มีรายได้บน Shopee เกินเท่าไหร่ ต้องเสียภาษี? สรุปครบทุกหลักเกณฑ์

มีรายได้บน Shopee เกินเท่าไหร่เสียภาษี

ขายของบน Shopee ได้กำไรดีอยู่ดี ๆ ก็มีคำถามเข้ามาในหัวว่า "แบบนี้เราต้องเสียภาษีไหมนะ" หรือบางคนเริ่มร้อน ๆ หนาว ๆ เพราะได้ยินมาว่าตอนนี้สรรพากรเห็นรายได้ร้านค้าออนไลน์หมดแล้ว คำตอบสั้น ๆ คือ ถ้าคุณขายของบน Shopee แบบบุคคลธรรมดาและมี รายได้ทั้งปีเกิน 60,000 บาท (หรือเกิน 120,000 บาทถ้าสมรสและยื่นรวมกัน) คุณมีหน้าที่ต้องยื่นภาษีในปีนั้น ๆ ด้วย 

แต่จะเสียภาษีจริงหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้ว เหลือ "เงินได้สุทธิ" เกิน 150,000 บาทหรือเปล่า และถ้ารายได้รวมทุกช่องทางเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ก็ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เพิ่มอีกด้วย บทความนี้สรุปให้ครบทุกตัวเลขสำหรับคนที่ขายของใน Shopee ต้องรู้ ทั้งเกณฑ์รายได้ วิธีคำนวณ การหักค่าใช้จ่าย ไปจนถึงกรณีทำ Affiliate รับค่าคอม เพื่อให้คุณยื่นภาษีได้ถูกต้องและไม่ต้องกลัวภาษีย้อนหลัง


เลือกอ่านได้เลย!

สรุปชัดมีรายได้บน Shopee เกินเท่าไหร่ ต้องเสียภาษี ? 

ก่อนจะลงรายละเอียด มาดูภาพรวมกันก่อนว่ารายได้จากการขายของเปิดร้านใน Shopee แต่ละระดับ ทำให้คุณมีหน้าที่ต่างกันอย่างไร ตั้งแต่ระดับที่เริ่มต้องยื่นภาษี ไปจนถึงระดับที่ต้องเสียภาษีจริงและต้องจดทะเบียน VAT ดูจบแล้วคุณจะรู้ทันทีว่าตอนนี้ร้านของคุณอยู่ตรงไหนของตาราง

รายได้ต่อปี (ก่อนหักค่าใช้จ่าย) สิ่งที่ต้องทำ
ไม่เกิน 60,000 บาท (โสด) ยังไม่ถึงเกณฑ์บังคับยื่น แต่แนะนำให้ทำบัญชีไว้
เกิน 60,000 บาท (โสด) / เกิน 120,000 บาท (สมรส) ต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.90 และ ภ.ง.ด.94)
เงินได้สุทธิเกิน 150,000 บาท เริ่มเสียภาษีจริง ตามอัตราก้าวหน้า
เกิน 1.8 ล้านบาท ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ หรือจด VAT ภายใน 30 วัน และยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือน

สำหรับการขายสินค้าบน Shopee “ยื่นภาษี” กับ “เสียภาษี” ต่างกันอย่างไร ?

หลายคนใช้สองคำนี้สลับกันจนเข้าใจผิด ทั้งที่ความหมายคนละเรื่อง การแยกให้ออกตั้งแต่ต้นจะช่วยให้คุณรู้ว่าร้านของตัวเองต้อง "ทำอะไร" และ "ต้องจ่ายเมื่อไหร่" กันแน่

  • ยื่นภาษี คือการกรอกแบบแสดงรายการรายได้ส่งให้กรมสรรพากร เป็น "หน้าที่" ที่ทุกคนซึ่งมีรายได้ถึงเกณฑ์ต้องทำ ถึงสุดท้ายจะคำนวณแล้วไม่ต้องจ่ายภาษีสักบาทก็ยังต้องยื่นอยู่ดี
  • เสียภาษี คือการจ่ายเงินภาษีจริง ซึ่งจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อ "เงินได้สุทธิ" (รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้ว) เกิน 150,000 บาท

หรืออธิบายง่าย ๆ คือ มีรายได้ขายของบน Shopee เกิน 60,000 บาทต่อปี = ต้องยื่นทุกคน แต่จะเสียภาษีหรือไม่ ค่อยไปว่ากันตอนคำนวณ บางร้านยื่นแล้วได้ภาษีคืนด้วยซ้ำ ถ้ามีการถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้


ทำไม Shopee ถึงรู้รายได้ของเรา?

ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2567 เป็นต้นมา มีประกาศเกี่ยวกับภาษีเงินได้ เรื่อง กำหนดให้อิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์มมีบัญชีพิเศษ บังคับให้แพลตฟอร์มออนไลน์ที่เข้าเงื่อนไขต้องนำส่งข้อมูลรายได้ของร้านค้าทั้งหมดให้กรมสรรพากร


แพลตฟอร์มที่เข้าข่ายต้องส่งข้อมูลมี 2 เงื่อนไข คือ จดทะเบียนจัดตั้งในประเทศไทย และมีรายได้ในรอบบัญชีเกิน 1,000 ล้านบาท ซึ่ง Shopee และ Lazada เข้าเงื่อนไขนี้ด้วย 


ข้อควรรู้: ข้อมูลที่ถูกส่งไม่ได้มีแค่ยอดขาย แต่รวมถึงเลขบัตรประชาชน หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ชื่อร้าน เลขที่บัญชีธนาคาร ค่าคอมมิชชัน และรายได้รวมทุกบัญชีบนแพลตฟอร์มนั้น แปลว่าสรรพากรเห็นรายได้ทั้งปีของร้านเราแบบครบทุกบาท สรุปคือ ตอนนี้ทางออกที่ดีที่สุดไม่ใช่การหลบการเสียภาษี แต่คือการทำบัญชีให้ครบและยื่นภาษีให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น


ขายของบน Shopee ต้องเสียภาษีอะไรบ้าง ? 

สำหรับร้านค้าบุคคลธรรมดา ภาษีที่เกี่ยวข้องหลัก ๆ มีภาษี 2 ประเภทได้แก่


1. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.90 และ ภ.ง.ด.94)

รายได้จากการขายของบน Shopee ถือเป็น เงินได้ตามมาตรา 40(8) ของประมวลรัษฎากร ซึ่งต้องยื่น 2 รอบต่อปี

  • ภ.ง.ด.94 (ภาษีครึ่งปี): รวมรายได้ตั้งแต่ 1 มกราคม – 30 มิถุนายน ยื่นภายในวันที่ 30 กันยายนของปีเดียวกัน
  • ภ.ง.ด.90 (ภาษีสิ้นปี): รวมรายได้ทั้งปี 1 มกราคม – 31 ธันวาคม ยื่นภายในวันที่ 31 มีนาคมของปีถัดไป โดยภาษีที่จ่ายไปแล้วตอนยื่นครึ่งปี สามารถนำมาหักออกได้

2. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เมื่อรายได้เกิน 1.8 ล้านบาท

ถ้ารายได้รวมก่อนหักค่าใช้จ่าย (นับทุกช่องทาง ไม่ใช่แค่ Shopee) เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี คุณมีหน้าที่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วัน นับจากวันที่รายได้เกินเกณฑ์ และเมื่อคุณได้ทำการจดทะเบียนพาณิชย์หรือจด VAT แล้วยังต้องทำการ

  • ยื่นแบบ ภ.พ.30 ทุกเดือน ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป (แม้เดือนนั้นจะไม่มียอดขายก็ต้องยื่น) 
  • ออกใบกำกับภาษีให้ลูกค้ารวมถึง e-Tax Invoice ได้

ขายของบน Shopee ต้องเสียภาษีไหม


รายได้บน Shopee ต้องใช้ “ยอดไหน” ยื่นภาษี ? 

