนี้ดีกว่าครับ



ตารางรายได้



ทีนี้เรามาดูตัวอย่างกันดีกว่าครับเพื่อให้เข้าใจมากขึ้น


รายได้ทางภาษี

คือ รายการที่บัญชีไม่ได้ลงบันทึกเป็นรายได้ แต่ภาษีบอกว่าต้องเป็นบันทึกรายได้ (กำไรของธุรกิจ จะเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เสียภาษีเพิ่มขึ้น) ซึ่งรายการที่เห็นได้ชัดนั้นจะถูกกำหนดไว้มาตรา 65 ทวิ(4) แห่งประมวลรัษฏากรครับ ผมขอสรุปใจความออกมาเป็นภาษาคนได้ว่า


“ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม ก็ต้องมีรายได้
และห้ามคิดต่ำกว่าราคาตลาด”



ยกตัวอย่างเช่น นายบักหนอมเป็นเจ้าของบริษัท TAXBugnoms ตอนปลายปีนายบักหนอมเกิดอาการช็อตยืมเงินบริษัทไป 1,000,000 บาท ซึ่งถ้าคิดตามหลักปกติไม่ต้องคิดดอกเบี้ยอะไรกัน แต่ทางภาษีบังคับเลยครับว่า ต้องคิดดอกเบี้ย เพราะถือว่านายบักหนอมกับบริษัท TAXBugnoms เป็นคนละคนกันทางกฎหมาย และการกู้ยืมเงินนั้นต้องจ่ายดอกเบี้ยไม่ต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยในท้องตลาดอีกด้วย!


รายได้ยกเว้น

คือ รายการที่ภาษีไม่ให้ถือเป็นรายได้ แต่บัญชีบันทึกเป็นรายได้ไปเรียบร้อยแล้ว ต้องนำมาหักออก ซึ่งมีผลให้ กำไรของธุรกิจ ลดลง และเสียภาษีลดลง โดยตัวอย่างของรายการจะเห็นได้ชัดเจนในเรื่องของรายได้จากเงินปันผล ตามมาตรา 65 ทวิ(10) แห่งประมวลรัษฏากรครับ สรุปเป็นภาษาคนอีกทีก็คือ กรณีที่มีรายได้เงินปันผลที่ได้จากบริษัทจำกัด ที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย มารวมคำนวณเป็นรายได้เพียงกึ่งหนึ่ง หรือยกเว้นทั้งจำนวน ขึ้นอยู่กับแต่ละกรณีไปครับ (อันนี้ธุรกิจที่ไม่ได้ลงทุนในลักษณะนี้อาจจะไม่เคยเจอ ไม่ต้องแปลกใจกันไปครับผม)


รายจ่ายค่าใช้จ่ายต้องห้าม

คือ รายการที่ทางบัญชีบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายเรียบร้อยแล้วแต่ทางภาษีไม่ให้บันทึกเป็นค่าใช้จ่าย ต้องนำมาบวกกลับ ทำให้กำไรของธุรกิจเพิ่มขึ้นและเสียภาษีเพิ่มขึ้น โดยหลักการของกลุ่มค่าใช้จ่ายต้องห้ามนี้ จะถูกกำหนดไว้ในมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฏากรครับ หลักการของกฎหมายนี้คือไม่ให้ค่าใช้จ่ายที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ หรือไม่มีหลักฐานการจ่ายที่พิสูจย์ผู้รับ หรือ ค่าใช้จ่ายที่กฎหมายเห็นว่าไม่สมควรเป็นรายจ่ายได้ครับ ถ้าให้ยกตัวอย่างง่ายๆก็เป็น

พวกค่าใช้จ่ายส่วนตัวต่างๆ หรือค่าใช้จ่ายที่
ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจทั้งหลายนั่นแหละครับ

 

อย่างที่บอกว่าบางคนมักจะเข้าใจผิดว่ารายจ่ายทุกอย่างสามารถมาลดกำไรธุรกิจได้ แต่เจอไม้นี้เข้าไปก็จอดกันทุกทีครับ


รายจ่ายที่หักได้เพิ่ม

คือ สำหรับตัวนี้เรียกได้ว่าเป็นโปรโมชั่นเลยครับ เพราะเป็นรายการจ่ายที่หักได้เพิ่มขึ้นโดยปกติจะอยู่ที่ 2 เท่าของค่าใช้จ่ายทางบัญชีครับ บัญชีหักได้เท่าไร ภาษีหักออกไปอีกเท่านึงเลย จ่าย 1 แต่หักได้ 2 แบบนี้เรียกว่าคุ้มจริงๆเลยล่ะครับ (ตัวนี้ไม่ค่อยมีกฎหมายหลักในประมวลรัษฏากรครับ จะออกเป็นกฎหมายรองอย่างพระราชกฤษฏีกาออกมาเพิ่มเติมมากกว่าครับ)



ยกตัวอย่างรายจ่ายที่หักค่าใช้จ่ายรายจ่ายที่หักค่าใช้จ่ายได้เพิ่มเช่น ก็มีรายการที่สนับสนุนต่างๆ เช่น การจ้างคนพิการ จ้างผู้สูงอายุ ส่งพนักงานไปอบรม หรือว่ารายจ่ายสาธารณะประโยชน์ต่างๆครับผม



“เอิ่ม พี่หนอมครับ ผมไม่ทำธุรกิจแล้วได้ไหมเนี่ย. เจ้าน้องคนดีคนเดิมฟังจบแล้วรู้สึกปวดหัวยิ่งกว่าเก่า เอาเป็นว่าในตอนต่อไปผมจะมาอธิบายเรื่องของแบบแสดงรายการภาษีเพิ่มเติมครับ ไหนๆมาถึงตรงนี้แล้ว ต้องเอาให้รู้ลึกรู้จริงกันไปเลยดีกว่า ไม่แน่นะครับว่าการดูแบบแสดงรายการภาษีเงินได้สำหรับธุรกิจเหล่านี้อาจจะทำให้เราเขา้ใจอะไรมากขึ้นก็ได้นะครับ ยังไงก็ติดตามกันด้วยนะครับ”

Continue Reading