Work Permit คืออะไร ? มีกี่ประเภท ยื่นเรื่องขอได้ที่ไหน

Work Permit คืออะไร

ธุรกิจไทยยุคนี้จ้างพนักงานต่างชาติกันมากขึ้น ทั้งผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง แรงงานตาม MOU ไปจนถึงชาวต่างชาติที่เข้ามาลงทุนเปิดบริษัทเอง แต่การจ้างงานชาวต่างชาติให้ถูกกฎหมายมีเอกสารสำคัญที่ขาดไม่ได้ นั่นคือใบอนุญาตทำงาน หรือ Work Permit คือ เอกสารที่กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ออกให้เพื่ออนุญาตให้ชาวต่างชาติทำงานในประเทศไทยได้อย่างถูกต้อง

หากจ้างงานโดยไม่มี Work Permit ทั้งนายจ้างและลูกจ้างมีโทษปรับสูงถึงหลักแสนบาทต่อคน บทความนี้ FlowAccount สรุปให้ครบว่า Work Permit มีกี่ประเภท ใครต้องขอบ้าง ขอ Work Permit ใช้เอกสารอะไรบ้าง มีขั้นตอนอย่างไร และทำได้ที่ไหน เพื่อให้คุณจ้างพนักงานต่างชาติได้อย่างสบายใจ ไม่เสี่ยงผิดกฎหมาย


เลือกอ่านได้เลย!

Work Permit คืออะไร ?


Work Permit คือ ใบอนุญาตทำงาน (Work Permit Thailand) ที่กฎหมายกำหนดให้ชาวต่างชาติทุกคนที่ต้องการทำงานในประเทศไทยต้องมี ตามพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 โดยหน่วยงานที่รับผิดชอบคือ กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน


จุดที่หลายคนเข้าใจผิดคือคิดว่ามีวีซ่าแล้วทำงานได้เลย ความจริงคือวีซ่า (Visa) เป็นเพียงเอกสารอนุญาตให้ "อยู่" ในประเทศไทย แต่ Work Permit คือเอกสารอนุญาตให้ "ทำงาน" ชาวต่างชาติจึงต้องมีทั้ง 2 อย่างควบคู่กัน โดยทั่วไปจะต้องถือวีซ่าประเภท Non-Immigrant Visa "B" (วีซ่าธุรกิจ) ก่อน จึงจะยื่นขอ Work Permit ได้ และในใบอนุญาตจะระบุชัดเจนว่าทำงานอะไร กับนายจ้างรายใด และในท้องที่ไหน หากทำงานนอกเหนือจากที่ระบุไว้ก็ถือว่าผิดกฎหมายเช่นกัน


ใครที่ต้องขอ Work Permit บ้าง ?


หลักการง่าย ๆ คือ ชาวต่างชาติ (บุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทย) ทุกคนที่จะทำงานในประเทศไทย ไม่ว่าจะมีนายจ้างหรือไม่ ต้องขอ Work Permit ก่อนเริ่มงานเสมอ กลุ่มหลัก ๆ ได้แก่

  • พนักงานต่างชาติในบริษัทไทย เช่น ผู้เชี่ยวชาญ วิศวกร ครูสอนภาษา ผู้บริหาร ที่บริษัทจ้างเข้ามาทำงาน
  • ชาวต่างชาติที่เป็นกรรมการหรือผู้ถือหุ้นที่ทำงานในบริษัท แม้จะเป็นเจ้าของกิจการเอง หากมีบทบาททำงานจริงในบริษัทก็ต้องมีใบอนุญาตทำงาน
  • นักลงทุนต่างชาติ ที่เข้ามาประกอบธุรกิจหรือลงทุนในไทย รวมถึงกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน (BOI)
  • แรงงานต่างด้าวตาม MOU สัญชาติเมียนมา ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ที่นำเข้ามาทำงานอย่างถูกกฎหมาย
  • แรงงานไป-กลับหรือตามฤดูกาล ที่เข้ามาทำงานบริเวณชายแดนตามมาตรา 64

ในทางกลับกัน ชาวต่างชาติที่ถือวีซ่าท่องเที่ยว (Tourist Visa) หรือเดินทางผ่าน (Transit) ไม่สามารถขอ Work Permit ได้ และห้ามทำงานทุกกรณี


ใครบ้างที่ต้องขอ Work Permit


Work Permit มีกี่ประเภท ?

