จ้างสำนักงานบัญชี ยังจำเป็นอยู่ไหม ถ้ามีโปรแกรมบัญชีใช้อยู่แล้ว

จ้างสำนักงานบัญชี

 
 
เมื่อธุรกิจเติบโตขึ้น สิ่งสำคัญที่เราควรคำนึงถึงนั้นคือ “การทำบัญชี ” บ้าง จ้างสำนักงานบัญชี บ้างทำเอง ซึ่งการทำบัญชีนั้น จะทำให้เราทราบถึงรายรับ-จ่าย กำไร หรือภาพรวม สภาพคล่องของบริษัทที่จะทำให้เราวางแผนกลยุทธ์ธุรกิจได้ดีขึ้น ซึ่งหากเราเข้าใจในหลักการทางบัญชี และวิธีการจัดทำให้ถูกต้องตามมาตรฐานการบัญชีแล้ว เราจะสามารถบันทึกบัญชีเบื้องต้นได้ไม่ยุ่งยาก และด้วยเทคโนโลยีในยุคปัจจุบัน ทำให้เรามีตัวช่วยอย่างโปรแกรมทางบัญชีต่าง ๆ มากมายให้เลือกใช้ โปรแกรมทางบัญชีเหล่านี้จะสร้างโครงสร้างของการทำบัญชีไว้ให้เราล่วงหน้าก่อน และเมื่อเกิดรายการทางธุรกิจที่ควรบันทึกบัญชี โปรแกรมจะบันทึกบัญชีให้เองอัตโนมัติจากการเปิดเอกสารของเรา รวมถึงสามารถเรียกดูรายงานทางบัญชีที่เกี่ยวข้องได้อีกด้วย แล้วแบบนี้

 

จ้างสำนักงานบัญชี ยังจำเป็นอยู่ไหม? ถ้ามีโปรแกรมบัญชี

 
เราจะเห็นได้ว่าพอมีโปรแกรมทางบัญชีแล้ว เราสามารถจัดทำบัญชีเบื้องต้นได้ด้วยตัวเอง แต่ขอย้ำนะครับว่า “เบื้องต้น” เท่านั้น จริง ๆ แล้วการทำบัญชีนั้นมีอีกหลาย ๆ อย่างที่ต้องระมัดระวัง และต้องปฏิบัติให้ถูกต้องทั้งตามหลักมาตรฐานการบัญชี และข้อกำหนดทางภาษีด้วยครับ แล้วถ้าหากต้องการทำบัญชีเองเราต้องจัดทำอะไรบ้าง มาดูกันครับ

 

1. ภาษีรายเดือน

เมื่อทำธุรกิจในรูปแบบนิติบุคคล และจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ก็มีหน้าที่จัดทำรายงานเกี่ยวกับภาษีต่างๆ รวมถึงยื่นแบบภาษีแต่ละประเภทเหล่านี้ด้วยครับ

แบบ ภ.พ. 30

  • เอกสารที่ใช้แนบแบบฟอร์มนี้ คือ รายงานภาษีซื้อ รายงานภาษีขายของเดือนซึ่งรวบรวมมาจากใบกำกับภาษีจากการซื้อและการขายสินค้า หรือให้บริการของเราครับ
  • ใบกำกับภาษีที่จะนำมาใช้สำหรับใช้สิทธิในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มนี้ มีข้อกำหนดว่าต้องเป็นใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ และหากเป็นภาษีซื้อต้องเป็นรายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับบริษัทโดยเฉพาะเท่านั้น หากเป็นรายจ่ายส่วนตัวไม่สามารถนำมาใช้สิทธิ์ภาษีมูลค่าเพิ่มได้นะครับ รวมถึงรายการภาษีซื้อต้องห้ามต่าง ๆ ด้วยครับ
  • ในส่วนของภาษีมูลค่าเพิ่มนี้หากยื่นแบบผิด หรือยื่นภาษีขาดไป ผลที่จะตามมาคือ เบี้ยปรับ เงินเพิ่มครับ โทษคือเบี้ยปรับ 2 เท่าของจำนวนภาษีที่ต้องชำระในเดือนนั้น และเงินเพิ่มอีกร้อยละ 1.5 ต่อเดือนครับ

