
| เจ้าของธุรกิจหลายคนเปิดร้านมาหลายปี ยอดขายดูดี แต่ไม่รู้ว่ามีกำไรเท่าไร สิ้นเดือนทีไรเงินในบัญชีแทบไม่มีเหลือ รู้ไหมว่า ปัญหานี้มักมาจากสาเหตุเดียวกัน คือ 'ไม่เคยอ่านงบการเงิน' ทั้งที่งบการเงิน คือ ใบตรวจสุขภาพของธุรกิจในแง่มุมต่าง ๆ |
วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจกันตั้งแต่ต้นว่า งบการเงินคืออะไร มีกี่ประเภท และเจ้าของธุรกิจควรอ่านอย่างไรให้เห็นภาพ เพื่อเอาไปใช้แก้ไขปัญหาธุรกิจของตัวเองได้
เลือกอ่านได้เลย!
Toggleงบการเงินคืออะไร?
งบการเงิน (Financial Statement) คือ รายงานที่สรุปสถานะการเงินและผลการดำเนินงานของกิจการในรอบระยะเวลาหนึ่ง เปรียบได้กับ 'ใบตรวจสุขภาพ' ของธุรกิจ ที่บอกว่าตอนนี้บริษัทมีทรัพย์สินเท่าไร มีหนี้เท่าไร ปีที่ผ่านมาทำกำไรหรือขาดทุน และมีเงินสดพอหมุนเวียนไหม เพื่อให้เจ้าของกิจการใช้ในการตัดสินใจแก้ไขปัญหา และพัฒนาธุรกิจให้ดีขึ้น รวมไปถึงบุคคลภายนอกที่จำเป็นต้องใช้งบในวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน เช่น ธนาคาร หน่วยงานรัฐ เป็นต้น
ใครบ้างที่ต้องจัดทำงบการเงิน?
- นิติบุคคล (บริษัทจำกัด, ห้างหุ้นส่วนจำกัด) ต้องจัดทำงบการเงินทุกปี เพื่อส่งให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) และกรมสรรพากร ตามกำหนด ไม่ว่าจะมีรายได้หรือไม่ก็ตาม หากฝ่าฝืนจะมีโทษปรับ
- บุคคลธรรมดา โดยทั่วไปไม่ได้มีกฎหมายบังคับให้จัดทำงบการเงินส่งหน่วยงานรัฐ แต่หากประกอบธุรกิจและอยากมีข้อมูลในการตัดสินใจ หรือต้องการยื่นภาษีบุคคลธรรมดาหักค่าใช้จ่ายตามจริง ก็ต้องทำงบการเงินโดยปริยาย
งบการเงินของบุคคลธรรมดา vs นิติบุคคล ต่างกันอย่างไร
คำถามนี้ถามกันบ่อย โดยเฉพาะคนที่เพิ่งเปลี่ยนผ่านจากการขายของในนามบุคคลมาเป็นบริษัท ลองดูตารางด้านล่างนี้ที่สรุปความต่างที่สำคัญมาให้ ดังนี้

งบการเงินสำคัญต่อธุรกิจอย่างไร
ถ้าถามว่าเจ้าของธุรกิจไม่อ่านงบการเงินได้ไหม ตอบตรงๆ ว่าได้ แต่จะบริหารธุรกิจแบบคนตาบอด ที่ไม่รู้ว่าธุรกิจสุขภาพดีหรือแย่ และควรไปในทิศทางไหน ซึ่งความสำคัญของงบการเงินต่อธุรกิจมีดังนี้
- ช่วยให้วางแผนธุรกิจได้แม่นยำขึ้น เพราะเห็นตัวเลขจริง ไม่ใช่แค่ความรู้สึก
- ใช้ยื่นกู้กับธนาคาร หรือดึงนักลงทุนเข้ามาร่วมทุนได้
- จับสัญญาณเตือนสุขภาพธุรกิจได้เร็ว เช่น ต้นทุนเพิ่มเร็วกว่ารายได้ หรือลูกหนี้ค้างชำระนานขึ้น
งบการเงินมีกี่ประเภท?

