Affiliate คืออะไร ? อธิบายวิธีการทำ Affiliate เพื่อสร้างรายได้เสริม

Affiliate คืออะไร

ถ้าคุณเคยเห็นคนรีวิวสินค้าแล้วแปะลิงก์ให้กดซื้อในคอมเมนต์หรือใต้คลิป นั่นคือการทำ Affiliate ซึ่งกำลังเป็นช่องทางสร้างรายได้ออนไลน์ที่มาแรงที่สุดช่องทางหนึ่งในตอนนี้ Affiliate คือ การตลาดรูปแบบหนึ่งที่คุณทำหน้าที่แนะนำสินค้าหรือบริการของแบรนด์อื่นผ่านช่องทางออนไลน์ของตัวเอง แล้วรับค่าคอมมิชชันเมื่อมีคนกดซื้อผ่านลิงก์ที่คุณแชร์ โดยไม่ต้องสต็อกสินค้าและไม่ต้องแพ็กของส่งเอง

แต่ Affiliate ไม่ได้มีประโยชน์แค่กับคนที่อยากหารายได้เสริมเท่านั้น เพราะอีกด้านหนึ่ง เจ้าของธุรกิจและร้านค้าออนไลน์ก็ใช้ระบบนี้เป็นช่องทางเพิ่มยอดขายโดยจ่ายค่าโฆษณาเฉพาะเมื่อขายได้จริง บทความนี้ FlowAccount สรุปให้ครบทั้งสองมุม ตั้งแต่ Affiliate Marketing คืออะไร ระบบทำงานอย่างไร ข้อดีข้อจำกัด วิธีเริ่มต้นกับ Shopee Affiliate, Lazada Affiliate และ TikTok Affiliate ไปจนถึงเรื่องภาษีและการจัดการหลังบ้านที่คนทำ Affiliate มักมองข้าม


เลือกอ่านได้เลย!

Affiliate คืออะไร ?


Affiliate คือ การทำการตลาดที่ผู้แนะนำสินค้า (Affiliate) นำลิงก์สินค้าหรือบริการของแบรนด์ไปโปรโมตผ่านช่องทางออนไลน์ของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเพจ Facebook, TikTok Shop, Instagram, YouTube, บล็อก หรือแม้แต่กลุ่มไลน์ เมื่อมีคนคลิกลิงก์นั้นแล้วเกิดการสั่งซื้อจริง ผู้แนะนำจะได้รับส่วนแบ่งเป็นค่าคอมมิชชันตามอัตราที่แบรนด์หรือแพลตฟอร์มกำหนดไว้


จุดที่ทำให้โมเดลนี้ได้รับความนิยมคือเป็นแบบ Win-Win ทุกฝ่าย แบรนด์ได้ยอดขายเพิ่มโดยจ่ายเงินเฉพาะเมื่อขายได้จริง ผู้แนะนำได้รายได้โดยไม่ต้องลงทุนซื้อสินค้ามาสต็อก ส่วนผู้ซื้อก็ได้ข้อมูลรีวิวประกอบการตัดสินใจก่อนซื้อ ซึ่งต่างจากการยิงโฆษณาแบบเดิมที่ต้องจ่ายค่าโฆษณาไปก่อนโดยไม่รู้ว่าจะขายได้หรือไม่


Affiliate Marketing ทำงานอย่างไร ? รู้จัก 4 ปัจจัยของการทำ Affiliate


ระบบ Affiliate Marketing ประกอบด้วยปัจจัย 4 ฝ่ายที่ทำงานเชื่อมโยงกัน

  1. เจ้าของสินค้า (Merchant) — แบรนด์หรือร้านค้าที่ต้องการเพิ่มยอดขาย เป็นผู้กำหนดอัตราค่าคอมมิชชันและเงื่อนไข
  2. ผู้แนะนำ (Affiliate หรือ Publisher) — คนที่นำลิงก์ไปโปรโมต อาจเป็นอินฟลูเอนเซอร์ ครีเอเตอร์ เจ้าของเว็บไซต์ หรือคนทั่วไปที่มีช่องทางออนไลน์
  3. แพลตฟอร์มตัวกลาง (Affiliate Network) — ระบบที่ทำหน้าที่ติดตามลิงก์ นับยอดคลิก ยอดขาย และจ่ายค่าคอมมิชชัน เช่น ระบบ Affiliate ของ Shopee, Lazada หรือ TikTok
  4. ผู้ซื้อ (Customer) — คนที่คลิกลิงก์และตัดสินใจซื้อสินค้า ซึ่งจ่ายราคาเท่าเดิม ไม่ได้จ่ายแพงขึ้นเพราะค่าคอมมิชชัน

