BOQ คืออะไร รู้จักใบประมาณราคาในงานก่อสร้าง

BOQ คือ

จ้างผู้รับเหมาสร้างบ้านราคา 2 ล้านบาท แต่สุดท้ายจ่ายเกินงบไปเกือบครึ่ง แถมงานยังไม่เรียบร้อยอีกต่างหาก เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเป็นประจำในวงการก่อสร้าง และต้นตอของปัญหามักมาจาก “ไม่มี BOQ” หรือมีแต่ไม่ได้อ่านให้เข้าใจ

BOQ ที่ฟังดูเป็นศัพท์เฉพาะของวงการก่อสร้าง จริงๆ แล้วเป็นเอกสารสำคัญที่เจ้าของบ้าน ผู้ประกอบการ และนักลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ทุกคนต้องเข้าใจ บทความนี้จะอธิบายให้ฟังแบบเข้าใจง่ายว่า BOQ คืออะไร ใช้ทำอะไรได้บ้าง อ่านยังไง และทำไมถึงสำคัญแบบสุดๆ ก่อนเซ็นสัญญาจ้างผู้รับเหมา


BOQ คืออะไร?


BOQ ย่อมาจาก Bill of Quantities หรือภาษาไทยเรียกว่า “บัญชีแสดงปริมาณงานและราคาก่อสร้าง” พูดง่าย ๆ BOQ คือ เอกสารที่บอกว่าโครงการก่อสร้างนี้ต้องใช้วัสดุอะไรบ้าง ปริมาณเท่าไร ราคาต่อหน่วยเท่าไร ค่าแรงเท่าไร และรวมกันแล้วเป็นเงินเท่าไร BOQ เปรียบเสมือน 'ใบเสนอราคาฉบับละเอียด' ของงานก่อสร้าง ถ้าเทียบกับการสั่งอาหาร เมนูปกติจะบอกแค่ 'ผัดกะเพรา 60 บาท' แต่ BOQ คือใบที่บอกละเอียดว่า เนื้อหมูกี่กรัม กะเพรากี่ใบ น้ำมันกี่ช้อน น้ำปลากี่หยด ราคาวัตถุดิบเท่าไร ค่าทำเท่าไร


ตัวอย่างตารางราคา BOQ โดยคร่าว


เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ลองมาดูตัวอย่าง BOQ โดยคร่าวสำหรับงานก่อสร้างขนาดเล็กกัน


ตัวอย่างตารางราคา BOQ โดยคร่าว


แต่ในชีวิตจริง BOQ อาจยาวเป็นสิบหน้า เพราะแยกย่อยทุกรายการ ตั้งแต่ตะปูกี่กิโล ปูนกี่ถุง สีกี่แกลลอน ไปจนถึงค่าแรงช่างแต่ละประเภทเลยล่ะ


ตัวอย่าง BOQ


ตัวอย่าง BOQ

ดาวน์โหลด ตัวอย่าง BOQ


BOQ สำคัญอย่างไร?


BOQ ไม่ใช่แค่เอกสารราคา แต่เป็น “หลักฐาน” และ “เครื่องมือควบคุมการเงิน” ของโครงการก่อสร้าง ความสำคัญของ BOQ โดยสรุปมีดังนี้

  • ใช้เปรียบเทียบราคาผู้รับเหมาแต่ละเจ้าได้
  • ใช้ยื่นกู้ธนาคารได้: ธนาคารใช้ BOQ เป็นหลักฐานในการพิจารณาวงเงินสินเชื่อบ้าน 
  • ป้องกันงบบานปลาย: งานเพิ่ม-ลดต้องคิดราคาตาม BOQ ที่ตกลงไว้ ผู้รับเหมาไม่สามารถตั้งราคาเองตามใจชอบ
  • เป็นเอกสารแนบสัญญา: เวลามีข้อพิพาท BOQ ใช้เป็นหลักฐานในชั้นศาลได้

BOQ มีหมวดหมู่อะไรบ้าง?


