
| โดเมนคืออะไร หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า “โดเมน (Domain)” โดยเฉพาะเวลาสร้างเว็บไซต์หรืออีเมลธุรกิจ ซึ่งโดเมนเปรียบเสมือน “ชื่อบนโลกออนไลน์” ของธุรกิจ นอกจากชื่อร้านและโลโก้แล้ว โดเมนก็เป็นอีกสิ่งที่ควรรีบจอง เพราะชื่อโดเมนสามารถใช้ได้เพียงชื่อเดียว หากมีคนใช้ชื่อที่ต้องการไปแล้ว ก็ไม่สามารถใช้ซ้ำได้ |
บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักกับโดเมนตั้งแต่พื้นฐานว่าโดเมนคืออะไร มีส่วนประกอบอะไรบ้าง วิธีเช็กว่าชื่อที่ต้องการยังว่างอยู่หรือไม่ รวมถึงขั้นตอนการจดโดเมนและค่าใช้จ่ายที่ควรรู้ รวมถึงราคาและข้อควรรู้เรื่องโดเมนฟรี พร้อมแนะนำว่าหลังจากได้โดเมนมาแล้ว เจ้าของธุรกิจควรทำอะไรต่อ เพื่อให้สามารถนำโดเมนไปใช้กับเว็บไซต์ อีเมลบริษัท และเครื่องมือออนไลน์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม
เลือกอ่านได้เลย!
Toggleโดเมนคืออะไร ?
โดเมน (Domain Name) คือ ชื่อที่ใช้แทนตำแหน่งของเว็บไซต์บนอินเทอร์เน็ต ช่วยให้ผู้ใช้งานเข้าถึงเว็บไซต์ได้ง่าย โดยไม่ต้องจำเลข IP Address ที่เป็นตัวเลขจำนวนมาก เช่น 192.168.1.1 แต่สามารถพิมพ์ชื่อโดเมนที่จำง่าย เช่น example.com แทนได้
ถ้าเปรียบเทียบให้เห็นภาพง่าย ๆ โดเมนก็เหมือน “ที่อยู่ร้าน” ส่วนเว็บโฮสติ้งก็เหมือน “ตัวร้าน” โดยโดเมนทำหน้าที่บอกว่าลูกค้าต้องเข้ามาที่ไหน ส่วนเว็บโฮสติ้งเป็นพื้นที่สำหรับเก็บเว็บไซต์และข้อมูลต่าง ๆ ของร้านไว้ หากมีที่อยู่แต่ไม่มีตัวร้าน ลูกค้าก็เข้ามาแล้วไม่พบเว็บไซต์ และหากมีตัวร้านแต่ไม่มีที่อยู่ ลูกค้าก็ไม่รู้ว่าจะเข้ามาเจอเว็บไซต์ได้ที่ไหน ดังนั้น การทำเว็บไซต์จึงต้องมีทั้งโดเมนและเว็บโฮสติ้งทำงานร่วมกัน

นอกจากใช้เป็นที่อยู่ของเว็บไซต์แล้ว โดเมนยังสามารถนำมาใช้กับ อีเมลบริษัท ได้อีกด้วย เช่น name@yourcompany.com ทำให้ธุรกิจมีอีเมลที่ใช้ชื่อโดเมนของตัวเอง ซึ่งช่วยให้การสื่อสารดูเป็นทางการและเป็นเอกลักษณ์ของธุรกิจมากขึ้น
โดเมนมีส่วนประกอบอะไรบ้าง ? รู้จักนามสกุลโดเมนแต่ละแบบ
โดยทั่วไปชื่อโดเมนจะประกอบด้วย ชื่อโดเมน (Domain Name) และ นามสกุลโดเมน (Domain Extension) เช่น www.mybusiness.com โดย mybusiness คือชื่อที่เจ้าของเว็บไซต์เลือก และ .com คือนามสกุลโดเมนที่ใช้บอกลักษณะหรือประเภทของเว็บไซต์
ซึ่งนามสกุลโดเมนมีหลายรูปแบบให้เลือก โดยแต่ละแบบมีเงื่อนไขและความเหมาะสมในการใช้งานแตกต่างกัน ตัวอย่างนามสกุลที่พบได้บ่อยมีดังนี้
| นามสกุล | เหมาะกับ | เอกสารที่ต้องใช้ |
| .com | ธุรกิจทั่วไป เว็บไซต์ และแบรนด์ต่าง ๆ เป็นนามสกุลที่ได้รับความนิยมทั่วโลก | โดยทั่วไปไม่ต้องใช้เอกสาร |
| .co.th | บริษัทหรือธุรกิจที่จดทะเบียนในประเทศไทย ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือว่าเป็นธุรกิจในไทย | เอกสารตามเงื่อนไขของผู้ให้บริการ เช่น หนังสือรับรองบริษัท |
| .th | บุคคลหรือองค์กรที่ต้องการใช้โดเมนภายใต้ .th | เอกสารยืนยันตามประเภทผู้จด |
| .shop / .store | ร้านค้าและธุรกิจที่ขายสินค้าหรือบริการออนไลน์ | โดยทั่วไปไม่ต้องใช้เอกสาร |
| .org | องค์กร มูลนิธิ สมาคม หรือเว็บไซต์ที่มีลักษณะไม่แสวงหากำไร | ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของผู้ให้บริการ |
วิธีเช็คโดเมน ว่าชื่อที่อยากได้ยังว่างอยู่หรือไม่ ทำอย่างไร ?
