เปิดร้านอาหารต้องจดบริษัทแบบไหนดี? เปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสีย

จดทะเบียนร้านอาหาร

ธุรกิจร้านอาหารเป็นหนึ่งในความฝันของคนอยากมีกิจการเป็นของตัวเอง หลายคนมีสูตรอาหารรสเด็ด มีทำเลทอง และมีกลยุทธ์การตลาดที่ดี แต่กลับลืมให้ความสำคัญกับเรื่องเอกสารทางกฎหมาย ซึ่งคำถามแรก ๆ ที่ผู้ประกอบการหน้าใหม่มักจะค้นหาข้อมูลก่อนเริ่มธุรกิจก็คือ เปิดร้านอาหารต้องจดทะเบียนอะไรบ้าง เพราะหากเราเริ่มต้นได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ย่อมส่งผลดีในระยะยาว ทั้งเรื่องความน่าเชื่อถือและการต่อยอดธุรกิจในอนาคต

บทความนี้ FlowAccount จะพาทุกคนไปอธิบายว่า เปิดร้านอาหารต้องจดทะเบียนอะไรบ้าง แบบทีละขั้นตอน อธิบายโครงสร้างแบบเข้าใจง่าย เพื่อให้ธุรกิจร้านอาหารของคุณเตรียมความพร้อมด้านเอกสารได้อย่างมั่นใจเต็มร้อย พร้อมเปิดร้านอาหารในฝันของคุณได้อย่างสบายใจ


เลือกอ่านได้เลย!

จดทะเบียนร้านอาหาร มีกี่ประเภท อะไรบ้าง ?  

สำหรับคำถามที่ว่าเปิดร้านอาหารต้องจดทะเบียนอะไรบ้าง ? ต้องอธิบายให้เข้าใจก่อนว่าในการจดทะเบียนร้านอาหาร จะสามารถแบ่งได้ออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้ 


จดทะเบียนพาณิชย์แบบบุคคลธรรมดา

หลายคนที่เริ่มต้นธุรกิจจากสเกลเล็ก ๆ หรือเปิดร้านหน้าบ้านตัวเอง มักจะมีข้อสงสัยในใจว่าเปิดร้านอาหารตามสั่ง ต้องจดทะเบียนไหม คำตอบที่ถูกต้องคือ "ต้องจดทะเบียนพาณิชย์" ไม่ว่าร้านของคุณจะเป็นเพียงตึกแถวห้องเดียว หรือร้านสตรีทฟู้ดที่มีหน้าร้านเป็นหลักแหล่ง หากมีรายได้เกิดขึ้นจากการค้าขาย การจดทะเบียนร้านอาหาร (หรือการจดทะเบียนพาณิชย์ในนามบุคคลธรรมดา) ถือเป็นรูปแบบที่เหมาะสมและเริ่มต้นได้ง่ายที่สุด เหมาะสำหรับกิจการที่มีเจ้าของเพียงคนเดียว หรือเป็นธุรกิจที่ช่วยกันทำภายในครอบครัว


เอกสารสำคัญที่ต้องเตรียมมีอะไรบ้าง?

  • คำขอจดทะเบียนการค้า (แบบ ทพ.)
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้จดทะเบียน
  • สำเนาทะเบียนบ้านของผู้จดทะเบียน
  • หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ และสำเนาทะเบียนบ้านของเจ้าของสถานที่ หรือสัญญาเช่า (กรณีไม่ได้เป็นเจ้าของสถานที่)
  • แผนที่ตั้งของร้าน
  • หนังสือมอบอำนาจและสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบ (ถ้าไม่ได้ไปยื่นด้วยตนเอง)
  • ค่าธรรมเนียม 50 บาท

โดยผู้ประกอบการจะต้องไปดำเนินการจดทะเบียนพาณิชย์ภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันที่เริ่มประกอบกิจการ โดยสามารถไปติดต่อได้ที่สำนักงานเขต (สำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานคร) หรือสำนักงานเทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ในพื้นที่ที่ร้านของคุณตั้งอยู่ (สำหรับพื้นที่ต่างจังหวัด)


