ยื่นภาษีมูลค่าเพิ่ม ต้องเตรียมเอกสารส่งภาษีซื้อ-ภาษีขายอย่างไร

ยื่นภาษีมูลค่าเพิ่ม รายงานภาษีซื้อรายงานภาษีขาย


สำหรับผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องยื่นแบบ ภ.พ. 30 หรือ ยื่นภาษีมูลค่าเพิ่ม พร้อมกับชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม หากคำนวณแล้วในเดือนนั้นๆ มีภาษีขายมากกว่าภาษีซื้อ

การยื่นภาษีมูลค่าเพิ่ม ต้องเตรียมใบแนบที่เรียกว่า “รายงานภาษีซื้อ รายงานภาษีขาย”



ซึ่งมีขั้นตอนในการจัดทำดังนี้ครับ



รายงานภาษีขาย


  • รวบรวมสำเนาใบกำกับภาษีที่เกิดขึ้นจากการขาย และการให้บริการ
  • จัดทำรายงานภาษีขายสำหรับใบกำกับภาษีที่เกิดจากยอดขาย หรือการให้บริการนี้ต้องนำมาแสดงในรายงานภาษีขายทุกใบที่เคยออกใบกำกับภาษีสำหรับเดือนภาษีที่จะยื่นแบบ ภ.พ.30 ทั้งนี้รวมถึงใบกำกับภาษีที่ยกเลิก และใบเพิ่มหนี้ ใบลดหนี้ด้วย


รายงานภาษีขายตามรูปแบบที่กรมสรรพากรกำหนด

ต้องประกอบด้วยองค์ประกอบดังนี้

  • ชื่อที่แสดงว่าเป็นรายงานภาษีขาย
  • แสดงเดือนภาษี และปีภาษี
  • แสดงชื่อสถานประกอบการ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
  • แสดงที่อยู่ของสถานประกอบการตามที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • แสดงสำนักงานใหญ่หรือสาขาที่ยื่นรายงานภาษีขาย
  • แสดงรายละเอียดของใบกำกับภาษีขายที่เกิดขึ้นในเดือนภาษีนั้น อันได้แก่ วันเดือนปี, เลขที่ใบกำกับภาษี, ชื่อผู้ซื้อสินค้า/ผู้รับบริการ, เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ซื้อสินค้า/ผู้รับบริการ, สำนักงานใหญ่/สาขาของผู้ขายสินค้าหรือผู้รับบริการ, มูลค่าสินค้า/บริการ และจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่ม

ตัวอย่างรายงานภาษีขายตามรูปแบบที่กรมสรรพากรกำหนด (ดังภาพ)


ยื่นภาษีมูลค่าเพิ่ม รายงานภาษีซื้อ

ดูภาพขนาดใหญ่คลิกที่นี่


รายงานภาษีซื้อ


  • รวบรวมต้นฉบับใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแบบ (อ่านรายละเอียดได้จากบทความ ใบกำกับภาษี) ที่เกิดจากการซื้อสินค้า สินทรัพย์ หรือจ่ายค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับบริษัท โดยที่ค่าใช้จ่ายเหล่านั้นไม่เป็นภาษีซื้อต้องห้ามตามที่สรรพากรกำหนด (http://www.rd.go.th/publish/fileadmin/user_upload/porkor/taxused/BanPasi.pdf)
  • จัดทำรายงานภาษีซื้อ สำหรับใบกำกับภาษีซื้อที่เกิดจากการซื้อสินค้า สินทรัพย์ และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับบริษัทที่เกิดในเดือนภาษีที่จัดทำ ภ.พ. 30 นั้น