ก่อนที่เราจะจดโดเมนจะต้องทำการ เช็คโดเมน ที่ต้องการใช้ก่อนว่าชื่อนั้นยังว่างอยู่หรือมีคนอื่นที่ทำการจดไปแล้ว เนื่องจากการจดโดเมนใช้หลัก ใครจดก่อนก็มีสิทธิ์ใช้ก่อน (First Come, First Served) หากชื่อที่ต้องการถูกจดไปแล้ว ก็ไม่สามารถจดชื่อเดียวกันซ้ำได้
เช็คผ่านเว็บผู้ให้บริการจดโดเมน
วิธีที่ง่ายที่สุดคือเข้าเว็บไซต์ของผู้ให้บริการจดโดเมน แล้วพิมพ์ชื่อที่ต้องการลงในช่องค้นหา ระบบจะแสดงทันทีว่าโดเมนนั้น ยังว่างและสามารถจดได้ หรือ ถูกจดไปแล้ว บางเว็บไซต์จะแนะนำชื่อหรือนามสกุลโดเมนอื่นที่ยังว่างให้เลือกด้วย
เช็คผ่านระบบ WHOIS
WHOIS เป็นระบบที่ใช้ตรวจสอบข้อมูลการจดทะเบียนโดเมน สามารถดูข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ เช่น สถานะของโดเมน วันที่จดทะเบียน และวันหมดอายุ ทั้งนี้ ข้อมูลของผู้ถือครองโดเมนบางส่วนอาจถูกซ่อนเพื่อคุ้มครองความเป็นส่วนตัว และหากโดเมนใกล้หมดอายุ ควรตรวจสอบสถานะเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจว่าจะสามารถจดต่อได้หรือไม่
ลองพิมพ์เข้าเว็บตรง ๆ
อีกวิธีที่ทำได้ง่ายคือพิมพ์ชื่อโดเมนลงในเบราว์เซอร์ เช่น www.example.com เพื่อดูว่ามีเว็บไซต์เปิดใช้งานอยู่หรือไม่ แต่ ไม่ควรใช้วิธีนี้เพียงอย่างเดียว เพราะโดเมนบางชื่ออาจถูกจดไว้แล้ว แม้เจ้าของจะยังไม่ได้สร้างเว็บไซต์ก็ตาม ดังนั้นควรเช็กสถานะกับผู้ให้บริการจดโดเมนหรือระบบ WHOIS เพิ่มเติม
อยากจดโดเมนหรือซื้อโดเมน ต้องทำอย่างไร ราคาเท่าไหร่ ?