ขั้นตอนการทำงาน เริ่มจากผู้แนะนำสมัครเข้าร่วม Affiliate Program แล้วรับลิงก์เฉพาะตัวที่มีรหัสติดตามฝังอยู่ จากนั้นนำลิงก์ไปแชร์พร้อมคอนเทนต์ เมื่อมีคนคลิกและสั่งซื้อภายในระยะเวลาที่กำหนด (Cookie Duration) ระบบจะบันทึกว่ายอดขายนั้นมาจากผู้แนะนำคนไหน แล้วคำนวณค่าคอมมิชชันให้อัตโนมัติ โดยจ่ายตามรอบที่แพลตฟอร์มกำหนด


Affiliate ทำงานอย่างไร


ข้อดีของการทำ Affiliate มีอะไรบ้าง ? 


เหตุผลที่ทำให้ Affiliate Marketing กลายเป็นช่องทางหารายได้ที่คนพูดถึงมากที่สุดช่องทางหนึ่ง ไม่ใช่แค่เพราะเริ่มง่าย แต่เพราะเป็นโมเดลที่แทบไม่มีความเสี่ยงทางการเงินสำหรับผู้เริ่มต้น ต่างจากการเปิดร้านขายของออนไลน์ที่ต้องควักเงินทุนก่อนจะรู้ว่าขายได้หรือไม่ ลองมาดูกันว่าจุดเด่นที่ทำให้หลายคนเลือกเส้นทางนี้มีอะไรบ้าง

  • ไม่ต้องสต็อกสินค้าและไม่ต้องแพ็กส่ง — แบรนด์หรือแพลตฟอร์มจัดการเรื่องคลังและการจัดส่งทั้งหมด ผู้แนะนำมีหน้าที่สร้างคอนเทนต์และแชร์ลิงก์เท่านั้น จึงไม่มีความเสี่ยงเรื่องสินค้าค้างสต็อก
  • เริ่มต้นด้วยต้นทุนต่ำมาก — สมัครเข้าร่วมโปรแกรมส่วนใหญ่ฟรี ไม่มีค่าแรกเข้า สิ่งที่ต้องลงทุนหลักคือเวลาและความคิดสร้างสรรค์ในการทำคอนเทนต์
  • ทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา — ขอแค่มีมือถือและอินเทอร์เน็ต ก็สร้างคอนเทนต์และแชร์ลิงก์ได้ ไม่ผูกกับสถานที่หรือเวลาทำงาน
  • มีสินค้าให้เลือกหลากหลาย — เลือกโปรโมตสินค้าที่ตรงกับความสนใจและกลุ่มผู้ติดตามของตัวเองได้ ซึ่งทำให้คอนเทนต์ออกมาเป็นธรรมชาติและน่าเชื่อถือกว่า
  • มีโอกาสสร้างรายได้ต่อเนื่อง — คอนเทนต์ที่ทำไว้แล้ว โดยเฉพาะรีวิวหรือบทความที่ติดอันดับการค้นหา ยังสร้างยอดคลิกและค่าคอมมิชชันให้ได้เรื่อย ๆ แม้ผ่านไปหลายเดือน

ข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนเริ่มทำ Affiliate มีอะไรบ้าง ? 