หลายคนสงสัยว่า Work Permit มีกี่ประเภท ปัจจุบันใบอนุญาตทำงานที่กรมการจัดหางานออกให้แบ่งตามลักษณะรูปเล่มและกลุ่มแรงงานได้เป็น 3 ประเภทหลัก และยังมีรูปแบบดิจิทัล (Digital Work Permit) เพิ่มเข้ามาด้วย รายละเอียดแต่ละประเภทมีดังนี้


ใบอนุญาตทำงาน (ตท.๑๑) หรือ WP. 11

เป็นรูปเล่มสีน้ำเงิน ขนาดประมาณ 12.7 x 8.89 เซนติเมตร ถือเป็นประเภทที่พบมากที่สุด ใช้สำหรับกลุ่มนักลงทุน แรงงานฝีมือ ผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ชำนาญการ แรงงานนำเข้าตาม MOU แรงงานที่ผ่านการตรวจสอบสัญชาติแล้ว รวมถึงแรงงานในกิจการแปรรูปสัตว์น้ำ


ใบอนุญาตทำงาน (ตท.๑๕) หรือ WP. 15

มีลักษณะเป็นกระดาษ A4 สีเหลือง ใช้สำหรับแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานแบบไป-กลับ หรือทำงานตามฤดูกาลในพื้นที่ชายแดน ตามมาตรา 64 เช่น แรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านที่ข้ามมาทำงานภาคเกษตรช่วงฤดูเก็บเกี่ยวแล้วเดินทางกลับ


ใบอนุญาตทำงาน (ตท.๑๑) หรือ WP. 11 (เล่มสีส้ม)

ชื่อแบบฟอร์มเหมือนประเภทแรก แต่รูปเล่มเป็นสีส้ม ขนาดเท่ากัน ใช้เฉพาะแรงงานในกิจการประมงทะเลทุกกลุ่ม เพื่อให้ตรวจสอบและคุ้มครองแรงงานกลุ่มนี้ได้ง่ายขึ้น


Digital Work Permit (ใบอนุญาตทำงานอิเล็กทรอนิกส์)

ใบอนุญาตทำงานรูปแบบดิจิทัลผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ ใช้กับกลุ่มที่ยื่นผ่านศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทำงานแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) เช่น กิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน BOI ช่วยให้ไม่ต้องพกรูปเล่มและตรวจสอบข้อมูลได้สะดวก


แบบ บต. สำหรับแรงงานตามมติคณะรัฐมนตรี

นอกจากแบบหลักข้างต้น ยังมีแบบคำขอกลุ่ม บต. เช่น บต. 50 ที่ใช้กับแรงงานต่างด้าว 4 สัญชาติตามมติคณะรัฐมนตรีในแต่ละรอบ ซึ่งเงื่อนไขจะเปลี่ยนตามประกาศของกรมการจัดหางาน นายจ้างที่จ้างแรงงานกลุ่มนี้ควรติดตามประกาศล่าสุดที่เว็บไซต์กรมการจัดหางาน (doe.go.th) อยู่เสมอ


ขอ Work Permit ใช้เอกสารอะไรบ้าง ?

คำถามยอดฮิตของทั้งนายจ้างและลูกจ้างคือ ขอ Work Permit ใช้เอกสารอะไรบ้าง ตัวอย่างที่พบบ่อยที่สุดคือการขอ Work Permit ให้ชาวต่างชาติที่ถือวีซ่า Non-Immigrant "B" เข้ามาทำงานกับบริษัทในไทย (ยื่นแบบ บต. 25 ตามมาตรา 59) โดยเอกสารแบ่งเป็น 2 ฝั่ง ดังนี้


เอกสารฝั่งลูกจ้างชาวต่างชาติ

  • แบบคำขอรับใบอนุญาตทำงาน พร้อมรูปถ่ายขนาด 3x4 เซนติเมตร จำนวน 3 รูป (ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน)
  • หนังสือเดินทาง (Passport) ฉบับจริง พร้อมสำเนา ที่มีวีซ่า Non-Immigrant "B"
  • ใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาล อายุไม่เกิน 6 เดือน (ตรวจโรคต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนด)
  • หลักฐานการศึกษาหรือหนังสือรับรองประสบการณ์ทำงาน ที่ตรงกับตำแหน่งที่ขอ
  • สัญญาจ้างงาน หรือหนังสือรับรองการจ้างงานจากนายจ้าง

เอกสารฝั่งนายจ้าง / บริษัท

  • หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล อายุไม่เกิน 6 เดือน
  • สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5)
  • สำเนาทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20) และงบการเงินปีล่าสุด
  • สำเนาบัตรประชาชนของกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม
  • แผนที่ตั้งสถานประกอบการ และรูปถ่ายสถานประกอบการ (บางกรณี)

โดยทั่วไปเจ้าหน้าที่จะพิจารณาความพร้อมของบริษัทประกอบด้วย เช่น ทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาทต่อการจ้างชาวต่างชาติ 1 คน และมีสัดส่วนพนักงานคนไทยตามเกณฑ์ ดังนั้นบริษัทที่เพิ่งจดทะเบียนบริษัทใหม่ควรวางแผนโครงสร้างทุนและจำนวนพนักงานให้พร้อมก่อนยื่นขอ


ยื่นขอ Work Permit มีขั้นตอนอะไรบ้าง ?