การจดโดเมนหรือซื้อโดเมน สามารถทำได้ด้วยตนเองไม่ยาก โดยจำเป็นต้องเลือกชื่อที่ต้องการและจดผ่านผู้ให้บริการรับจดโดเมน ซึ่งแต่ละผู้ให้บริการอาจมีราคาและเงื่อนไขแตกต่างกัน ก่อนตัดสินใจจึงควรเปรียบเทียบทั้งราคาและบริการที่ได้รับ โดยมีขั้นตอนหลัก ๆ ดังนี้
1. เช็กชื่อโดเมนที่ต้องการ
ตรวจสอบก่อนว่าชื่อโดเมนที่ต้องการใช้ยังว่างอยู่หรือไม่ หากมีคนจดไปแล้ว จะต้องเลือกชื่ออื่นหรือนามสกุลโดเมนอื่นที่เหมาะกับธุรกิจของคุณแทน โดยเคล็ดลับการตั้งชื่อโดเมนให้เหมาะกับธุรกิจที่เราอยากแนะนำ มีดังนี้
- สั้นและจำง่าย เพื่อให้ลูกค้าจำและพิมพ์ตามได้ง่าย
- หลีกเลี่ยงขีดกลางและตัวเลข หากไม่จำเป็น เพราะอาจทำให้บอกชื่อหรือสะกดให้คนอื่นฟังได้ยาก
- ใช้ชื่อที่ตรงกับแบรนด์ เพื่อให้ลูกค้าจดจำและค้นหาได้ง่าย
- เช็กชื่อบนโซเชียลมีเดียควบคู่กัน เพื่อให้สามารถใช้ชื่อแบรนด์เดียวกันได้ในทุกช่องทาง
2. เลือกผู้ให้บริการรับจดโดเมน (Registrar)
ในขั้นตอนนี้ควรเปรียบเทียบผู้ให้บริการจากหลายด้าน และไม่ใช่การดูเฉพาะราคาปีแรก โดยควรตรวจสอบ ราคาต่ออายุในปีถัดไป ระบบจัดการ DNS ที่สามารถตั้งค่าได้เอง บริการหลังการขายภาษาไทย และรองรับการออกใบกำกับภาษี โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องการนำค่าใช้จ่ายไปบันทึกทางบัญชี
3. เตรียมเอกสารที่จำเป็น
สำหรับโดเมนบางประเภท เช่น .co.th และ .th อาจต้องใช้เอกสารเพื่อยืนยันสิทธิ์ในการจดทะเบียน โดยเอกสารที่ใช้จะแตกต่างกันตามประเภทของผู้จดและนามสกุลโดเมน
4. ชำระเงินและยืนยันการจดทะเบียน
ชำระค่าบริการตามช่องทางที่ผู้ให้บริการกำหนด จากนั้นอาจต้องยืนยันอีเมลหรือข้อมูลผู้ถือครองโดเมนตามขั้นตอนที่กำหนด
5. ตั้งค่าโดเมนเพื่อเริ่มใช้งาน
เมื่อระบบจดทะเบียนโดเมนเรียบร้อยแล้ว สามารถเข้าไปตั้งค่า DNS เพื่อเชื่อมโดเมนเข้ากับเว็บโฮสติ้ง เว็บไซต์ หรือบริการอีเมลบริษัทที่ต้องการใช้งานได้

เมื่อจดโดเมนเสร็จแล้ว ต้องทำอะไรต่อ ?
หลายคนอาจคิดว่าหลังจาก จดโดเมน แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือต้องรีบทำเว็บไซต์ แต่จริง ๆ แล้ว สิ่งที่สามารถนำมาใช้ได้ทันทีและไม่จำเป็นต้องลงทุนทำเว็บไซต์ก่อน คือการนำโดเมนมาใช้สร้าง อีเมลบริษัท เช่น name@company.com
เพื่อให้เห็นภาพการใช้โดเมนที่ชัดขึ้น ยกตัวย่างระหว่างการส่งใบเสนอราคาจากอีเมลทั่วไป เช่น companyname@gmail.com กับส่งจาก name@company.com ความรู้สึกที่ลูกค้าได้รับย่อมแตกต่างกัน โดยเฉพาะเมื่อต้องติดต่อกับลูกค้าองค์กรหรือคู่ค้าทางธุรกิจ อีเมลที่ใช้ชื่อโดเมนของบริษัทจะช่วยให้การติดต่อดูเป็นทางการและสะท้อนความเป็นแบรนด์มากขึ้น
ประโยชน์ของการมีอีเมลชื่อโดเมนตัวเอง มีอะไรบ้าง ?