งบการเงินครบชุดของนิติบุคคลในประเทศไทยประกอบด้วย 5 ส่วน แต่ละส่วนให้ข้อมูลคนละมุม เหมือนแผนที่ที่ต้องดูพร้อมกันถึงจะเห็นภาพรวมที่ชัดเจน
1 งบแสดงฐานะการเงิน (งบดุล)
งบแสดงฐานะการเงิน หรือที่หลายคนเรียกว่างบดุล คือ งบที่แสดงฐานะทางการเงินของกิจการ ณ วันใดวันหนึ่ง ประกอบด้วย 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่ สินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของผู้ถือหุ้น
สมการของงบดุลนี้เกิดจาก สินทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนของผู้ถือหุ้น

Tips: หากธุรกิจมีสินทรัพย์มากกว่าหนี้สิน แสดงว่าฐานะการเงินยังแข็งแรงในระดับหนึ่ง แต่หากหนี้สินสูงเกินไป อาจสะท้อนถึงความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง
2 งบกำไรขาดทุน (Income Statement)
งบกำไรขาดทุน คือ งบที่แสดงผลการดำเนินงานของกิจการในช่วงเวลาหนึ่ง ว่าธุรกิจมี “รายได้” และ “ค่าใช้จ่าย” เท่าไร สุดท้ายเหลือกำไรหรือขาดทุนสุทธิเท่าไร โดยงบนี้ช่วยให้เจ้าของธุรกิจเห็นว่า ธุรกิจทำกำไรได้จริงหรือไม่ และต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายส่วนไหนที่ควรควบคุมเพิ่มเติม
สมการพื้นฐานของงบกำไรขาดทุน คือ รายได้ − ค่าใช้จ่าย = กำไรสุทธิ

Tips: หากยอดขายเพิ่มขึ้น แต่กำไรสุทธิลดลง อาจเกิดจากค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นเร็วกว่ารายได้ ซึ่งเป็นสัญญาณที่เจ้าของธุรกิจควรรีบวิเคราะห์เพิ่มเติม
3 งบกระแสเงินสด (Cash Flow Statement)
งบกระแสเงินสด คือ งบที่แสดงการรับและจ่าย “เงินสดจริง” ของกิจการในช่วงเวลาหนึ่ง เพื่อให้เห็นว่า เงินเข้าและออกจากกิจกรรมอะไร และธุรกิจมีเงินสดเพียงพอสำหรับใช้หมุนเวียนหรือไม่
สำหรับงบนี้หลายคนอาจไม่ค่อยคุ้นหน้านัก เพราะกฎหมายบังคับให้บริษัทมหาชนทำงบนี้ แต่ว่าสำหรับบริษัทจำกัดไม่ได้ถูกบังคับให้จัดทำ แต่ถ้าอยากทำเพิ่มเติมก็สามารถทำได้ เพื่อให้มั่นใจว่าธุรกิจจะมีกระแสเงินสดเพียงพอ
งบกระแสเงินสดแบ่งออกเป็น 3 กิจกรรมหลัก ได้แก่ กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน และการจัดหาเงิน

Tips:
หากธุรกิจมีกำไร แต่กระแสเงินสดติดลบต่อเนื่อง อาจหมายถึงลูกหนี้ชำระเงินช้า หรือมีการซื้อสินทรัพย์และสต๊อกจำนวนมากเกินไป
4 งบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของผู้ถือหุ้น
งบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของผู้ถือหุ้น คือ งบที่แสดงความเปลี่ยนแปลงของเงินทุนและกำไรสะสมของกิจการในรอบระยะเวลาหนึ่ง
งบนี้ช่วยให้เห็นว่า ในปีที่ผ่านมา กิจการมีการเพิ่มทุน จ่ายปันผล หรือมีกำไรสะสมเปลี่ยนแปลงอย่างไร

