แจกแบบฟอร์มใบสมัครงาน แบบเป็นทางการ [โหลดฟรี]

ใบสมัครงาน

การคัดเลือกพนักงานใหม่ ไม่ใช่แค่การหาคนมาทำงาน แต่คือการสร้างความประทับใจแรก (First Impression) ที่จะสะท้อนความเป็นมืออาชีพขององค์กรคุณ อีกทั้ง ใบสมัครงาน ก็คือด่านแรกที่ผู้สมัครจะได้สัมผัสกับแบรนด์ของคุณโดยตรง แบบฟอร์มใบสมัครงานที่เป็นระบบ จะช่วยให้ HR หรือนายจ้างสามารถคัดกรองบุคลากรคุณภาพเข้ามาสู่องค์กรได้ง่ายขึ้น

บทความนี้ FlowAccount จะพาคุณไปยกระดับกระบวนการรับสมัครงานให้มีมาตรฐานมากขึ้น ด้วยการ แจกแบบฟอร์มใบสมัครงาน ที่ออกแบบมาอย่างเป็นทางการ พร้อมอธิบายทุกส่วนประกอบสำคัญที่จะช่วยให้คุณได้ข้อมูลครบถ้วน และคัดเลือกคนที่ "ใช่" เข้าสู่องค์กรได้อย่างมีคุณภาพ

 

เลือกอ่านได้เลย!

แบบฟอร์มใบสมัครงาน คืออะไร? สำคัญอย่างไรกับการสมัครงาน

แบบฟอร์มใบสมัครงาน คือ เอกสารมาตรฐานที่บริษัทสร้างขึ้นเพื่อให้ผู้ที่สนใจสมัครงานกรอกข้อมูลส่วนตัว ประวัติการศึกษา ประสบการณ์ทำงาน และข้อมูลอื่น ๆ ที่จำเป็นต่อการพิจารณาคุณสมบัติเบื้องต้น ซึ่งแตกต่างจากเรซูเม่ (Resume) ที่ผู้สมัครเป็นคนออกแบบการนำเสนอด้วยตนเอง

 

ความสำคัญของ ใบสมัครงาน ที่เป็นไปตามมาตรฐานสากล มีดังนี้

  • สร้างมาตรฐานในการคัดกรอง: ช่วยให้ HR เปรียบเทียบข้อมูลของผู้สมัครทุกคนในรูปแบบเดียวกัน ทำให้การคัดกรองเป็นไปอย่างยุติธรรมและง่ายขึ้น
  • รวบรวมข้อมูลที่จำเป็นครบถ้วน: องค์กรสามารถกำหนดหัวข้อที่ต้องการทราบได้ทั้งหมด ซึ่งบางข้อมูลอาจไม่มีอยู่ในเรซูเม่ของผู้สมัคร
  • ใช้เป็นเอกสารทางกฎหมาย: ข้อมูลและการลงลายมือชื่อในใบสมัครสามารถใช้เป็นหลักฐานยืนยันความถูกต้องของข้อมูลที่ผู้สมัครให้ไว้
  • สร้างฐานข้อมูลผู้สมัคร: สามารถนำข้อมูลไปจัดเก็บในระบบเพื่อเรียกดูในอนาคต หากมีตำแหน่งงานที่เหมาะสมเปิดรับอีกครั้ง

แบบฟอร์มใบสมัครงาน ที่ถูกต้องเป็นทางการ ต้องระบุอะไรบ้าง ?

เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนสำหรับการพิจารณา ใบสมัครงาน มาตรฐาน ควรประกอบด้วยหัวข้อสำคัญต่อไปนี้