อีเมลที่ใช้ชื่อโดเมนของธุรกิจเองไม่ได้มีไว้แค่รับส่งข้อความ แต่ยังช่วยเสริมภาพลักษณ์และทำให้การบริหารงานในองค์กรเป็นระบบมากขึ้น โดยมีประโยชน์หลัก ๆ ดังนี้
- ดูเป็นมืออาชีพและน่าเชื่อถือ: การใช้อีเมลที่ลงท้ายด้วยชื่อบริษัท เช่น name@company.com ช่วยให้ลูกค้ารู้ว่าเป็นการติดต่อในนามธุรกิจ และสร้างความน่าเชื่อถือได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ติดต่อ โดยเฉพาะเมื่อต้องติดต่อกับลูกค้าองค์กรหรือคู่ค้าทางธุรกิจ
- ช่วยสร้างการจดจำแบรนด์: ทุกครั้งที่ส่งอีเมล ชื่อโดเมนของบริษัทจะปรากฏอยู่ในอีเมล ทำให้ลูกค้าเห็นชื่อแบรนด์ซ้ำ ๆ และจดจำธุรกิจได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้การสื่อสารในช่องทางออนไลน์มีภาพลักษณ์ที่เป็นแบรนด์เดียวกัน
- แยกงานออกจากเรื่องส่วนตัวได้ชัดเจน: การมีอีเมลสำหรับธุรกิจโดยเฉพาะช่วยแยกการติดต่อเรื่องงานออกจากอีเมลส่วนตัว ทำให้จัดการข้อความ เอกสาร และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจได้ง่ายขึ้น และลดโอกาสที่อีเมลงานจะปะปนกับเรื่องส่วนตัว
- จัดการอีเมลของพนักงานได้ง่ายขึ้น: บริษัทสามารถสร้างอีเมลให้พนักงานแต่ละคน เช่น sales@company.com หรือ name@company.com และกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงตามหน้าที่ได้ เมื่อพนักงานลาออก บริษัทก็ยังสามารถจัดการบัญชีอีเมลและข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้ โดยไม่ต้องใช้อีเมลส่วนตัวของพนักงาน
มีโดเมนแล้ว ต่อยอดเป็นระบบทำงานองค์กร ด้วย Google Workspace จาก FlowAccount
เมื่อมีโดเมนเป็นของตัวเองแล้ว อีกขั้นที่ช่วยให้ธุรกิจเริ่มต้นทำงานได้เป็นระบบมากขึ้น คือการนำโดเมนมาใช้กับ Google Workspace เพื่อสร้างอีเมลบริษัท เช่น name@company.com พร้อมเครื่องมือสำหรับการทำงานที่หลายคนคุ้นเคยอยู่แล้ว ทั้ง Gmail, Google Drive, Docs, Sheets, Meet และ Calendar ทุกอย่างทำงานบนระบบคลาวด์ จึงสามารถเข้าถึงไฟล์และทำงานร่วมกันได้จากทุกที่ โดยไม่จำเป็นต้องดูแลเซิร์ฟเวอร์เอง
สำหรับธุรกิจที่ต้องการเริ่มใช้ Google Workspace กับโดเมนของตัวเอง FlowAccount เป็นตัวแทนจำหน่าย Google Workspace อย่างเป็นทางการ พร้อมบริการที่ช่วยให้เริ่มต้นใช้งานได้ง่ายขึ้น
- ออกใบกำกับภาษีให้ได้ สามารถนำไปยื่น ภ.พ.30 และหัก ณ ที่จ่ายได้ ช่วยให้ธุรกิจสามารถนำค่าใช้บริการไปบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายของกิจการได้อย่างถูกต้องตามเงื่อนไขทางภาษี
- ราคาพิเศษสำหรับลูกค้าใหม่ เริ่มต้นที่ Business Starter ในราคา 1,650 บาท/ผู้ใช้/ปี และ Business Standard 3,960 บาท/ผู้ใช้/ปี สำหรับลูกค้าใหม่ตามเงื่อนไขโปรโมชั่นที่กำหนด
- เริ่มได้ตั้งแต่ 1 ผู้ใช้งาน เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดเล็กหรือผู้ที่เพิ่งเริ่มต้น ไม่จำเป็นต้องมีทีมใหญ่ก็สามารถสร้างอีเมลบริษัทและเริ่มใช้ Google Workspace ได้
- มีทีมงานคนไทยช่วยตั้งค่าให้ หากมีโดเมนอยู่แล้ว เพียงกรอกข้อมูลตามแบบฟอร์มและรอทีมงานติดต่อกลับภายใน 3 วันทำการ ก็สามารถเริ่มต้นใช้งาน Google Workspace ได้
เมื่อมีทั้ง โดเมน อีเมลบริษัท และเครื่องมือสำหรับทำงานร่วมกัน ธุรกิจก็สามารถเริ่มต้นวางระบบการทำงานได้อย่างเป็นระเบียบมากขึ้น และหากต้องการจัดการทั้งเรื่องระบบทำงานและงานบัญชีสำหรับธุรกิจ ก็สามารถดูบริการและแพ็กเกจที่เหมาะกับการเริ่มต้นได้จาก FlowAccount ที่ flowaccount.com/google-workspace
คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับโดเมน
Q : โดเมนกับโฮสติ้ง ต่างกันอย่างไร ?