Tips:
หากกำไรสะสมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แสดงว่าธุรกิจสามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีในระยะยาว ผู้ถือหุ้นหรือเจ้าของก็จะมีความมั่งคั่งเพิ่มมากขึ้นด้วย
5 หมายเหตุประกอบงบการเงิน
หมายเหตุประกอบงบการเงิน คือ ส่วนที่ใช้อธิบายรายละเอียดเพิ่มเติมของตัวเลขในงบการเงิน เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจข้อมูลทางบัญชีได้ชัดเจนมากขึ้น
แม้หลายคนมองข้าม แต่หมายเหตุประกอบงบการเงินถือเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้คนอ่านงบตัดสินใจได้ดีขึ้น เพราะในหมายเหตุจะมีข้อมูลสำคัญๆ ที่ไม่มีในหน้างบการเงิน เช่น

Tips:
บางครั้งตัวเลขในงบการเงินอาจดูดี แต่เมื่ออ่านหมายเหตุประกอบงบ อาจพบความเสี่ยงสำคัญ เช่น หนี้สินค้ำประกัน หรือคดีความที่อาจกระทบธุรกิจในอนาคต
ตารางสรุปงบการเงินแต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร
โดยสรุปแล้วงบการเงินแต่ละประเภทแสดงข้อมูล ช่วงเวลา ประโยชน์ ที่แตกต่างกัน เจ้าของธุรกิจอ่านงบเหล่านี้แล้วก็จะรู้สุขภาพธุรกิจในแง่มุมที่แตกต่าง