งานก่อสร้างทั่วไปจะแบ่งเป็น 5 หมวดหลัก เพื่อให้อ่านง่ายและตรวจสอบสะดวก

  • หมวดที่ 1 งานเตรียมการ: การเคลียร์พื้นที่ ขุดดิน ถมที่ ตั้งป้ายโครงการ ขออนุญาตก่อสร้าง
  • หมวดที่ 2 งานโครงสร้าง: ฐานราก เสาเข็ม คาน เสา พื้น โครงหลังคา เหล็กเสริม คอนกรีต — เป็นหมวดที่ค่าใช้จ่ายสูงที่สุด มักกินงบ 30-40% ของทั้งโครงการ
  • หมวดที่ 3 งานสถาปัตยกรรม: ก่อผนัง ฉาบปูน ปูพื้น มุงหลังคา ฝ้าเพดาน ทาสี ติดประตูหน้าต่าง สุขภัณฑ์
  • หมวดที่ 4 งานระบบ: ไฟฟ้า ประปา สุขาภิบาล ระบายน้ำ ระบบปรับอากาศ ระบบอินเตอร์เน็ต
  • หมวดที่ 5 งานอื่นๆ: ภูมิทัศน์รอบบ้าน รั้ว ประตูเข้า งานตกแต่งภายในที่ตกลงเพิ่ม

ใครบ้างที่ต้องทำ BOQ?


ใครบ้างที่ต้องทำ BOQ?


คนที่ต้องทำ และเกี่ยวข้องกับ BOQ นั้น ไม่ได้มีแค่ผู้รับเหมาเพียงคนเดียวเท่านั้น ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างต่างก็ต้องทำและใช้ BOQ ในบทบาทที่ต่างกัน ดังนี้

  •       เจ้าของโครงการ / เจ้าของบ้าน: ควรขอให้สถาปนิกหรือผู้ออกแบบทำ BOQ ราคากลางให้ ใช้เป็นเกณฑ์เปรียบเทียบกับราคาที่ผู้รับเหมาเสนอ
  •       สถาปนิก / วิศวกร / ผู้ออกแบบ: จัดทำ BOQ ราคากลางตามแบบที่ออกให้ลูกค้า บางบริษัทแถมมากับแบบบ้านสำเร็จรูป
  •       ผู้รับเหมา: จัดทำ BOQ ของตัวเองเพื่อเสนอราคาในการประกวดราคา และใช้แนบกับสัญญารับเหมาก่อสร้าง
  •       Quantity Surveyor (QS): ผู้สำรวจปริมาณและราคาโดยวิชาชีพ พบในโครงการขนาดใหญ่ ทำงานทั้งฝั่งเจ้าของและฝั่งผู้รับเหมา

แต่สำหรับโครงการก่อสร้างเล็กๆ ที่มีแค่ผู้จ้าง และผู้รับเหมา ผู้ที่ทำ BOQ คือผู้รับเหมา แต่ว่าผู้จ้างจะต้องอ่านให้เข้าใจรายละเอียดทั้งหมดด้วย


BOQ มีความสำคัญต่อการสร้างบ้าน หรืองานก่อสร้างอย่างไร?


ปัญหาที่เจอบ่อยที่สุดในงานก่อสร้าง คือ 'งบบานปลาย' ซึ่งทั้งสองอย่างนี้แก้ได้ถ้ามี BOQ ที่ละเอียดและทำสัญญาให้ครอบคลุม

ถ้าแบบก่อสร้างเปรียบเสมือน “คู่มือช่าง” การมี BOQ ก็เปรียบเสมือน “คู่มือทางการเงินของผู้จ้าง” สองอย่างนี้ต้องมีคู่กัน เพราะช่างก่อสร้างต้องทำตามแบบ การสั่งซื้อวัสดุถึงค่าแรงต่างๆ ก็ต้องอยู่ในงบประมาณ และสัมพันธ์กับ BOQ ที่วางไว้ ขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไป ก็อาจทำให้เกิดปัญหาใหญ่ตามมา


วิธีคำนวณ BOQ?