A : โดเมน คือชื่อหรือที่อยู่ของเว็บไซต์ที่ผู้ใช้งานพิมพ์เพื่อเข้าถึงเว็บไซต์ ส่วน โฮสติ้ง คือพื้นที่สำหรับเก็บไฟล์และข้อมูลของเว็บไซต์ หากต้องการสร้างเว็บไซต์ โดยทั่วไปจะต้องมีทั้งโดเมนและโฮสติ้ง แต่หากต้องการใช้เพียงอีเมลบริษัท สามารถเริ่มต้นได้ด้วยการมีโดเมนและเชื่อมต่อกับบริการอีเมล
Q : ชื่อโดเมนที่อยากได้ถูกคนอื่นจดไปแล้ว ทำอย่างไรได้บ้าง ?
A : สามารถลองเลือก นามสกุลโดเมนอื่น ที่ยังว่าง เช่น จาก .com เป็น .co.th หรือ .shop หรือปรับชื่อเล็กน้อยให้ยังสื่อถึงแบรนด์ได้ หากต้องการชื่อเดิม อาจตรวจสอบข้อมูลผ่าน WHOIS ว่าโดเมนใกล้หมดอายุหรือไม่ หรือสอบถามเจ้าของโดเมนเพื่อขอซื้อต่อ ซึ่งราคาอาจสูงกว่าการจดโดเมนที่ยังว่างอยู่
Q : จดโดเมนแล้วเป็นของเราตลอดไปเลยไหม ?
A : ไม่ใช่ การจดโดเมนเป็นการ เช่าสิทธิ์ในการใช้ชื่อโดเมนตามระยะเวลาที่จดทะเบียน โดยทั่วไปต้องต่ออายุทุกปี หากปล่อยให้โดเมนหมดอายุและพ้นระยะเวลาที่ผู้ให้บริการกำหนด อาจมีผู้อื่นสามารถจดโดเมนนั้นต่อได้ ดังนั้นควรเปิดระบบต่ออายุอัตโนมัติและติดตามอีเมลแจ้งเตือนจากผู้ให้บริการอยู่เสมอ
Q : ยังไม่ได้จดทะเบียนบริษัท จดโดเมนได้ไหม ?
A : ได้ สำหรับนามสกุลทั่วไป เช่น .com, .net หรือ .shop โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องมีเอกสารนิติบุคคล แต่หากต้องการจด .co.th จะต้องมีคุณสมบัติและเอกสารตามเงื่อนไขการจดทะเบียนของนามสกุล .co.th เช่น เอกสารที่แสดงสถานะนิติบุคคลหรือสิทธิ์ในชื่อที่นำมาจด
Q : มีโดเมนแล้ว ทำอีเมลบริษัทเองได้เลยไหม ?
A : การมีโดเมนเพียงอย่างเดียวยังไม่สามารถส่งและรับอีเมลได้ ต้องนำโดเมนไปเชื่อมต่อกับ บริการอีเมล เช่น Google Workspace และตั้งค่า DNS โดยเฉพาะ MX Record ให้ถูกต้องก่อน จึงจะสามารถใช้อีเมลที่ลงท้ายด้วยชื่อโดเมนของบริษัทได้ หากซื้อ Google Workspace ผ่าน FlowAccount จะมีทีมงานช่วยดำเนินการตั้งค่าให้ตามขั้นตอนที่กำหนด
About Author

เริ่มต้นจากการทำงานสายทนายความ ก่อนจะสนใจด้านธุรกิจและบัญชี จึงตัดสินใจเรียนต่อด้านบัญชีภาษี ปัจจุบันใช้ความรู้ทั้งสองด้านร่วมกัน ถ่ายทอดผ่านบทความเกี่ยวกับการจดทะเบียนบริษัท ภาษี และโครงสร้างธุรกิจ เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าใจได้ง่ายและนำไปใช้ได้จริง
เพิ่ม FlowAccount เป็นแหล่งข้อมูลที่ต้องการ (Preferred Source) บน Google เพื่อให้บทความจากเราแสดงในผลการค้นหาของคุณมากขึ้น
