
| หลังจากจดทะเบียนนิติบุคคลแล้วนั้น สำนักงานบัญชีและสำนักงานตรวจสอบบัญชีจะต้องมีการรายงานต่อสภาวิชาชีพบัญชี รายละเอียดของหลักประกันและแจ้งรายละเอียดของนิติบุคคล วิชาชีพบัญชีเป็นการบริการที่มอบความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจต่าง ๆ เลยจะต้องมีการอะไรเพิ่มเติมบ้าง มาอ่านกันเลยค่ะ |
นักบัญชีหลายคนอยากเริ่มต้นเปิด “สำนักงานบัญชี” หรือ “สำนักงานสอบบัญชี” เป็นของของตัวเอง เพราะถือเป็นโอกาสในการก้าวสู่การเป็นเจ้าของธุรกิจ โดยได้ใช้ความรู้ความสามารถอย่างเต็มที่
จริง ๆ แล้ว วิชาชีพบัญชีถือได้ว่าเป็นหนึ่งในอาชีพที่น่าสนใจ เพราะสามารถเริ่มต้นธุรกิจได้ด้วยเงินทุนไม่สูงมาก อาศัยทักษะ ความรู้ และประสบการณ์ของตัวเองเป็นหลัก เพียงมีคอมพิวเตอร์และเครื่องพิมพ์ ก็สามารถเริ่มต้นให้บริการลูกค้าได้แล้ว
ลองถามตัวเองอีกครั้งว่า “พร้อมหรือยังที่จะลงมือทำตามความฝันของตัวเองสักครั้งในชีวิต” เพราะโอกาสในการสร้างธุรกิจของตัวเองนั้นอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม
ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปดูขั้นตอนการจดทะเบียน และแนวทางการเริ่มต้นสำนักงานบัญชีแบบเข้าใจง่าย สามารถนำไปปรับใช้ได้จริง
เลือกอ่านได้เลย!
Toggleการเปิดสำนักงานบัญชีมีองค์ประกอบอะไรบ้าง
- เปิดสำนักงานบัญชีต้องมีผู้ทำบัญชีที่จบด้านบัญชีตามที่กฎหมายรับรอง และสามารถขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทำบัญชีได้
- สำนักงานจะต้องมีความน่าเชื่อถือ มีทักษะการสื่อสาร ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า
- เมื่อทำบัญชีเสร็จตามรอบระยะเวลาบัญชี จะต้องมีผู้สอบบัญชี ที่สามารถเซ็นรับรองงบการเงินได้ เพราะผู้ที่ลงชื่อทำบัญชี ไม่สามารถเซ็นรับรองงบการเงินเองได้
หลังจากที่จดทะเบียนนิติบุคคลไปแล้วนั้น ชีวิตจะเปลี่ยนไปอย่างไร เมื่อเปลี่ยนจากทำธุรกิจแบบบุคคลธรรมดามาเป็นบริษัทจำกัด แต่ที่แน่ ๆ ถือเป็นการเพิ่มโอกาสในการขยายตัวของธุรกิจด้านบัญชี แต่หลังจากจดทะเบียนนิติบุคคล กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าแล้วนั้น สำนักงานบัญชีและสำนักงานตรวจสอบบัญชีจะต้องมีการรายงานต่อสภาวิชาชีพบัญชีในรายละเอียดของหลักประกันและแจ้งรายละเอียดของนิติบุคคล
“วิชาชีพของเราเป็นการบริการที่เพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจต่างๆ เลยจะต้องมีการวางหลักประกัน และรายงานที่เพิ่มเติมขึ้นมา”
สิ่งที่นิติบุคคลด้านบัญชีและสอบบัญชีต้องรายงาน
สำนักงานบัญชี สำนักงานสอบบัญชี มี 2 สิ่งหลัก ๆ ที่จำเป็นต้องยื่นขอจดทะเบียนต่อสภาวิชาชีพบัญชี หลังจากการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เรียบร้อยแล้ว ดังนี้ค่ะ

1) แจ้งการจดทะเบียนนิติบุคคล
- ยื่นขอจดทะเบียนต่อสภาวิชาชีพบัญชี ภายใน 30 วัน หลังจากการจดทะเบียน จัดตั้งนิติบุคคลที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เรียบร้อยแล้ว
- แจ้งรายละเอียดหลักประกัน พร้อมกับ การยื่นจดทะเบียนต่อสภาวิชาชีพบัญชี
- ถ้านิติบุคคลให้บริการด้านการสอบบัญชี บุคคลที่มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลในการให้บริการการสอบบัญชีจะต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA)
2) แจ้งรายละเอียดหลักประกันเพื่อประกันความรับผิดต่อบุคคลที่สาม
- หลักประกันเพื่อประกันความรับผิดต่อบุคคลที่สามรวมกัน จะต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่า 3% ของทุน ณ วันที่ยื่นจดทะเบียนต่อสภาวิชาชีพบัญชี
หลังจากที่ทราบแล้วว่าต้องรายงานอะไรบ้าง ทีนี้เรามาดูดีว่าเอกสารที่ต้องยื่นรายงานการจดทะเบียนนิติบุคคล และหลักฐานที่เกี่ยวกับหลักประกันประกอบด้วยอะไรบ้าง
หลักฐานการจดทะเบียนนิติบุคคลและรายละเอียดหลักประกัน
หลักฐานที่ต้องเตรียมพร้อมเพื่อนำไปยื่นต่อสภาวิชาชีพประกอบไปด้วย รายการต่างๆ ดังนี้
- หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลที่มีอายุไม่เกิน 3 เดือน
- หลักฐานชำระค่าจดทะเบียนนิติบุคคล
- ข้อมูลในงบกำไรขาดทุนย้อนหลัง 1 ปี หรือเท่าที่มี กรณีที่เป็นนิติบุคคลตั้งใหม่
- ค่าใช้จ่ายดำเนินการแจ้งรายละเอียดหลักประกัน
- สำเนาหลักประกัน
- สำเนาใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (กรณีต่างด้าว)
- หนังสือมอบอำนาจให้กระทำการแทนนิติบุคคล (ถ้ามี)
ฟอร์มเอกสารเพื่อกรอกรายละเอียด
สามารถกดดาวน์โหลดเอกสารด้านล่างนี้ เพื่อกรอกรายละเอียดสำนักงานทำบัญชี และสำนักงานสอบบัญชีได้ ดังนี้