นี่คือจุดที่พ่อค้า-แม่ค้า มือใหม่พลาดบ่อยที่สุด หลายคนหยิบยอดเงินที่โอนเข้าบัญชีหลังหักค่าธรรมเนียมแล้วมายื่น ซึ่งผิดเพราะ ยอดที่ต้องใช้คือ รายได้ก่อนหักค่าใช้จ่ายใด ๆ โดยคำนวณคร่าว ๆ ได้จาก

  • รายได้ = ค่าสินค้า − ส่วนลดที่ร้านออกเอง − ยอดที่คืนให้ลูกค้า − โค้ดส่วนลดที่ร้านออก + ค่าจัดส่งที่ลูกค้าชำระ

สังเกตว่าค่าจัดส่งที่ลูกค้าจ่าย สรรพากรมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของรายได้ด้วย แต่ไม่ต้องตกใจ เพราะค่าขนส่งที่บริษัทขนส่งเรียกเก็บจากร้าน สามารถนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายได้เช่นกัน


วิธีคำนวณภาษีที่ต้องเสียเมื่อมีรายได้บน Shopee และการหักค่าใช้จ่าย 2 แบบ

หลักการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาคือ เงินได้สุทธิ = รายได้ − ค่าใช้จ่าย − ค่าลดหย่อน แล้วนำเงินได้สุทธิไปคูณอัตราภาษีแบบขั้นบันได โดยตัวแปรที่สำคัญที่สุดคือ "ค่าใช้จ่าย" ซึ่งเลือกหักได้ 2 แบบ

วิธีหักค่าใช้จ่าย ข้อดี ข้อจำกัด
หักตามจริง เสียภาษีน้อยกว่า ถ้าต้นทุนสูง ต้องเก็บใบเสร็จ/ใบกำกับภาษีให้ครบทุกใบ
หักเหมา 60% สะดวก ไม่ต้องเก็บเอกสารเยอะ มักเสียภาษีมากกว่า ถ้ากำไรขั้นต้นเยอะ

ค่าใช้จ่ายที่หักได้ ได้แก่ ต้นทุนสินค้า ค่าธรรมเนียมการขายและการชำระเงินของ Shopee ค่าโฆษณา ค่ายิงแอด ค่าขนส่ง ค่าบรรจุภัณฑ์ ค่านายหน้า (Affiliate) ค่าเช่า ค่าน้ำค่าไฟ และเงินเดือนพนักงาน


อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบขั้นบันได (ปี 2569)

 

เงินได้สุทธิ (บาท) อัตราภาษี
0 – 150,000 ยกเว้น
150,001 – 300,000 5%
300,001 – 500,000 10%
500,001 – 750,000 15%
750,001 – 1,000,000 20%
1,000,001 – 2,000,000 25%
2,000,001 – 5,000,000 30%
5,000,001 ขึ้นไป 35%

ตัวอย่างการคำนวณจริง


สมมติร้านขายเครื่องสำอางบน Shopee มีรายได้ทั้งปี 1,200,000 บาท เลือกหักค่าใช้จ่ายแบบเหมา 60% และมีค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท

  1. หักค่าใช้จ่ายเหมา 60% : 1,200,000 × 60% = 720,000 บาท → เหลือ 480,000 บาท
  2. หักลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท → เงินได้สุทธิ = 420,000 บาท
  3. คำนวณภาษีตามขั้นบันได
  • 150,000 บาทแรก × 0% = 0 บาท
  • 150,000 บาทถัดไป (150,001–300,000) × 5% = 7,500 บาท
  • 120,000 บาทถัดไป (300,001–420,000) × 10% = 12,000 บาท
  • รวมภาษีที่ต้องเสีย = 19,500 บาท

แนะนำ : อย่าลืมเช็กวิธีที่ 2 ด้วย เพราะถ้ามีเงินได้ประเภท 40(2)–(8) รวมเกิน 1 ล้านบาทต่อปี (ไม่รวมเงินเดือน) ต้องคำนวณภาษีอีกวิธีคือ รายได้ × 0.5% แล้วเทียบกับวิธีขั้นบันได วิธีไหนเสียมากกว่าให้เสียวิธีนั้น (แต่ถ้าวิธี 0.5% คำนวณได้ไม่เกิน 5,000 บาท จะได้รับยกเว้น) จากตัวอย่างข้างต้น 1,200,000 × 0.5% = 6,000 บาท ซึ่งน้อยกว่า 19,500 บาท จึงเสียภาษีตามวิธีขั้นบันไดที่ 19,500 บาท


ถ้ามีการทำ Shopee Affiliate เสียภาษีอย่างไร ? 