ภ.ง.ด. 3, ภ.ง.ด. 53

  • เอกสารที่ใช้ประกอบการยื่นแบบเรียกว่าใบแนบ ภ.ง.ด. ซึ่งแสดงรายละเอียดของการหัก ณ ที่จ่าย ที่เราทำการหักไว้เมื่อทำการจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆ ให้ทั้งบุคคลธรรมดา และนิติบุคคลครับ
  • สำหรับภาษีหัก ณ ที่จ่ายนี้เป็นหน้าที่ของผู้จ่ายเงินที่ทำธุรกิจในรูปแบบนิติบุคคลทุกคนต้องทำนะครับ หากมีรายจ่ายที่ต้องชำระมูลค่าเกิน 1,000 บาทขึ้นไปต้องหัก ณ ที่จ่ายไว้ด้วยครับ (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม)
  • เมื่อหักไว้แล้วก็มีหน้าที่ต้องนำส่งด้วยนะครับ หากไม่ได้ยื่นแบบหรือนำส่งภาษีขาดต้องเสียค่าปรับแบบละ 200 บาทและเงินเพิ่มอีก ร้อยละ 1.5 ของภาษีที่ไม่ได้นำส่งหรือนำส่งขาดต่อเดือนครับ

ภ.ง.ด. 1 ภาษีหัก ณ ที่จ่ายสำหรับเงินเดือนและค่าจ้าง

  • ประกอบกับใบแนบซึ่งแสดงรายละเอียดของการจ่ายเงินเดือนค่าจ้างที่แสดงการหัก ณ ที่จ่ายของบริษัทครับ
  • การคำนวณแตกต่างไปจากการคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายโดยทั่วไป คือไม่ได้มีอัตราหัก ณ ที่จ่ายเฉพาะเจาะจง ต้องคำนวณเสมือนมีรายได้ทั้งปี และคำนวณเสมือนพนักงานคนนั้นต้องเสียภาษีสิ้นปี แล้วเฉลี่ยมาเป็นภาษีหัก ณ ที่จ่ายในแต่ละเดือนครับ (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม)

ประกันสังคม

  • หากบริษัทเรามีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไปต้องขึ้นทะเบียนเป็นนายจ้าง และขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตนครับ
  • เมื่อมีลูกจ้างเข้ามาทำงานในบริษัทเรา ต้องยื่นขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนให้ภายใน 30 วันนะครับ
  • หากมีลูกจ้างลาออกก็ต้องแจ้งสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนให้ลูกจ้างภาย 15 วันหลังจากลูกจ้างลาออกด้วยนะครับ
  • ในแต่ละเดือน ต้องนำส่งเงินประกันสังคมที่หักจากเงินเดือนลูกจ้างพร้อมทั้งเงินสมทบในส่วนของนายจ้างยื่นต่อสำนักงานประกันสังคมภายในวันที่ 15 ของเดือนด้วยนะครับ

 

2. ภ.ง.ด. 51 ภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี

สำหรับบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ที่มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากฐานกำไรสุทธิ ต้องยื่นเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากการประมาณการกำไรสุทธิโดยไม่ต้องปิดบัญชีครึ่งปีครับ

 

3. ภ.ง.ด.50 ภาษีเงินได้นิติบุคคลสิ้นปี

สำหรับกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลนั้น ต้องได้รับการปรับให้ถูกต้องตามหลักกำไรทางภาษีให้เรียบร้อยก่อนครับ โดยนำรายการที่ไม่สามารถนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในทางภาษีบวกกลับ และหากรายการใดสามารถนำมาหักออกได้ก็นำมาปรับปรุงด้วยเช่นกัน ซึ่งอาจทำให้กำไรทางบัญชี และกำไรทางภาษีมีจำนวนไม่ตรงกันก็เป็นเพราะรายการเหล่านี้ครับ