วิธีอ่านงบการเงินเบื้องต้นสำหรับเจ้าของธุรกิจ
ไม่ต้องเป็นนักบัญชีก็อ่านงบการเงินเบื้องต้นได้ ลองเริ่มจาก 4 ขั้นตอนนี้
- เริ่มจากงบกำไรขาดทุน: ดูว่าปีนี้กำไรหรือขาดทุน ถ้าขาดทุนให้ไล่ดูว่าค่าใช้จ่ายตัวไหนสูงผิดปกติ และเช็กว่ากำไรขั้นต้น (รายได้ – ต้นทุนสินค้า) มีสัดส่วนเหมาะสมกับธุรกิจไหม
- ต่อด้วยงบฐานะการเงิน: เช็กว่ามีสินทรัพย์ หนี้สิน อะไรบ้าง สินทรัพย์หมุนเวียนพอจ่ายหนี้ระยะสั้นไหม และหนี้สินรวมมากกว่าส่วนทุนเกิน 2 เท่าไหม ถ้ามากกว่าแปลว่าภาระหนี้สูงเกินไป
- จบที่งบกระแสเงินสด: ดูว่ากิจกรรมดำเนินงานเป็นบวกไหม ถ้าติดลบทุกปีหมายความว่าธุรกิจหลักไม่ได้สร้างเงินสดพอ ต้องพึ่งเงินกู้หรือเงินทุนเพิ่ม ซึ่งเป็นสัญญาณอันตราย
- เสริมด้วยการอ่านงบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของผู้ถือหุ้น และหมายเหตุประกอบงบ เพื่อเจาะลึกถึงรายละเอียดที่ 3 งบนี้ไม่สามารถบอกได้
Tips: เจ้าของธุรกิจควรอ่านงบกำไรขาดทุนก่อนเป็นอันดับแรก เพราะเห็นภาพผลประกอบการชัดที่สุด แล้วค่อยไล่ไปงบอื่นๆ ตามลำดับ
งบการเงินแต่ละประเภทมีความสัมพันธ์กันอย่างไร?
งบการเงินแต่ละประเภทไม่ได้แยกขาดจากกัน แต่เชื่อมโยงกันทั้งหมด
ตัวอย่างเช่น
- กำไรสุทธิจากงบกำไรขาดทุน จะไปอยู่ในกำไรสะสมของงบฐานะการเงิน
- เงินสดปลายงวดในงบกระแสเงินสด จะสัมพันธ์กับเงินสดในงบฐานะการเงิน
- การจ่ายปันผล จะกระทบส่วนของผู้ถือหุ้น
ดังนั้น หากวิเคราะห์งบเพียงงบเดียว อาจเห็นภาพไม่ครบถ้วน
FlowAccount ช่วยอ่านงบการเงินง่ายขึ้น ไม่ต้องรอสิ้นปี
ปัญหาของเจ้าของธุรกิจ คือ 'รู้ตัวเลขงบการเงินช้าเกินไป' กว่าจะได้งบจากนักบัญชีก็ผ่านไปหลายเดือนแล้ว ตัดสินใจอะไรก็ยาก เพราะข้อมูลไม่ทันสมัย
FlowAccount ช่วยให้เจ้าของธุรกิจดูงบแสดงฐานะการเงินและรายงานกำไรขาดทุนได้แบบเรียลไทม์ ไม่ต้องรอสิ้นปี เมื่อบันทึกรายได้-รายจ่ายผ่านระบบ โปรแกรมก็สรุปงบให้อัตโนมัติ รู้สุขภาพของธุรกิจได้ทันที
งบการเงินไม่ใช่เรื่องของนักบัญชีอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของเจ้าของธุรกิจทุกคน เพราะคือ “ใบตรวจสุขภาพของธุรกิจ” ที่ช่วยสะท้อนว่าธุรกิจกำลังเติบโตอย่างแข็งแรง มีกำไร เงินสดเพียงพอ หรือกำลังมีจุดที่ต้องรีบแก้ไข การอ่านงบการเงินจึงไม่ใช่แค่การดูตัวเลข แต่คือการใช้ข้อมูลมาช่วยวางแผน ตัดสินใจ และมองอนาคตของธุรกิจได้แม่นยำมากขึ้น
คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับ งบการเงิน
1. งบการเงินดูยังไงว่า “ดี”?
ตอบ: เบื้องต้นงบที่ดี ควรจะมีกำไร ในงบกำไรขาดทุน มีสินทรัพย์มากกว่าหนี้สินในงบแสดงฐานะการเงิน และมีกระแสเงินสดเพียงพอในงบกระแสเงินสด ซึ่งเจ้าของธุรกิจจะต้องใช้ข้อมูลในงบวิเคราะห์ในแต่ละมุมมองของธุรกิจตนเองในรายละเอียดอีกที
2. ขาดทุนแต่เงินสดเยอะเกิดจากอะไร?
ตอบ: ขาดทุนแต่เงินสดเยอะ เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น บริษัทมีค่าเสื่อมราคาสูง ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายทางบัญชีแต่ไม่ใช่เงินสดออกจริง ทำให้งบกำไรขาดทุนแสดงขาดทุน แต่งบกระแสเงินสดยังดีอยู่ หรืออาจได้รับเงินจากการกู้ยืม ซึ่งไม่นับเป็นรายได้แต่เพิ่มเงินสด
3.ต้องตรวจสอบบัญชีทุกบริษัทไหม?
ตอบ: บริษัทจำกัดทุกแห่งต้องมีผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ตรวจสอบงบการเงินประจำปีก่อนนำส่งหน่วยงานรัฐ
4. สามารถอ่านงบการเงินได้จากที่ไหน?
ตอบ: งบการเงินของบริษัทจดทะเบียนสามารถดูได้ที่เว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
5. งบการเงินต้องยื่นเมื่อไร?
ตอบ: นิติบุคคลต้องยื่นงบการเงินภายใน 1 เดือนนับจากวันที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ซึ่งตามกฎหมายแล้วการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นต้องจัดภายใน 4 เดือนหลังจากสิ้นระยะเวลาบัญชี
About Author

นักบัญชี ผู้สอบบัญชี และผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ cpdacademy.co คอร์สอบรมบัญชี CPD ออนไลน์สำหรับผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชี ที่มีประสบการณ์ในวิชาชีพมากกว่า 10 ปี และอยากส่งต่อความรู้เพื่อเพื่อนนักบัญชีให้มีทักษะอย่างมืออาชีพและก้าวทันโลกดิจิทัล
ร่วมสมัครเป็นนักเขียนกับ FlowAccount ได้ที่นี่