  • ข้อมูลส่วนตัว (Personal Information): ชื่อ-สกุล, วันเดือนปีเกิด, ที่อยู่, เบอร์โทรศัพท์, อีเมล, รูปถ่าย และข้อมูลอื่นๆ เช่น สถานภาพสมรส, สถานะทางทหาร
  • ตำแหน่งที่ต้องการสมัคร (Position Applied For): ระบุตำแหน่งงานที่สนใจ และเงินเดือนที่คาดหวัง
  • ประวัติการศึกษา (Education Background): วุฒิการศึกษา, สถาบัน, คณะ/สาขาวิชา และปีที่สำเร็จการศึกษา เรียงจากสูงสุดไปต่ำสุด
  • ประสบการณ์ทำงาน (Work Experience): ชื่อบริษัท, ตำแหน่ง, ระยะเวลาที่ทำงาน และหน้าที่ความรับผิดชอบโดยย่อ เรียงจากปัจจุบันไปอดีต
  • ประวัติการฝึกอบรม (Training History): หลักสูตรที่เคยผ่านการอบรมที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งงาน
  • ความสามารถพิเศษ (Skills): ทักษะด้านภาษา, ความสามารถในการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์, ทักษะการขับขี่ และใบอนุญาตต่าง ๆ
  • ข้อมูลบุคคลอ้างอิง (References): ชื่อ, ตำแหน่ง, บริษัท และเบอร์โทรศัพท์ของบุคคลที่สามารถอ้างอิงได้ (โดยต้องได้รับอนุญาตจากบุคคลนั้นก่อน)
  • คำถามเพิ่มเติม: เช่น ประวัติอาชญากรรม, โรคประจำตัว (ตามความจำเป็นและข้อกฎหมาย)
  • การลงนามยินยอม: ช่องสำหรับให้ผู้สมัครลงชื่อเพื่อยืนยันว่าข้อมูลที่ให้เป็นความจริงทุกประการ

แจกแบบฟอร์มใบสมัครงาน โหลดฟรี ! ตัวอย่างใบสมัครงานแบบเป็นทางการ

เพื่อให้กระบวนการรับสมัครงานของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและเป็นมืออาชีพ FlowAccount ได้จัดทำ ตัวอย่างใบสมัครงาน PDF ที่มีหัวข้อครบถ้วนตามมาตรฐานไว้ให้คุณเรียบร้อยแล้ว สามารถดาวน์โหลดเพื่อนำไปปรับใช้ในการสมัครงานของคุณได้ทันที

<< โหลดฟรีตัวอย่างใบสมัครงาน มาตรฐาน DOWNLOAD >> 

ตัวอย่างใบสมัครงาน โหลดฟรี


สรุปทั้งหมดเกี่ยวกับแบบฟอร์มใบสมัครงาน

การมี ใบสมัครงาน ที่ดีและเป็นมาตรฐานไม่เพียงแต่ช่วยให้กระบวนการคัดเลือกบุคลากรของ HR มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างภาพลักษณ์ที่เป็นมืออาชีพให้กับองค์กร การมีข้อมูลที่ครบถ้วนตั้งแต่ต้นจะช่วยให้การพิจารณาในขั้นตอนต่อไปง่ายขึ้น รวมถึงการเตรียมเอกสารสำคัญอย่าง สลิปเงินเดือน หรือหนังสือรับรองการทำงานในอนาคต

 

และเมื่อคุณได้พนักงานที่ใช่เข้ามาสู่องค์กรแล้ว การดูแลพวกเขาด้วยระบบที่เป็นมืออาชีพคือขั้นตอนต่อไป ให้ โปรแกรมเงินเดือนออนไลน์ FlowAccount Payroll เป็นผู้ช่วยคนสำคัญในการจัดการเรื่องเงินเดือนที่ซับซ้อนให้เป็นเรื่องง่าย คำนวณภาษีและประกันสังคมอัตโนมัติ ให้พนักงานดูสลิปเงินเดือนและออกใบ 50 ทวิได้ทันที เปลี่ยนงาน HR ที่วุ่นวายให้เป็นระบบ เพื่อให้คุณมีเวลาไปโฟกัสกับการพัฒนาทีมได้อย่างเต็มที่


โปรแกรมเงินเดือน FlowAccount Payroll


คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับการใช้ใบสมัครงานที่ถูกต้อง สำหรับ HR 

นี่คือคำถามที่หลายคนมักสงสัยเกี่ยวกับการใช้งาน ใบสมัครงาน สำหรับ HR หรือนายจ้าง ที่ FlowAccount รวบรวมคำตอบมาให้แล้ว


ควรให้ความสำคัญกับช่อง “เหตุผลในการลาออก” มากน้อยแค่ไหน?