ดาวน์โหลดแบบฟอร์ม คำขอจดทะเบียนของนิติบุคคล (สวบช.5)

ดาวน์โหลดหลักฐานการแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับหลักประกัน คำขอแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับหลักประกัน (สวบช.5.3)
หลังจากกรอกฟอร์มทั้ง 2 อันข้างต้นแล้ว อย่าลืมแนบหลักฐานประกอบการจดทะเบียนนิติบุคคลและหลักฐานการแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับหลักประกัน เพื่อยื่นต่อสภาวิชาชีพบัญชีกันนะคะ
การนำส่งหลักฐานต่อสภาวิชาชีพบัญชี
- หากใครสะดวกสามารถเดินทางไปยื่นที่ อาคารสภาวิชาชีพบัญชี
- ส่งเอกสารทางไปรษณีย์ ก็ได้เช่นกัน
เพียงเท่านี้ก็เป็นการเปิดสำนักงานบัญชี และสำนักงานสอบบัญชีอย่างเป็นทางการแล้ว เราก็สามารถเดินหน้าลุยสร้างธุรกิจด้านวิชาชีพบัญชีได้ตามความฝันแล้วค่ะ
การต่ออายุทะเบียนนิติบุคคล และการแจ้งรายละเอียดหลักประกันประจำปี
เมื่อมีการจดทะเบียนกับสภาวิชาชีพบัญชีเรียบร้อยแล้ว ก็จะต้องมีการต่ออายุทะเบียนนิติบุคคลที่จะต้องทำทุกๆ 1 ปี นับจากวันจด ซึ่งจะต้องดำเนินการต่ออายุภายใน 3 เดือนก่อนใบทะเบียนหมดอายุ ดังนี้
- ชำระค่าจดทะเบียนต่ออายุทะเบียนนิติบุคคล 2,000 บาท
- นำส่งสภาวิชาชีพบัญชีทางเคาน์เตอร์ ณ อาคารสภาวิชาชีพบัญชี หรือทางไปรษณีย์

ดาวน์โหลดแบบฟอร์มคำขอต่ออายุทะเบียนนิติบุคคล (สวบช.5.2)
และแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับหลักประกันประจำปี ที่จะต้องยื่นภายใน 60 วัน นับแต่วันสิ้นรอบปีบัญชีทุกปี โดยดำเนินการ ดังนี้
- ดาวน์โหลดแบบฟอร์มคำขอแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับหลักประกัน เพื่อประกันความรับผิดต่อบุคคลที่สาม(สวบช.5.3) พร้อมเอกสาร ดังนี้
- สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล ไม่เกิน 3 เดือน
- สำเนาใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (กรณีต่างด้าว)
- สำเนาหลักประกัน
- หนังสือมอบอำนาจให้กระทำการแทนนิติบุคคล (ถ้ามี)
- ชำระค่าใช้จ่ายดำเนินการแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับหลักประกัน 400 บาท
- นำส่งสภาวิชาชีพบัญชีทางเคาน์เตอร์ ณ อาคารสภาวิชาชีพบัญชี หรือทางไปรษณีย์
ร่วมเป็นพาร์ตเนอร์กับ FlowAccount พร้อมรับโปรแกมบัญชี ฟรี
สำนักงานบัญชีที่อยากจัดการงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถเข้าร่วมเป็นพาร์ตเนอร์กับ FlowAccount ซึ่งช่วยให้การทำงานเป็นระบบมากขึ้นผ่านโปรแกรมบัญชีออนไลน์ที่ลดขั้นตอนเอกสารและงานซ้ำซ้อน พร้อมสิทธิประโยชน์อย่างส่วนลดและโปรโมชั่นต่าง ๆ รวมถึงโอกาสในการอัปสกิลด้านบัญชีและธุรกิจจากคอร์สและสัมมนาที่จัดอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมี community ของนักบัญชีให้แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ระหว่างกัน พร้อมทีมงานที่ดูแลด้านระบบและคอยช่วยเหลือเมื่อเกิดปัญหา ช่วยให้การทำงานราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในระยะยาว
บทความข้างต้น เป็นขั้นตอนในการเปิดสำนักงานและสิ่งที่จะต้องทำในทุกๆ ปี เป็นแค่ส่วนหนึ่งที่ใช้ประกอบการตัดสินใจในการเริ่มต้นเปิดสำนักงานบัญชี สำนักงานสอบบัญชี สิ่งที่เป็นหัวใจหลักของการเปิดสำนักงานบัญชี คือ การมีจรรยาบรรณ การรักษาคุณภาพและมาตรฐานงานบริการด้านวิชาชีพนี้ให้ดีที่สุดนั่นเอง
About Author

ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA Thailand) เจ้าของเพจ “Chalitta Accounting” มีประสบการณ์ตรวจสอบบัญชีบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ และเป็นที่ปรึกษาด้านบัญชีและภาษีแก่ผู้ประกอบการ SMEs
ร่วมสมัครเป็นนักเขียนของ FlowAccount ได้ที่นี่