เพื่อให้เห็นภาพรอบด้านก่อนการตัดสินใจเริ่มทำ Affiliate มีสิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจลงมือมีดังนี้

  • รายได้ไม่แน่นอนในช่วงแรก — กว่าคอนเทนต์จะเริ่มมีคนเห็นและเกิดยอดขายอาจใช้เวลาหลายเดือน จึงไม่เหมาะกับคนที่ต้องการรายได้ทันที
  • ค่าคอมมิชชันต่อชิ้นมักไม่สูง — สินค้าทั่วไปมักอยู่ในหลักไม่กี่เปอร์เซ็นต์ของราคาขาย การจะมีรายได้ที่มีนัยสำคัญจึงต้องอาศัยปริมาณและความสม่ำเสมอ
  • ขึ้นอยู่กับกติกาของแพลตฟอร์ม — ทั้งอัตราค่าคอมมิชชัน เงื่อนไขการจ่าย และนโยบายต่าง ๆ สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ผู้แนะนำต้องติดตามประกาศอยู่เสมอ
  • ความน่าเชื่อถือคือต้นทุนที่แพงที่สุด — การรีวิวสินค้าที่ไม่ได้ใช้จริงหรือเชียร์เกินจริงเพื่อหวังค่าคอมมิชชัน อาจทำให้เสียฐานผู้ติดตามที่สร้างมานาน ซึ่งกู้คืนยากกว่ารายได้ที่เสียไป

Affiliate Program ยอดนิยมในไทย เริ่มต้นที่ไหนได้บ้าง ?


สำหรับคนไทย Affiliate Program ที่เข้าถึงง่ายและมีคนใช้มากที่สุดคือโปรแกรมของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ 3 เจ้า ซึ่งมีจุดเด่นต่างกัน

Shopee Affiliate

Shopee Affiliate คือ โปรแกรมที่เปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปสมัครเข้าร่วมเพื่อรับลิงก์สินค้าไปโปรโมตโดย จุดเด่นของ Affiliate Shopee คือฐานสินค้าที่ใหญ่มากครอบคลุมแทบทุกหมวด และคนไทยคุ้นเคยกับการช้อปบนแพลตฟอร์มนี้อยู่แล้ว จึงเปลี่ยนจากคนดูเป็นคนซื้อได้ง่าย สมัครได้ผ่านหน้าเว็บ Shopee Affiliate Program หรือในแอปโดยตรง เหมาะกับผู้ที่อยากเริ่มต้นขายของใน Shopee แบบง่าย ๆ 


Lazada Affiliate

Lazada Affiliate เป็นอีกโปรแกรมที่เปิดกว้างสำหรับทั้งครีเอเตอร์และเจ้าของเว็บไซต์ จุดเด่นคือมีสินค้าแบรนด์เนมและหมวดอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมากซึ่งมีราคาต่อชิ้นสูง ทำให้ค่าคอมมิชชันต่อออเดอร์อาจสูงกว่าสินค้าราคาถูก และมีเครื่องมือสำหรับติดตามผลที่ละเอียด เหมาะกับคนที่ทำคอนเทนต์รีวิวเชิงลึกหรือเปรียบเทียบสินค้า


TikTok Affiliate

TikTok Affiliate คือ ระบบที่เชื่อมครีเอเตอร์เข้ากับร้านค้าบน TikTok Shop โดยตรง ครีเอเตอร์เลือกสินค้าจาก Affiliate Marketplace มาปักตะกร้าใน TikTok บนคลิปหรือไลฟ์ แล้วรับค่าคอมมิชชันเมื่อมีคนกดซื้อ จุดเด่นคือเป็นระบบที่ทำให้คนดูตัดสินใจซื้อได้ทันทีในแอปเดียวโดยไม่ต้องออกไปแพลตฟอร์มอื่น จึงมีอัตราการปิดการขายที่ดี และเหมาะกับคนที่ถนัดทำคลิปสั้นหรือไลฟ์ขายของ


วิธีเริ่มต้นทำ Affiliate สำหรับมือใหม่ มีอะไรบ้าง ? 