การยื่นขอ Work Permit สำหรับชาวต่างชาติทั่วไป (มาตรา 59) มีขั้นตอนหลักอยู่ 4 ขั้นตอน ดังนี้


ขั้นตอนที่ 1 นายจ้างยื่นคำขอใบอนุญาตทำงานล่วงหน้าแทนชาวต่างชาติ

ขั้นตอนแรกเริ่มที่ฝั่งนายจ้างในไทย โดยยื่นคำขอรับใบอนุญาตทำงานแทนคนต่างด้าว (แบบ บต. 32) ที่สำนักงานจัดหางานในพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ พร้อมเอกสารฝั่งบริษัทตามหัวข้อก่อนหน้า ค่ายื่นคำขอฉบับละ 100 บาท เมื่อเจ้าหน้าที่พิจารณาอนุมัติแล้ว นายจ้างจะได้รับหนังสือแจ้งผลการพิจารณาอนุญาตทำงาน ซึ่งใช้เป็นหนังสือเชิญสำหรับให้ชาวต่างชาตินำไปยื่นขอวีซ่าในขั้นตอนถัดไป


ขั้นตอนที่ 2 ชาวต่างชาตินำหนังสือเชิญไปยื่นขอวีซ่า Non-Immigrant “B”

ชาวต่างชาตินำหนังสือแจ้งผลการพิจารณาจากขั้นตอนที่ 1 พร้อมเอกสารรับรองจากบริษัทนายจ้าง ไปยื่นขอวีซ่าประเภท Non-Immigrant "B" (วีซ่าธุรกิจ) ที่สถานทูตหรือสถานกงสุลไทยในประเทศของตน ทั้งนี้หากถือวีซ่าท่องเที่ยวหรือเดินทางผ่าน จะไม่สามารถขอรับใบอนุญาตทำงานได้


ขั้นตอนที่ 3 เดินทางเข้าไทย ยื่นเอกสารส่วนที่เหลือ และชำระค่าธรรมเนียม

เมื่อได้วีซ่า Non-Immigrant "B" และเดินทางเข้าประเทศไทยแล้ว ชาวต่างชาติต้องไปยื่นเอกสารส่วนที่เหลือด้วยตนเองที่สำนักงานจัดหางานภายใน 30 วันนับจากวันที่เข้ามา เช่น หนังสือเดินทางฉบับจริง ใบรับรองแพทย์ และรูปถ่าย จากนั้นชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตทำงานตามอายุที่ขอ เช่น ไม่เกิน 3 เดือน 750 บาท ไม่เกิน 6 เดือน 1,500 บาท และไม่เกิน 1 ปี 3,000 บาท


ขั้นตอนที่ 4 รับใบอนุญาตทำงานและปฏิบัติตามเงื่อนไข

ชาวต่างชาติต้องมารับใบอนุญาตด้วยตนเองพร้อมหนังสือเดินทางฉบับจริง หลังจากนั้นต้องพกใบอนุญาตไว้แสดงต่อเจ้าหน้าที่ระหว่างทำงานเสมอ หากจะเปลี่ยนตำแหน่ง เปลี่ยนนายจ้าง หรือย้ายสถานที่ทำงาน ต้องแจ้งขอแก้ไขใบอนุญาตก่อนทุกครั้ง และหากต้องการทำงานต่อ ให้ยื่นต่ออายุก่อนใบอนุญาตหมดอายุอย่างน้อย 30 วัน


Work Permit ทําที่ไหน ?

อีกคำถามที่ถูกค้นหาบ่อยคือ Work Permit ทําที่ไหน สถานที่ยื่นขึ้นอยู่กับที่ตั้งของสถานประกอบการและประเภทของกิจการ ดังนี้

  • กรุงเทพมหานคร: ยื่นที่สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1–10 ตามเขตที่ตั้งของบริษัท
  • ต่างจังหวัด: ยื่นที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดที่สถานประกอบการตั้งอยู่
  • กิจการ BOI หรือได้รับสิทธิพิเศษ: ยื่นที่ศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทำงานแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service Center) อาคารจัตุรัสจามจุรี กรุงเทพฯ ซึ่งรวดเร็วกว่าและได้รับ Digital Work Permit
  • แรงงานต่างด้าว 4 สัญชาติตามมติ ครม.: ดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ e-Work Permit ที่เว็บไซต์ e-workpermit.doe.go.th ตามรอบประกาศของกรมการจัดหางาน