รายงานภาษีซื้อตามรูปแบบที่กรมสรรพากรกำหนด

ต้องประกอบด้วยองค์ประกอบดังนี้


  • ชื่อที่แสดงว่าเป็นรายงานภาษีซื้อ
  • แสดงเดือนภาษี และปีภาษี
  • แสดงชื่อสถานประกอบการ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
  • แสดงที่อยู่ของสถานประกอบการตามที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • แสดงสำนักงานใหญ่หรือสาขาที่ยื่นรายงานภาษีซื้อ
  • แสดงรายละเอียดของใบกำกับภาษีซื้อที่เกิดขึ้นในเดือนภาษีนั้น อันได้แก่ วันเดือนปี, เลขที่ใบกำกับภาษี, ชื่อผู้ขายสินค้า/ผู้ให้บริการ, เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ขายสินค้า/ผู้ให้บริการ, สำนักงานใหญ่/สาขาของผู้ขายสินค้าหรือให้บริการ, มูลค่าสินค้า/บริการ และจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่ม

ตัวอย่างรายงานภาษีซื้อตามรูปแบบที่กรมสรรพากรกำหนด (ดังภาพ)


ยื่นภาษีมูลค่าเพิ่ม รายงานภาษีขาย

ดูภาพขนาดใหญ่คลิกที่นี่


ปัจจุบันการจัดทำรายงานภาษีซื้อและภาษีขายเป็นไปได้โดยง่ายเนื่องจากมีโปรแกรมสำเร็จรูปทางการบัญชีทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์ช่วยเก็บรวบรวมข้อมูลที่เกิดขึ้นจากการเปิดใบกำกับภาษีขาย โดยที่ไม่ต้องมาจัดทำรายงานภาษีขายซ้ำอีกครั้ง เนื่องจากโปรแกรมเหล่านี้จะดึงข้อมูลต่าง ๆ เหล่านั้นมาจัดทำรายงานภาษีขายซึ่งตรงตามรูปแบบที่กรมสรรพากรกำหนด


ยื่นภาษีมูลค่าเพิ่ม รายงานภาษีขาย FlowAccount

ดูภาพขนาดใหญ่คลิกที่นี่

นับว่าเป็นการประหยัดเวลาและลดข้อผิดพลาดจากการคีย์ซ้ำได้อีกด้วย ยกตัวอย่างรายงานภาษีขายที่ได้จากระบบ Flowaccount.com (ดังภาพ) โดยสามารถทดลองใช้งานฟรีได้



กรอกแบบฟอร์ม ภ.พ. 30


กรอกแบบฟอร์ม ภ.พ.30 เพื่อนำยอดของภาษีซื้อและภาษีขายที่รวบรวมจัดทำรายงานภาษีซื้อภาษีขายมาแสดงเปรียบเทียบกันในแบบฟอร์มนี้เพื่อประเมินว่าในเดือนภาษีนั้นบริษัทเราต้องชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือได้รับคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม

ตัวอย่างแบบฟอร์ม ภ.พ. 30

E-Tax invoice

ดูภาพขนาดใหญ่คลิกที่นี่



จะเห็นได้ว่าการจัดทำรายงานภาษีซื้อภาษีขายเพื่อยื่นแบบ ภ.พ.30 นั้นมีขั้นตอนไม่ยุ่งยากซับซ้อนเลยครับ หากมีโปรแกรมบัญชีเป็นเครื่องมือช่วยในการทำบัญชีแล้วยิ่งทำง่ายมากยิ่งขึ้น แต่ต้องระมัดระวังในเรื่องของภาษีซื้อต้องห้ามกันด้วยนะครับ เพื่อไม่ให้เกิดเบี้ยปรับเงินเพิ่มสำหรับการยื่นแบบที่ผิดพลาดในภายหลังครับ หากยังไม่มั่นใจเกี่ยวกับข้อกำหนดเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่มต่างๆ จะปรึกษาสำนักงานบัญชีก่อนก็ได้ครับ

ติดตามเรื่องราวอื่นๆของ FlowAccount.com ได้ที่

มั่นใจด้วยผู้ประกอบการกว่า 40,000 ราย
ที่ใช้โปรแกรมบัญชี คลาวด์ ของเราเริ่มต้นธุรกิจ สมัครเลย!