
| ล่าสุดคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนอย่างโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ที่จะช่วยเหลือลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เหมือนโครงการคนละครึ่ง แต่ครั้งนี้รัฐบาลเข้ามาช่วยจ่ายสูงถึง 60% ส่วนประชาชนร่วมจ่ายเองเพียง 40% เท่านั้น |
สำหรับใครที่กำลังรอคอยสิทธิประโยชน์ในครั้งนี้ โครงการมีกำหนดเปิดระบบให้ประชาชนเข้ามา ลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส อย่างเป็นทางการในช่วงวันที่ 25–29 พฤษภาคม 2569 นี้ บทความนี้ FlowAccount ได้รวบรวมรายละเอียด เงื่อนไข วิธีการลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส 60/40 แบบเข้าใจง่ายมาฝากกัน เพื่อให้คุณพร้อมรับสิทธิและเริ่มต้นใช้งานได้อย่างถูกต้อง
เลือกอ่านได้เลย!
Toggleไทยช่วยไทยพลัส 60/40 คืออะไร ?
โครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 คือมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลในปี 2569 ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน และประคับประคองร้านค้ารายย่อยทั่วประเทศ
โดยรายละเอียดของโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 นั้นรัฐบาลจะช่วยสนับสนุนค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป และบริการที่กำหนดในอัตรา 60% และประชาชนร่วมจ่ายเองเพียง 40% โดยรัฐบาลจะมอบวงเงินสนับสนุนสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน ระยะเวลาดำเนินโครงการนาน 4 เดือน (ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569) รวมเป็นวงเงินช่วยเหลือสูงสุดตลอดโครงการ 4,000 บาทต่อคน โดยการใช้จ่ายทั้งหมดจะต้องผ่านช่องทาง G-Wallet บนแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เท่านั้น
ใครได้รับสิทธิ์โครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 บ้าง ?
โครงการนี้แบ่งรูปแบบการช่วยเหลือออกเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน เพื่อให้ครอบคลุมการดูแลประชาชนในแต่ละกลุ่ม ดังนี้
กลุ่มประชาชนทั่วไป
กลุ่มประชาชนทั่วไป รัฐบาลมีจำนวนสิทธิจำกัดอยู่ที่ 30 ล้านสิทธิ ซึ่งผู้ที่จะเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ได้จะต้องมีคุณสมบัติดังนี้
- เป็นผู้มีสัญชาติไทย
- มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน
- มีบัตรประจำตัวประชาชน
- ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (ตามฐานข้อมูลของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 18 พฤษภาคม 2569)
- ไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 1–5 และโครงการคนละครึ่ง พลัสที่ผ่านมา
กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
สำหรับกลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวนประมาณ 13.18 ล้านคน จะไม่ได้รับสิทธิร่วมจ่ายในส่วน 60/40 แต่รัฐบาลจะให้ความช่วยเหลือโดยเพิ่มวงเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐโดยตรงให้อีก 700 บาทต่อเดือน (จากปกติที่ได้รับเดิม 300 บาทต่อเดือน) รวมเป็น 1,000 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลา 4 เดือน (มิถุนายน – กันยายน 2569) เพื่อนำไปซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่ร้านธงฟ้าฯ ซึ่งผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ โดยระบบจะโอนเงินเพิ่มเข้าบัตรให้เองโดยอัตโนมัติ

เงื่อนไขการใช้สิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 มีอะไรบ้าง ?
ในการใช้งานสิทธิโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 มีข้อกำหนดและเงื่อนไขหลักที่ผู้ได้รับสิทธิต้องทราบ ดังนี้
- รัฐบาลช่วยจ่าย 60% ประชาชนจ่ายเอง 40% เช่นสินค้าราคา 100 บาท เราจะเสียเงินใน G-Wallet ซื้อแค่ 40 บาท ส่วนอีก 60 บาทรัฐบาลออก
- ใช้สิทธิ์ได้สูงสุดไม่เกิน 200 บาท ต่อคนต่อวัน
- รัฐบาลสนับสนุนวงเงินไม่เกิน 1,000 บาท ต่อคนต่อเดือน หากใช้ไม่หมดในแต่ละเดือน วงเงินที่เหลือจะไม่ถูกสะสมหรือนำไปทบในเดือนถัดไป (ตัดยอดใหม่ทุกเดือน)
- สามารถใช้สิทธิชำระเงินกับร้านค้าที่ร่วมโครงการได้ระหว่างเวลา 06.00 น. – 23.00 น. ของทุกวัน
- ต้องใช้สิทธิชำระเงินผ่าน G-Wallet บนแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" เท่านั้น
- สามารถใช้สิทธิซื้ออาหารผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีที่เข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 (เฉพาะช่วงเวลา 06.00 น. – 21.00 น.)
สอนวิธีลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส 60/40
การลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการจะเปิดระบบอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 25–29 พฤษภาคม 2569 เวลา 06.00–22.00 น. ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง โดยสามารถแบ่งวิธีการลงทะเบียนออกเป็น 2 กลุ่ม เพื่อความเข้าใจและทำตามขั้นตอนได้ง่ายขึ้น ดังนี้
กลุ่มที่เคยลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสมาแล้ว
สำหรับผู้ที่เคยได้รับสิทธิโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” มาก่อนไม่ต้องไปยืนยันตัวตนใหม่ เนื่องจากเคยยืนยันตัวตนมาก่อนแล้ว สามารถกดรับสิทธิได้อย่างรวดเร็วตามขั้นตอนต่อไปนี้
- เปิดแอปพลิเคชัน เป๋าตัง
- กดที่แบนเนอร์โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” บนหน้าแรกของแอปฯ
- อ่านรายละเอียด ข้อตกลง และเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการให้ครบถ้วน จากนั้นกดปุ่ม “กดยอมรับเงื่อนไขและรับสิทธิ”
- ระบบจะแสดงข้อความการได้รับสิทธิสำเร็จ พร้อมระบุวันเริ่มต้นที่สามารถเริ่มใช้สิทธิได้ ให้กดปุ่ม “ตกลง” เพื่อเสร็จสิ้นขั้นตอน
กลุ่มที่ยังไม่เคยลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส
สำหรับผู้ที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส หรือเป็นผู้ใช้งานใหม่ มีขั้นตอนดำเนินการดังนี้
- ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน เป๋าตัง และทำการสมัครใช้งานพร้อมเปิดบัญชี G-Wallet ให้เรียบร้อย
- เมื่อถึงกำหนดวันลงทะเบียน ให้เข้าแอปพลิเคชันเป๋าตัง แล้วกดที่รูปโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40”
- อ่านเงื่อนไขโครงการให้ถี่ถ้วน แล้วกดปุ่ม “ลงทะเบียน”
- กรอกข้อมูลส่วนตัวตามหน้าบัตรประจำตัวประชาชนให้ถูกต้องและครบถ้วน จากนั้นกดยืนยันการลงทะเบียน
- ทำการยืนยันตัวตน เพื่อป้องกันการสวมสิทธิ ผู้รับสิทธิรายใหม่จะต้องดำเนินการยืนยันตัวตนด้วยบัตรประชาชนตัวจริง ผ่านตู้ ATM ของธนาคารกรุงไทยที่มีสัญลักษณ์ "Confirm ID" หรือติดต่อที่สาขาของธนาคารกรุงไทย (ยกเว้นผู้ที่เคยทำการพิสูจน์ตัวตนด้วยบัตรประชาชนกับโครงการรัฐอื่นผ่านช่องทางของกรุงไทยมาก่อนแล้ว)
- รอรับ SMS หรือการแจ้งเตือนบนแอปฯ เป๋าตัง เพื่อยืนยันผลการได้รับสิทธิสำเร็จ
ร้านค้าที่ร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส มีอะไรบ้าง ?
สำหรับผู้ประกอบการร้านค้าที่สามารถเข้าร่วมโครงการเพื่อรองรับการใช้จ่ายด้วยสิทธิ์ 60/40 ได้แก่
- ผู้ประกอบการร้านค้าอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป ที่ไม่ใช่นิติบุคคล
- ร้านค้าธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น
- ร้านค้าของกองทุนหมู่บ้านหรือวิสาหกิจชุมชนที่มีการจดทะเบียนอย่างถูกต้อง
ซึ่งร้านสะดวกซื้อที่เป็นธุรกิจแฟรนไชส์จะไม่ได้เข้าร่วมในโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 และในรอบนี้รัฐบาลเน้นช่วยค่าครองชีพสินค้าจำเป็นเท่านั้น ทำให้ "ร้านทำผม ร้านนวด และร้านสปา" ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้
วิธีลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส สำหรับร้านค้า-ร้านอาหาร
- ร้านค้าเดิม (ที่เคยร่วมคนละครึ่ง พลัส): ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ ให้เข้าไปกดยืนยันสิทธิยอมรับเงื่อนไขผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม – 30 กันยายน 2569
- ร้านค้าใหม่: สามารถติดต่อเปิดบัญชีและสมัครเข้าร่วมได้ที่สาขาของธนาคารกรุงไทย หรือทำรายการผ่าน www.ถุงเงิน.com ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม – 31 กรกฎาคม 2569