จดทะเบียนนิติบุคคล

เมื่อกิจการของคุณเริ่มมีขนาดใหญ่ขึ้น หรือเป็นการร่วมลงทุนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป (เช่น ในรูปแบบบริษัทจำกัด หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด) หลายคนคงอยากรู้ว่าในสเกลการลงทุนระดับนี้เปิดร้านอาหารต้องจดทะเบียนอะไรบ้าง รูปแบบนิติบุคคลนี้จะมีความเป็นทางการและต้องใช้เอกสารที่รัดกุมมากขึ้น ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับร้านที่วางแผนจะขยายสาขา ต้องการระดมทุน หรือต้องการสร้างระบบแฟรนไชส์ร้านอาหารในอนาคต


เอกสารสำคัญที่ต้องเตรียมสำหรับการจดทะเบียนแบบนิติบุคคล

  • แบบ บอจ. 1 หรือแบบคำขอจดทะเบียนบริษัทจำกัด
  • แบบคำรับรองการจดทะเบียนบริษัทจำกัด
  • แบบ บอจ. 2 หรือหนังสือบริคณห์สนธิ พร้อมชำระอากรแสตมป์ 200.-
  • แบบ บอจ. 3 หรือรายการจดทะเบียนจัดตั้ง
  • แบบ ว. หรือแบบวัตถุที่ประสงค์
  • แบบ ก. หรือรายละเอียดกรรมการบริษัท
  • ใบแจ้งผลจองชื่อนิติบุคคล 
  • หลักฐานเห็นชอบในการจัดตั้งบริษัทเพื่อประกอบธุรกิจจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • แบบ บอจ. 5 บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น
  • สำเนารายงานการประชุมตั้งบริษัท
  • สำเนาข้อบังคับ พร้อมชำระอากรแสตมป์ 200.-
  • สำเนาหลักฐานการรับชำระค่าหุ้นที่บริษัทออกให้ผู้ถือหุ้น

โดยการจดทะเบียนนิติบุคคล สำหรับร้านอาหาร ผู้ประกอบการจะต้องเดินทางไปยื่นเอกสารที่ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ (สำหรับ กทม.) หรือ สำนักงานพาณิชย์จังหวัด (สำหรับพื้นที่ส่วนภูมิภาค)


จดทะเบียนบริษัทร้านอาหาร


Tips : สำหรับใครที่อยากจะเริ่มจดทะเบียนร้านอาหารแล้ว แต่ไม่รู้ว่าต้องเริ่มต้นอย่างไร หรือไม่มีเวลาในการจัดการเรื่องเอกสารต่าง ๆ  FlowAccount มีบริการรับจดทะเบียนบริษัททั้งจดทะเบียนพาณิชย์แบบบุคคลธรรมดาและจดทะเบียนนิติบุคคล ดูแลโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ที่พร้อมจัดการให้คุณตั้งแต่ต้นจนจดทะเบียนร้านอาหารสำเร็จ ในราคาเพียง 9,990 บาท (พร้อมรับฟรีโปรแกรมบัญชีออนไลน์ FlowAccount แพ็คเกจสูงสุด ให้ใช้งานฟรี 1 ปีเต็ม) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ LINE @flowaccount (มี @) 


จดทะเบียนร้านอาหารมีข้อดีอย่างไร ทำไมต้องทำ ? 