สำหรับคนที่ยังไม่รู้ว่าจะขายของออนไลน์อะไรดี การทำ Affiliate ถือเป็นวิธีที่ให้คุณเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้ง่าย ๆ จากสิ่งที่มีอยู่แล้วได้เลย โดยมี 5 ขั้นตอนพื้นฐานที่ช่วยให้คุณเริ่มได้อย่างเป็นระบบและไม่หลงทาง ดังนี้

1. เลือกแพลตฟอร์มที่น่าเชื่อถือ

เริ่มจากแพลตฟอร์มที่มีระบบติดตามยอดชัดเจน จ่ายเงินตรงตามรอบ และมีหน้าหลังบ้านให้ดูสถิติได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ตอบโจทย์ข้อนี้อยู่แล้ว จากนั้นค่อยขยายไปสู่โปรแกรมของแบรนด์เฉพาะทางเมื่อเริ่มจับทางได้


2. เลือกสินค้าให้ตรงกับกลุ่มผู้ติดตาม

เลือกสินค้าที่ตัวเองสนใจหรือเคยใช้จริง เพราะจะรีวิวได้เป็นธรรมชาติและตอบคำถามคนดูได้ จากนั้นวิเคราะห์ว่าคนที่ติดตามคุณคือใครและกำลังมีปัญหาอะไร แล้วเลือกสินค้าที่ช่วยแก้ปัญหานั้นได้จริง


3. สร้างช่องทางโปรโมตของตัวเอง

เลือกช่องทางที่ถนัดและตรงกับพฤติกรรมกลุ่มเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็น TikTok, Instagram, YouTube, เพจ Facebook หรือบล็อก สิ่งสำคัญคือความสม่ำเสมอ เพราะช่องทางที่มีคนติดตามจริงคือสินทรัพย์ที่ทำงานให้คุณในระยะยาว


4. ทำคอนเทนต์ที่ให้คุณค่า ไม่ใช่แค่ขายของ

คอนเทนต์ที่ได้ผลดีที่สุดคือรีวิวจากการใช้งานจริง การเปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย หรือการแนะนำวิธีแก้ปัญหา แล้วค่อยแทรกลิงก์เข้าไปอย่างเป็นธรรมชาติ ความจริงใจคือสิ่งที่เปลี่ยนคนดูให้กลายเป็นคนซื้อ


5. วัดผลและปรับปรุงต่อเนื่อง

เข้าไปดูในระบบหลังบ้านว่าคอนเทนต์ไหนสร้างยอดคลิกและยอดขายได้ดี สินค้าหมวดไหนตอบโจทย์ผู้ติดตาม แล้วนำข้อมูลมาปรับแผนคอนเทนต์รอบถัดไป การทำ Affiliate ที่ได้ผลคือการทดลองและปรับอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่การโพสต์ครั้งเดียวแล้วรอ


ขั้นตอนการหารายได้แบบ Affiliate


รายได้จาก Affiliate ต้องเสียภาษีไหม ?


หลายคนเข้าใจว่ารายได้จาก Affiliate เป็นเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ จึงไม่ต้องยื่นภาษี ซึ่งเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ในทางภาษี ค่าคอมมิชชันที่ได้รับถือเป็นเงินได้ที่ต้องนำมารวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เช่นเดียวกับรายได้ช่องทางอื่น และแพลตฟอร์มที่จ่ายค่าคอมมิชชันมักมีการหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ พร้อมออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้ ซึ่งนำมาใช้เป็นเครดิตตอนยื่นแบบได้


สิ่งที่คนทำ Affiliate ควรทำตั้งแต่วันแรกคือ เก็บหลักฐานรายได้จากทุกแพลตฟอร์มไว้เป็นระบบ แยกบัญชีธนาคารที่รับเงินจากงานนี้ออกจากบัญชีส่วนตัว และหากมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการทำคอนเทนต์ เช่น ค่าโฆษณาหรืออุปกรณ์ ก็ควรเก็บเอกสารไว้เช่นกัน เพราะเมื่อรายได้เติบโตขึ้น การมีข้อมูลที่เป็นระบบจะช่วยให้วางแผนภาษีได้ถูกต้องและไม่ต้องมานั่งรวบรวมย้อนหลังตอนใกล้ยื่นแบบ


ในมุมร้านค้า Affiliate Program ช่วยเพิ่มยอดขายได้อย่างไร ?