ช่วงนี้คนทำ Shopee Affiliate หรือแม้แต่ TikTok Affiliate รับค่าคอมจากการแชร์ลิงก์สินค้า ปักตะกร้ากันเยอะมาก ซึ่งแน่นอนว่ารายได้ตรงนี้ก็ต้องเสียภาษีเหมือนกัน แต่ทั้งนี้ประเภทเงินได้ต่างจากการขายของดังนี้

  • ถ้าทำ Affiliate / รับค่าคอมอย่างเดียว (ไม่ได้ขายของเอง) รายได้จัดเป็น เงินได้มาตรา 40(2) หักค่าใช้จ่ายได้ 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท และยื่นแค่รอบสิ้นปี (ภ.ง.ด.90/91) ในช่วงมกราคม–มีนาคมของปีถัดไป
  • ถ้าขายของบน Shopee ด้วย และทำ Affiliate ด้วย รายได้จากการขายเป็น 40(8) ทำให้ต้องยื่นภาษีครึ่งปี (ภ.ง.ด.94) ด้วยทุกปี

ไม่ว่าจะมีรายได้จากนายหน้ามากหรือน้อย ก็ต้องนำมารวมยื่นภาษีเสมอ เพราะถือเป็น "รายได้" ตามกฎหมาย


ถ้าไม่ยื่นหรือไม่เสียภาษีจากการขายของ Shopee จะเกิดอะไรขึ้น ? 

ในเมื่อสรรพากรมีข้อมูลรายได้ของเราอยู่แล้ว การไม่ยื่นภาษีจึงเสี่ยงสูงมากที่จะโดนเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง ซึ่งบทลงโทษมีตั้งแต่

  • ถูกเรียกเก็บภาษีที่ค้างชำระ พร้อมเบี้ยปรับเพิ่ม 1–2 เท่าของภาษีที่ต้องชำระ แล้วแต่กรณี
  • กรณีจงใจเลี่ยงภาษี ทำบัญชีปลอม หรือใช้เอกสารเท็จ อาจมีโทษปรับไม่เกิน 200,000 บาท จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทางที่ปลอดภัยและประหยัดที่สุดคือ ทำบัญชีรายรับรายจ่ายให้ครบ เก็บหลักฐานไว้ และยื่นภาษีให้ตรงเวลา จะปลอดภัยและเป็นผลดีต่อธุรกิจของคุณมากที่สุด 


สรุปแล้วมีรายได้บน Shopee เกินเท่าไหร่ ถึงจะต้องเสียภาษี ? 

มีรายได้บน Shopee เกิน 60,000 บาทต่อปี (โสด) หรือ 120,000 บาท (สมรส) = ต้องยื่นภาษีทุกคน ส่วนจะเสียภาษีจริงหรือไม่ ขึ้นอยู่กับเงินได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายและลดหย่อนว่าเกิน 150,000 บาทไหม และถ้ารายได้รวมเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจด VAT เพิ่ม


ในยุคที่แพลตฟอร์มส่งข้อมูลให้สรรพากรครบทุกบาท การทำบัญชีและยื่นภาษีให้ถูกต้องไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แต่คือสิ่งที่ดีที่สุดของการทำธุรกิจร้านค้าออนไลน์


แนะนำ FlowAccount ตัวช่วยจัดการบัญชีและภาษีของร้านค้าบน Shopee ให้ง่ายขึ้น

ปัญหาใหญ่ของแม่ค้าออนไลน์ไม่ใช่ว่าไม่อยากเสียภาษี แต่คือ "ไม่รู้ว่าทั้งปีตัวเองมีรายได้และกำไรเท่าไหร่กันแน่" เพราะยอดขายกระจายอยู่หลายช่องทาง มีทั้งค่าสินค้า ค่าส่ง ส่วนลด ค่าธรรมเนียม ปนกันไปหมด พอถึงเวลายื่นภาษีก็ต้องมานั่งไล่ยอดทีหลังจนปวดหัว