อ่านวิธีลงทะเบียนโครงการไทยช่วยไทยสำหรับร้านค้าได้ที่ : บทความนี้
สรุปทั้งหมด
โครงการ ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ถือเป็นโอกาสที่ดีของประชาชนทั่วไปในการลดภาระค่าใช้จ่ายรายวันขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสของร้านค้ารายย่อยที่จะได้รับแรงสนับสนุนให้มียอดขายและรายได้เพิ่มขึ้นในช่วงระยะเวลา 4 เดือนนี้
เมื่อมีผู้ใช้บริการและลูกค้าเข้ามาใช้สิทธิกันเป็นจำนวนมาก สิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการร้านค้าไม่ควรมองข้ามคือ "การบริหารจัดการบัญชีและรายรับรายจ่าย" การบันทึกยอดขายรายวันอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้ร้านค้าทราบถึงผลกำไรและประเมินกระแสเงินสดในแต่ละวันได้อย่างแม่นยำ
เพื่อช่วยให้การทำบัญชีเป็นเรื่องง่ายและเป็นระเบียบ ร้านค้าสามารถเลือกใช้งานโปรแกรมบัญชีออนไลน์ FlowAccount ที่ออกแบบมาเพื่อธุรกิจ SMEs และธุรกิจร้านอาหารโดยเฉพาะ ช่วยให้คุณบันทึกยอดขาย ออกบิลใบเสร็จรับเงิน ติดตามรายรับ-รายจ่ายผ่านคอมพิวเตอร์และมือถือ ช่วยให้ผู้ประกอบการมีเวลาโฟกัสกับการขายสินค้าได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องงานเอกสารบัญชีที่ยุ่งยากอีกต่อไป
คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40
โครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 เริ่มลงทะเบียนและเริ่มใช้จ่ายได้เมื่อไหร่?
ตอบ: ประชาชนทั่วไปสามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 25–29 พฤษภาคม 2569 เวลา 06.00–22.00 น. และเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569
หากใช้สิทธิไม่ครบ 1,000 บาทในแต่ละเดือน สามารถนำวงเงินที่เหลือไปใช้ทบในเดือนถัดไปได้ไหม?
ตอบ: ไม่ได้ เนื่องจากวงเงินสนับสนุนสูงสุด 1,000 บาทต่อเดือน จะตัดยอดทุกสิ้นเดือนและเริ่มนับใหม่ในรอบเดือนถัดไป หากใช้ไม่หมด วงเงินส่วนที่เหลือจะถูกตัดสิทธิ์ทันที
โครงการไทยช่วยไทยพลัสต่างจากคนละครึ่งพลัสอย่างไร?
ตอบ: โครงการไทยช่วยไทยพลัสและโครงการคนละครึ่งพลัส แม้จะเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาลเหมือนกัน แต่ก็มีจุดที่แตกต่างกันหลัก ๆ 3 ข้อ ดังนี้
- ไทยช่วยไทยพลัสรัฐช่วยจ่ายมากขึ้น: ปรับเป็นสูตรรัฐช่วยจ่าย 60% ประชาชนจ่ายเอง 40% (จากเดิมโครงการคนละครึ่งพลัสที่จ่ายกันคนละ 50/50)
- ไทยช่วยไทยพลัสวงเงินสูงขึ้นและระยะเวลายาวขึ้น: มอบวงเงินรวมสูงสุด 4,000 บาท นาน 4 เดือน (จากเดิม 2,000 - 2,400 บาท นาน 2 เดือน)
- โครงการไทยช่วยไทยพลัสและโครงการคนละครึ่งพลัส รัฐบาลจะช่วยจ่ายสูงสุดไม่เกิน 200 บาท/วัน แต่หากวันไหนใช้ไม่หมด สามารถสะสมยอดคงเหลือไปใช้ต่อในวันถัดไปได้ภายในเดือนนั้น ๆ (จากเดิมที่จะตัดยอดทิ้งเป็นวันต่อวัน)
ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สามารถลงทะเบียนร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ได้หรือไม่?
ตอบ: ไม่สามารถเข้าร่วมได้ เนื่องจากกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะได้รับความช่วยเหลือเพิ่มเติมผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐโดยตรงอยู่แล้ว โดยรัฐจะเพิ่มวงเงินช่วยเหลือเข้าบัตรให้โดยอัตโนมัติอีกเดือนละ 700 บาท รวมเป็น 1,000 บาทต่อเดือน
โครงการรอบนี้สามารถใช้จ่ายผ่านระบบฟู้ดเดลิเวอรีได้หรือไม่?
ตอบ: สามารถใช้สิทธิได้ โดยจะเปิดให้เริ่มใช้งานผ่านแอปพลิเคชันสั่งอาหารที่เข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 เฉพาะช่วงเวลา 06.00 น. – 21.00 น. เท่านั้น
About Author

Content & SEO Marketer ที่ชื่นชอบเรื่องการตลาดและกำลังสนใจเรื่อง People Management อย่างหนัก เชื่อว่าการพัฒนาตัวเองเริ่มต้นได้ด้วยการอ่าน