อีกด้านของ Affiliate ที่คนพูดถึงน้อยกว่าคือมุมของเจ้าของร้าน ซึ่งใช้ระบบนี้เป็นเครื่องมือการตลาดที่คุ้มค่าที่สุดอย่างหนึ่ง เพราะ จ่ายเงินเฉพาะเมื่อขายได้จริงเท่านั้น ต่างจากการยิงโฆษณาที่ต้องจ่ายไปก่อนโดยไม่มีอะไรรับประกันยอดขาย โดยประโยชน์ที่ร้านค้าได้รับมีดังนี้

  • จ่ายตามผลลัพธ์ ไม่มีต้นทุนจม — ค่าคอมมิชชันเกิดขึ้นเมื่อมีคำสั่งซื้อสำเร็จเท่านั้น จึงควบคุมต้นทุนการตลาดต่อยอดขายได้แม่นยำ
  • เข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ — ผ่านฐานผู้ติดตามของครีเอเตอร์แต่ละคน ซึ่งเป็นกลุ่มที่โฆษณาของแบรนด์อาจเข้าไม่ถึง
  • ได้คอนเทนต์รีวิวจำนวนมาก — โดยไม่ต้องผลิตเองทั้งหมด ครีเอเตอร์แต่ละคนนำเสนอสินค้าในมุมที่ต่างกัน ทำให้สินค้าถูกพูดถึงหลากหลายรูปแบบ
  • สร้างความน่าเชื่อถือได้เร็วกว่า — เพราะคำแนะนำจากคนจริงที่ผู้ติดตามไว้ใจ มีน้ำหนักกว่าโฆษณาที่แบรนด์พูดถึงตัวเอง
  • ขยายกำลังการตลาดได้โดยไม่ต้องเพิ่มทีม — ยิ่งมีครีเอเตอร์เข้าร่วมมาก ก็เหมือนมีคนช่วยขายเพิ่มขึ้นโดยไม่ต้องจ้างพนักงานประจำ

แต่สิ่งที่ตามมาพร้อมยอดขายที่เพิ่มขึ้นคือ งานหลังบ้านที่หนักขึ้นตามไปด้วย ทั้งออเดอร์ที่ไหลเข้ามาจากหลายแพลตฟอร์มพร้อมกัน การตัดสต็อกที่ต้องแม่นยำเพื่อไม่ให้ขายเกินจำนวนที่มี การออกใบกำกับภาษี และการบันทึกค่าคอมมิชชันที่จ่ายให้ Affiliate เป็นค่าใช้จ่ายของกิจการให้ถูกต้อง ร้านที่ยอดขายโตเร็วแต่ระบบหลังบ้านตามไม่ทัน มักจบลงที่ตัวเลขสต็อกไม่ตรง ปิดบัญชีไม่ได้ และไม่รู้ว่ากำไรจริงเหลือเท่าไรหลังหักค่าคอมมิชชันและค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม


ขายดีขึ้นแล้ว อย่าให้บัญชีหลังบ้านตามไม่ทัน เริ่มใช้งาน FlowAccount โปรแกรมบัญชีออนไลน์ได้เลยวันนี้


Affiliate คือ การตลาดที่จ่ายค่าตอบแทนตามผลลัพธ์จริง ซึ่งเปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่าย ฝั่งผู้แนะนำสร้างรายได้จากคอนเทนต์โดยไม่ต้องสต็อกสินค้า และฝั่งร้านค้าเพิ่มยอดขายโดยจ่ายเงินเฉพาะเมื่อขายได้ ไม่ว่าจะเริ่มจาก Shopee Affiliate, Lazada Affiliate หรือ TikTok Affiliate หัวใจสำคัญเหมือนกันคือความสม่ำเสมอ การเลือกสินค้าให้ตรงกลุ่ม และการรักษาความน่าเชื่อถือของตัวเองไว้ให้ได้


และสำหรับร้านค้าที่ใช้ Affiliate Program จนยอดขายจากหลายแพลตฟอร์มเติบโตขึ้น สิ่งที่ต้องตามให้ทันคือระบบหลังบ้าน โปรแกรมบัญชีออนไลน์ FlowAccount ช่วยให้คุณเชื่อมต่อกับ Shopee, Lazada และ TikTok Shop ได้โดยตรง ระบบจะดึงข้อมูลคำสั่งซื้อจากแพลตฟอร์มเข้ามาให้อัตโนมัติ พร้อมเปิดบิล ตัดสต็อก และบันทึกบัญชีรายรับรายจ่ายให้ในขั้นตอนเดียว ไม่ต้องคีย์ซ้ำทีละออเดอร์