ดังนั้นการใช้งานโปรแกรมบัญชีออนไลน์ FlowAccount สามารถช่วยคุณได้ ด้วยฟังก์ชันเชื่อมต่อกับ Shopee, Lazada และ TikTok Shop โดยตรง ระบบจะดึงข้อมูลการขายมาเปิดเอกสารใน FlowAccount ให้อัตโนมัติเมื่อคำสั่งซื้อยืนยันการชำระเงินแล้ว โดยมีจุดที่ช่วยเรื่องบัญชีและภาษีโดยเฉพาะ ดังนี้



  • มีรายงานยอดขายและรายงานภาษีให้ตรวจสอบร่วมกับคำสั่งซื้อใน Shopee พร้อมระบบจัดการภาษีซื้อ–ภาษีขาย ช่วยให้ยื่นแบบภาษีออนไลน์ง่ายขึ้น
  • ดึงทุกออร์เดอร์มาออกใบกำกับภาษีได้ทันที ข้อมูลครบทั้งเลขที่ออร์เดอร์ ชื่อลูกค้า รายการ ราคา ค่าส่ง และส่วนลดจากร้านค้า ออกได้ทั้งใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปและอย่างย่อ เหมาะมากเมื่อร้านเข้าระบบ VAT แล้ว
  • บริหารสต็อกแบบเรียลไทม์ เพียงตั้งชื่อสินค้าให้ตรงกันทั้งใน Shopee และ FlowAccount ระบบจะตัดสต็อกให้อัตโนมัติ ทำให้รู้ต้นทุนที่แท้จริงไว้ใช้คำนวณค่าใช้จ่าย
  • อัปเดตสถานะเอกสารอัตโนมัติ ระบบ Match สถานะคำสั่งซื้อจาก Shopee กับสถานะเอกสารใน FlowAccount ให้เอง ไม่ต้องไล่เปลี่ยนทีละใบ

ถ้าคุณมีร้านค้าบน Shopee อยู่แล้วเพียงแค่สมัครแพ็คเกจ FlowAccount Pro Business (ราคาเริ่มต้น 457บาท/เดือน) ก็สามารถเชื่อมต่อร้านค้ากับ FlowAccount ได้ทันที เริ่มทำบัญชีตั้งแต่วันนี้ รู้ตัวเลขของร้านตัวเองก่อน ย่อมดีกว่ารอให้สรรพากรมาทักภายหลัง สนใจสมัครใช้งาน คลิกที่นี่


คำถามที่พบบ่อย (FAQ) 

ขายของบน Shopee เดือนละไม่กี่พัน ต้องยื่นภาษีไหม?

ตอบ : ถ้ารวมทั้งปีแล้วเกิน 60,000 บาท (โสด) ต้องยื่นภาษี ถึงแม้คำนวณแล้วอาจไม่ต้องเสียภาษีก็ตาม


มีรายได้ Shopee เกินเท่าไหร่ถึงเริ่มเสียภาษีจริง?

ตอบ : เริ่มเสียภาษีเมื่อ "เงินได้สุทธิ" (หลังหักค่าใช้จ่ายและลดหย่อน) เกิน 150,000 บาทต่อปี


ขายของบน Shopee ต้องมีรายได้เท่าไหร่ถึงต้องจด VAT?

ตอบ : เมื่อรายได้รวมก่อนหักค่าใช้จ่ายทุกช่องทางเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียน VAT ภายใน 30 วัน


หักค่าใช้จ่ายแบบเหมา 60% กับตามจริง เลือกแบบไหนดี?

ตอบ : ถ้าต้นทุนและค่าใช้จ่ายจริงสูงกว่า 60% ของรายได้ และมีเอกสารครบ ควรหักตามจริงจะประหยัดภาษีกว่า แต่ถ้ากำไรเยอะและไม่อยากเก็บเอกสาร หักเหมา 60% สะดวกกว่า


ทำ Shopee Affiliate อย่างเดียว ต้องยื่นภาษีครึ่งปีไหม?

ตอบ : ถ้าทำ Affiliate รับค่าคอมอย่างเดียว (40(2)) ยื่นแค่รอบสิ้นปี แต่ถ้าขายของด้วย (40(8)) ต้องยื่น ภ.ง.ด.94 ครึ่งปีด้วย

About Author

รับวันใช้งานฟรี 30 วัน
เมื่อสมัครทดลองใช้ FlowAccount วันนี้
สมัครเลย

บทความที่คุณน่าจะสนใจ