สรุปทั้งหมด


จะเห็นว่าก้าวแรกก่อนขอ Work Permit ให้ชาวต่างชาติได้ คือบริษัทต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลให้ถูกต้อง และมีโครงสร้างทุนจดทะเบียน ผู้ถือหุ้น รวมถึงเอกสารบริษัทที่พร้อมยื่นต่อกรมการจัดหางาน หากคุณเป็นชาวต่างชาติที่อยากเปิดบริษัทในประเทศไทย หรือเป็นผู้ประกอบการที่วางแผนจ้างพนักงานต่างชาติ 


บริการรับจดทะเบียนบริษัทจาก FlowAccount


FlowAccount มีบริการรับจดทะเบียนบริษัท ดูแลตั้งแต่จัดเตรียมเอกสารก่อนการจดทะเบียนบริษัท ไปจนถึงจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจนเสร็จสมบูรณ์ พร้อมระบบบัญชีออนไลน์ FlowAccount ที่ช่วยให้เอกสารบริษัท (เช่น ใบกำกับภาษี, ใบเสนอราคา, ใบแจ้งหนี้ ฯลฯ) พร้อมใช้งานตลอดเวลา ดูรายละเอียดบริการได้ที่ : บริการรับจดทะเบียนบริษัทจาก FlowAccount 


คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับ Work Permit


Work Permit มีอายุกี่ปี ?

ตอบ : ตามกฎหมาย Work Permit มีอายุตามความจำเป็นของงาน แต่ไม่เกินครั้งละ 2 ปี ในทางปฏิบัติมักได้รับอนุญาตครั้งละ 1 ปี สอดคล้องกับอายุวีซ่า และสามารถยื่นต่ออายุได้ก่อนหมดอายุอย่างน้อย 30 วัน


Work Permit กับ Visa ต่างกันอย่างไร ?

ตอบ : Visa คือเอกสารอนุญาตให้ "เข้ามาและพำนักอยู่" ในประเทศไทย ออกโดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองหรือสถานทูตไทย ส่วน Work Permit คือเอกสารอนุญาตให้ "ทำงาน" ออกโดยกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ชาวต่างชาติที่ทำงานในไทยต้องมีทั้ง 2 อย่าง มีวีซ่าแต่ไม่มีใบอนุญาตทำงานก็ทำงานไม่ได้


บัตรสีชมพูกับ Work Permit ต่างกันยังไง ?

ตอบ : บัตรสีชมพู คือ บัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย ออกโดยกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ใช้แสดงตัวตนและสิทธิการอยู่อาศัยชั่วคราวของแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ (เมียนมา ลาว กัมพูชา) โดยด้านหลังบัตรจะระบุข้อมูลการอนุญาตทำงานไว้ด้วย ส่วน Work Permit คือใบอนุญาตทำงานที่ออกโดยกรมการจัดหางานโดยตรง พูดง่าย ๆ คือบัตรสีชมพูเน้นเรื่อง "ตัวตนและการอยู่อาศัย" ส่วน Work Permit เน้นเรื่อง "สิทธิการทำงาน"


ถ้าลูกจ้างต่างชาติทำงานโดยไม่มี Work Permit นายจ้างจะมีโทษหรือไม่ ?

ตอบ : มีโทษหนักทั้ง 2 ฝ่าย ตามพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 นายจ้างที่รับคนต่างด้าวเข้าทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต มีโทษปรับ 10,000–100,000 บาทต่อลูกจ้าง 1 คน หากทำผิดซ้ำมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับ 50,000–200,000 บาทต่อคน หรือทั้งจำทั้งปรับ และถูกห้ามจ้างแรงงานต่างด้าวอีก 3 ปี ส่วนลูกจ้างมีโทษปรับ 5,000–50,000 บาท ถูกส่งกลับประเทศ และห้ามขอใบอนุญาตทำงานอีก 2 ปี


Work Permit ออนไลน์ทำได้หรือไม่ ?

ตอบ : ทำได้บางกรณี ปัจจุบันกรมการจัดหางานมีระบบ e-Work Permit (e-workpermit.doe.go.th) สำหรับแรงงานต่างด้าว 4 สัญชาติตามมติคณะรัฐมนตรี ที่สามารถยื่นคำขอ แนบเอกสาร และชำระค่าธรรมเนียมออนไลน์ได้ ส่วนชาวต่างชาติทั่วไป (มาตรา 59) บางพื้นที่สามารถยื่นเอกสารผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้เช่นกัน แต่ขั้นตอนรับใบอนุญาตยังต้องแสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่ แนะนำให้ตรวจสอบประกาศล่าสุดจากสำนักงานจัดหางานในพื้นที่ก่อนดำเนินการ

About Author

รับวันใช้งานฟรี 30 วัน
เมื่อสมัครทดลองใช้ FlowAccount วันนี้
สมัครเลย

บทความที่คุณน่าจะสนใจ