ทำให้คุณเห็นภาพรวมทางการเงินของทุกช่องทางได้อย่างแม่นยำ รู้กำไรที่แท้จริงหลังหักค่าคอมมิชชันและค่าธรรมเนียม และมีเวลาไปโฟกัสกับการเพิ่มยอดขายได้เต็มที่ 



เริ่มทดลองใช้งาน FlowAccount โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ฟรีทุกฟังก์ชัน 30 วันได้แล้ววันนี้ 


คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับ Affiliate


Q : ทำ Affiliate ต้องมีผู้ติดตามเยอะไหม ?

A : ไม่จำเป็น หลายคนที่มีผู้ติดตามหลักร้อยหรือหลักพันแต่เป็นกลุ่มเฉพาะทางที่เชื่อถือคำแนะนำ ก็สร้างยอดขายได้ดีกว่าบัญชีที่มีผู้ติดตามจำนวนมากแต่ไม่ตรงกลุ่ม สิ่งที่สำคัญกว่าจำนวนผู้ติดตามคือความน่าเชื่อถือและคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์คนดูจริง


Q : ไม่มีเว็บไซต์ ทำ Affiliate ได้ไหม ?

A : ได้ ปัจจุบันสามารถแชร์ลิงก์ผ่านโซเชียลมีเดียได้ทุกช่องทาง ทั้ง TikTok, Instagram, Facebook หรือ YouTube โดยไม่จำเป็นต้องมีเว็บไซต์ของตัวเอง ขอเพียงมีพื้นที่สำหรับสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย


Q : Shopee Affiliate กับ TikTok Affiliate ควรเริ่มจากอันไหนก่อน ?

A : ขึ้นอยู่กับช่องทางที่คุณถนัด หากถนัดทำคลิปสั้นหรือไลฟ์ TikTok Affiliate จะได้เปรียบเพราะคนดูกดซื้อได้ทันทีในแอปเดียว แต่หากถนัดรีวิวเป็นข้อความ ภาพ หรือแชร์ในกลุ่ม Shopee Affiliate จะเริ่มง่ายกว่าเพราะฐานสินค้ากว้างและคนไทยคุ้นเคยกับการซื้อบนแพลตฟอร์มอยู่แล้ว


Q : ค่าคอมมิชชันจาก Affiliate ได้เมื่อไหร่ ?

A : แต่ละแพลตฟอร์มมีรอบการจ่ายต่างกัน โดยทั่วไปจะนับยอดหลังจากคำสั่งซื้อสำเร็จและพ้นระยะเวลาคืนสินค้าแล้ว จึงจะโอนเข้าบัญชีตามรอบที่กำหนด ควรอ่านเงื่อนไขการจ่ายเงินของแต่ละโปรแกรมให้ละเอียดก่อนเริ่ม เพื่อวางแผนกระแสเงินสดได้ถูกต้อง


Q : ร้านค้าอยากเริ่มทำ Affiliate Program ของตัวเอง ต้องทำอย่างไร ?

A : วิธีที่ง่ายที่สุดคือเปิดใช้ระบบ Affiliate ที่แพลตฟอร์ม E-Commerce มีให้อยู่แล้ว เช่น ตั้งอัตราค่าคอมมิชชันสำหรับสินค้าของร้านใน TikTok Shop เพื่อให้ครีเอเตอร์เลือกไปโปรโมต โดยควรคำนวณต้นทุนให้รอบคอบก่อนตั้งอัตรา เพราะค่าคอมมิชชันเป็นต้นทุนที่บวกเพิ่มจากค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มที่จ่ายอยู่แล้ว

About Author

รับวันใช้งานฟรี 30 วัน
เมื่อสมัครทดลองใช้ FlowAccount วันนี้
สมัครเลย

บทความที่คุณน่าจะสนใจ