 

4. รายงานงบการเงินสำหรับปี

ที่ผ่านการลงชื่อรับรองงบการเงินจากผู้เป็นหุ้นส่วนบริษัท (เจ้าของบริษัท) และผ่านการแสดงความคิดเห็นต่องบการเงินของผู้ตรวจสอบบัญชีรับอนุญาต ทั้งนี้นอกจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแล้ว ยังต้องมีลายเซ็นของผู้ทำบัญชีซึ่งต้องขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทำบัญชีกับสภาวิชาชีพบัญชีอย่างถูกต้องด้วยครับ

 
จากตัวอย่างที่ยกมาทั้งหมด จะเห็นว่าต้องใช้ความชำนาญ และความรอบรู้ในเรื่องของบัญชีและภาษีพอสมควร จึงจะสามารถจัดทำรายงาน รวมถึงการยื่นแบบเพื่อเสียภาษีต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเอง หากท่านมีโปรแกรมทางบัญชีและทำการจดบันทึกทั้งรายได้ และค่าใช้จ่ายอย่างถูกต้อง และจดบันทึกด้วยความระมัดระวังอย่างสม่ำเสมอแล้ว ในส่วนของภาษีรายเดือนนั้นท่านสามารถจัดทำได้เองครับ

 
แต่มีวิธีที่ง่ายกว่านั้นก็คือ การให้ผู้เชี่ยวชาญด้านวิชาชีพบัญชีเป็นผู้ทำแทนครับ นักวิชาชีพบัญชีเหล่านี้มีให้บริการหลายแบบครับทั้งเป็นนักบัญชีอิสระ หรือเป็นสำนักงานบัญชี อัตราค่าบริการก็แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับลักษณะการให้บริการของแต่ละที่ครับ ที่สำคัญสุุดท้ายแล้ว ท่านยังต้องให้นักบัญชี และผู้ตรวจสอบบัญชีเป็นผู้ลงลายมือชื่อในงบการเงินของท่านด้วยครับ นักบัญชีและผู้ตรวจสอบบัญชีนี้ต้องจบการศึกษาด้านการบัญชีโดยเฉพาะ และสำหรับผู้สอบบัญชีรับอนุญาตต้องผ่านการฝึกฝนทักษะ และสอบผ่านได้รับใบอนุญาตตรวจสอบบัญชีด้วย ดังนั้นจึงเป็นวิชาชีพที่เฉพาะทางอยู่พอสมควรครับ

 
หากมีโปรแกรมบัญชีอยู่แล้ว สามารถจัดทำบัญชีหรือจัดทำรายงานเกี่ยวกับภาษีรวมถึงการยื่นแบบแสดงรายการได้ด้วยตัวเองหรือไม่ ขอสรุปเป็นตารางง่ายๆ ดังนี้นะครับ

 
จ้างสำนักงานบัญชี

ดูภาพตารางขนาดใหญ่คลิกที่นี่

 
ถ้าต้องการจัดทำและยื่นแบบทางภาษีเอง อย่าลืมขอคำปรึกษาจากสำนักงานบัญชีด้วยนะครับเพื่อความถูกต้องของข้อมูลและหลีกเลี่ยงในส่วนของเบี้ยปรับเงินเพิ่มครับ จากตาราง FlowAccount

 
สามารถดึงข้อมูลที่บันทึกไว้ในระบบมาออกเป็นรายงานบริหารต่าง ๆ ได้ครับ หากท่านใดสนใจสามารถทดลองใช้งานได้ฟรี 30 วันที่ www.flowaccount.com ครับ

ติดตามเรื่องราวอื่นๆของ FlowAccount.com ได้ที่

สมัครทดลองใช้ โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ฟรี
รับฟรี! Premium Package 30 วัน

You may also like