 

แม้เจ้าของบ้านหรือผู้ประกอบการไม่ต้องคำนวณ BOQ เอง แต่ก็ควรเข้าใจหลักการ เพื่อตรวจสอบความสมเหตุสมผลของตัวเลข

สูตรพื้นฐานของ BOQ คือ: ปริมาณงาน × ราคาต่อหน่วย (วัสดุ + ค่าแรง) = ค่าใช้จ่ายของรายการนั้น

และในส่วนของสถาปนิก หรือผู้รับเหมาจะคำนวณ BOQ ตามขั้นตอนการคร่าวๆ ดังนี้

  1. ถอดแบบ — อ่านแบบก่อสร้าง แล้วแยกรายการที่ต้องทำทั้งหมด
  2. คำนวณปริมาณ — เช่น ผนังกี่ตารางเมตร พื้นกี่ตารางเมตร เหล็กกี่กิโลกรัม
  3. ใส่ราคาต่อหน่วย — อ้างอิงราคากลางของกรมโยธาธิการและผังเมือง หรือราคาตลาดในพื้นที่
  4. รวมยอด + บวกค่าดำเนินการ + กำไรผู้รับเหมา + ภาษีมูลค่าเพิ่ม 

และก่อนเซนต์ BOQ ทุกครั้งอย่าลืมเช็กรายละเอียดว่า BOQ นั้นแยกค่าวัสดุและค่าแรงสมเหตุสมผลไหม รุ่นและยี่ห้อวัสดุตรงกับที่ตกลงไว้หรือเปล่า หากมีการแก้ไข ต้องเซนต์ BOQ ร่วมกันใหม่ทุกครั้ง


ประโยชน์ของการทำ BOQ คืออะไร?


 

ในมุมมองของคนสร้างบ้าน หรือผู้ประกอบการประโยชน์ของ BOQ โดยสรุปมีดังนี้

  • ควบคุมงบประมาณได้แม่นยำ รู้ตั้งแต่ต้นว่าโครงการนี้ต้องใช้เงินเท่าไร
  • เปรียบเทียบราคาผู้รับเหมาแต่ละเจ้าได้บนพื้นฐานเดียวกัน
  • ใช้เป็นเอกสารประกอบการขอสินเชื่อจากธนาคาร
  •  ป้องกันการเรียกเก็บเงินเพิ่มโดยไม่มีเหตุผล
  •  ใช้เป็นเกณฑ์ในการเบิกจ่ายตามงวดงาน
  • ลดข้อโต้แย้งระหว่างเจ้าของและผู้รับเหมา เพราะมีหลักฐานชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร

FlowAccount ช่วยบริหารต้นทุนงานก่อสร้างได้อย่างไร


FlowAccount โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ช่วยให้บันทึกค่าใช้จ่ายจริงในการก่อสร้างแยกตามโครงการ (Project) พร้อมรายงานสรุปค่าใช้จ่ายจริง ใช้เปรียบเทียบกับงบที่ตั้งไว้ใน BOQ ทำให้เห็นว่าตอนนี้ค่าใช้จ่ายก่อสร้างเกินกว่างบประมาณตาม BOQ ที่ตกลงกันหรือไม่ และค่าวัสดุ รวมถึงค่าแรงที่จ่ายไปสัมพันธ์กับ BOQ ที่เคยคุยกันไว้แต่ต้นหรือเปล่า


BOQ คือ เอกสารหัวใจของงานก่อสร้างที่เจ้าของบ้านและผู้ประกอบการต้องเข้าใจ ก่อนเซ็นสัญญากับผู้รับเหมาทุกครั้ง อย่าลืมเช็ก BOQ ในรายละเอียดและตรวจสอบให้แน่ใจว่าทุกรายการชัดเจน มีปริมาณ ราคาต่อหน่วย และยอดรวม ครบทุกหมวด เพื่อให้โครงการก่อสร้างเดินหน้าไปได้ตามแผน ไม่มีการจ่ายเงินแบบบานปลาย สุดท้ายไม่ได้ทั้งงาน และเสียทั้งเงิน 



คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับ BOQ


1. BOQ ใครเป็นผู้จัดทำ BOQ

ตอบ: สำหรับการก่อสร้างบ้านโครงการเล็กๆ ผู้รับเหมาจะเป็นคนทำ BOQ แต่ถ้าเป็นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เจ้าของโครงการมักให้สถาปนิก วิศวกร จัดทำเป็นราคากลาง 


2. BOQ แตกต่างจาก BOM อย่างไร?

ตอบ: BOQ (Bill of Quantities) กับ BOM (Bill of Materials) แตกต่างกันในวัตถุประสงค์การใช้งาน BOQ (Bill of Quantities)  จะใช้ในงานก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ โดยแสดงรายการวัสดุ ปริมาณ และ รวมถึงค่าแรงงาน ค่าดำเนินการ และกำไร ส่วน BOM (Bill of Materials) จะใช้ในงานอุตสาหกรรม การผลิตสินค้า โดยแสดงรายการวัตถุดิบและส่วนประกอบทั้งหมดที่จำเป็นสำหรับการผลิตสินค้านั้นๆ


3. BOQ ใช้เป็นสัญญาได้หรือไม่

ตอบ: BOQ ไม่ใช่สัญญา แต่ใช้ 'แนบท้ายสัญญา' รับเหมาก่อสร้างได้ว่าในรายละเอียดงานก่อสร้างมีค่าใช้จ่ายวัสดุและค่าแรงอะไรบ้าง เมื่อทั้งสองฝ่ายเซ็นชื่อในสัญญาแล้ว แนบ BOQ จะมีผลผูกพันตามกฎหมาย 


4. BOQ ต้องเสียค่าใช้จ่ายไหม

ตอบ: ถ้าจ้างสถาปนิกหรือบริษัทออกแบบ ส่วนใหญ่ BOQ จะรวมอยู่ในค่าออกแบบแล้ว ถ้าซื้อแบบบ้านสำเร็จรูปก็มักมี BOQ แถมมาด้วย ส่วนผู้รับเหมาก็จะต้องทำ BOQ เพื่อเสนองานการประเมินราคากับเจ้าของบ้าน หรือผู้ประกอบการ


5. BOQ สามารถแก้ไขระหว่างก่อสร้างได้ไหม

ตอบ: ได้ แต่ต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษรเสมอ เมื่อมีงานเพิ่มหรืองานลด โดยทำเอกสารแก้ไขแนบ BOQ เดิม ระบุชัดเจนว่าเปลี่ยนรายการไหน ราคาเพิ่ม-ลดเท่าไร ให้ทั้งสองฝ่ายเซ็นชื่อรับทราบ 


6. การจ่ายเกิน BOQ ที่กำหนดไว้ สามารถเกิดขึ้นได้ไหม

ตอบ: เกิดได้ สาเหตุหลัก 3 ข้อที่ทำให้จ่ายเกิน BOQ คือ

  •       เจ้าของขอเพิ่ม/เปลี่ยนแบบระหว่างก่อสร้าง — ทำให้ต้องเพิ่มงาน ราคาจึงสูงขึ้น
  •       BOQ เดิมประมาณการไว้น้อยเกินไป หรือลืมใส่บางรายการแล้วมาตรวจพบทีหลัง
  •       ราคาวัสดุปรับขึ้นในระหว่างก่อสร้าง 

วิธีป้องกันที่ดีที่สุด คือ ทำ BOQ ให้ละเอียดตั้งแต่ต้น และระบุในสัญญาให้ชัดว่า เงื่อนไขการเพิ่ม-ลดราคาเป็นอย่างไร

About Author

รับวันใช้งานฟรี 30 วัน
เมื่อสมัครทดลองใช้ FlowAccount วันนี้
สมัครเลย