ตอบ : ในช่องเหตุผลของการลาออกจากที่บริษัทเดิมในใบสมัครงาน เป็นข้อมูลเบื้องต้นที่สำคัญ HR ควรให้ความสำคัญเพื่อใช้เป็นประเด็นในการสัมภาษณ์ต่อไป คำตอบจะช่วยให้คาดเดาถึงทัศนคติ แรงจูงใจ และสิ่งที่ผู้สมัครมองหาในองค์กรใหม่ได้ หากผู้สมัครตอบในเชิงลบอย่างชัดเจน อาจเป็นสัญญาณเตือนให้ HR ต้องซักถามถึงวุฒิภาวะและการปรับตัวเข้ากับผู้อื่น


สามารถใส่คำถามเรื่องส่วนตัว เช่น สถานภาพสมรส หรือศาสนา ได้หรือไม่?

ตอบ : สามารถใส่ได้ โดยหลักปฏิบัติที่ดีที่สุดคือ การหลีกเลี่ยงคำถามที่ไม่เกี่ยวข้องกับความสามารถในการทำงานโดยตรง เพื่อลดความสุ่มเสี่ยงต่อการถูกมองว่าเลือกปฏิบัติ อย่างไรก็ตาม หากองค์กรพิจารณาแล้วว่าข้อมูลดังกล่าวมีความจำเป็นที่เกี่ยวข้องกับการทำงานหรือสวัสดิการ ก็สามารถใส่ได้


หากผู้สมัครกรอกข้อมูลสำคัญไม่ครบถ้วน ควรทำอย่างไร?

ตอบ : หากผู้สมัครมีคุณสมบัติเบื้องต้นที่น่าสนใจจากข้อมูลส่วนอื่น ๆ HR สามารถติดต่อกลับไปเพื่อขอให้กรอกข้อมูลเพิ่มเติมให้ครบถ้วนได้ แต่หากการเว้นว่างนั้นอยู่ในส่วนที่สำคัญมาก เช่น ประสบการณ์ทำงาน หรือเงินเดือนที่คาดหวัง อาจสะท้อนถึงความไม่ใส่ใจของผู้สมัคร ซึ่ง HR สามารถใช้เป็นเกณฑ์ในการพิจารณาคัดออกในเบื้องต้นได้เช่นกัน


ระหว่างใบสมัครงานกับเรซูเม่ ควรให้น้ำหนักกับเอกสารไหนมากกว่ากัน?

ตอบ : ควรใช้ทั้งสองอย่างประกอบกัน เรซูเม่ แสดงให้เห็นถึงทักษะการนำเสนอและจุดเด่นที่ผู้สมัครต้องการจะโชว์ ในขณะที่ ใบสมัครงาน ช่วยให้ HR เปรียบเทียบข้อมูลของผู้สมัครทุกคนใน "มาตรฐานเดียวกัน" ได้ง่ายกว่า หากข้อมูลในเอกสารทั้งสองไม่ตรงกัน ถือเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องหยิบยกขึ้นมาสอบถามในการสัมภาษณ์ทันที


ตามกฎหมาย PDPA เราควรจัดเก็บใบสมัครของผู้ที่ไม่ผ่านการคัดเลือกไว้นานเท่าใด?

ตอบ : องค์กรควรมีนโยบายการจัดเก็บข้อมูลที่ชัดเจน โดยทั่วไปแล้ว ไม่ควรเก็บข้อมูลของผู้สมัครที่ไม่ผ่านการคัดเลือกไว้นานเกินความจำเป็น (เช่น อาจกำหนดไว้ที่ 6 เดือน - 2 ปี) เพื่อพิจารณาสำหรับตำแหน่งงานอื่นที่อาจเหมาะสมในอนาคต และที่สำคัญที่สุดคือ ต้องได้รับความยินยอมจากผู้สมัคร ในการจัดเก็บข้อมูลนั้น ๆ อย่างชัดเจน ซึ่งอาจระบุไว้ในส่วนท้ายของใบสมัครงานก็ได้

About Author

รับวันใช้งานฟรี 30 วัน
เมื่อสมัครทดลองใช้ FlowAccount วันนี้
สมัครเลย

บทความที่คุณน่าจะสนใจ