บางคนอาจจะยังลังเล หรือรู้สึกว่าการเดินเรื่องเอกสารเป็นเรื่องยุ่งยาก แต่การจดทะเบียนร้านอาหาร อย่างถูกต้องตามกฎหมายไม่ได้เป็นเพียงแค่การทำตามข้อบังคับของรัฐเพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับเท่านั้น แต่ยังมอบประโยชน์ให้กับตัวร้านอาหารของคุณในระยะยาว ดังนี้

  • สร้างความน่าเชื่อถือ: ลูกค้า ซัพพลายเออร์ และพาร์ทเนอร์ธุรกิจจะมองว่าร้านของคุณมีตัวตนจริง ได้มาตรฐาน และมีความเป็นมืออาชีพ
  • เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น: หากวันหนึ่งคุณต้องการขยายร้าน การมีใบทะเบียนพาณิชย์จะเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่สุดที่ธนาคารใช้พิจารณาอนุมัติสินเชื่อสำหรับ SME
  • ป้องกันปัญหาภาษีย้อนหลัง: การนำธุรกิจเข้าระบบอย่างถูกต้องตั้งแต่แรก จะช่วยให้คุณสามารถทำบัญชีและวางแผนภาษีได้อย่างเป็นระบบ ลดความเสี่ยงในการโดนเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรตรวจสอบและเสียค่าปรับย้อนหลังซึ่งอาจมีมูลค่าสูงมากจนทำให้ธุรกิจสะดุดได้

เปิดร้านอาหาร ไม่มีหน้าร้าน เน้นขาย Delivery ต้องจดทะเบียนด้วยไหม ? 

ในยุคที่ Food Delivery เติบโตแบบก้าวกระโดด ผู้ประกอบการหลายคนเลือกที่จะเปิดร้านแบบไม่มีหน้าร้านหรือที่เรียกว่า Cloud Kitchen โดยเน้นรับออเดอร์ผ่านแอปพลิเคชันเดลิเวอรีอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งมักจะมีคำถามเสมอว่า เปิดร้านอาหารตามสั่งต้องจดทะเบียนไหม หากเราขายแค่บนแอปฯ ไม่ได้มีโต๊ะให้ลูกค้านั่ง?


คำตอบคือ "ต้องทำเช่นกัน" แต่จะเปลี่ยนรูปแบบเป็นการ "จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์" (E-commerce) แทน โดยผู้ประกอบการจะต้องเตรียมเอกสารพื้นฐานคล้ายกับการจดทะเบียนพาณิชย์ทั่วไป แต่สิ่งที่ต้องนำไปยื่นเพิ่มเติมคือ การแคปเจอร์หน้าจอมือถือหรือเว็บไซต์ (Print Screen) ที่แสดงให้เห็นหน้าโปรไฟล์ร้านค้า เมนูอาหาร และช่องทางการสั่งซื้อบนแอปพลิเคชันต่าง ๆ เพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันว่าเรามีการขายสินค้าและรับเงินผ่านช่องทางออนไลน์จริง


เปรียบเทียบข้อแตกต่าง จดทะเบียนร้านอาหารแบบบุคคลธรรมดา-แบบนิติบุคคล

ก่อนตัดสินใจว่าจะเลือก จดทะเบียนร้านอาหาร ในรูปแบบไหน เจ้าของกิจการควรเข้าใจข้อแตกต่างของทั้ง 2 ประเภทให้ชัดเจน เพื่อเลือกให้เหมาะกับขนาดธุรกิจ จำนวนหุ้นส่วน และแผนการเติบโตในอนาคต


หัวข้อเปรียบเทียบ จดทะเบียนแบบบุคคลธรรมดา จดทะเบียนแบบนิติบุคคล
เหมาะกับใคร ร้านขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ธุรกิจครอบครัว เจ้าของคนเดียว ร้านขนาดกลางถึงใหญ่ มีหุ้นส่วนหลายคน วางแผนขยายสาขา
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ ค่าธรรมเนียมเริ่มต้นเพียง 50 บาท สูงกว่า มีค่าทำบัญชี ค่าตรวจสอบบัญชี และค่าบริการอื่น ๆ
การทำบัญชีและงบการเงิน ไม่บังคับส่งงบการเงินรายปี (แต่ควรทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายไว้ดูเอง) บังคับทำบัญชี บันทึกงบการเงิน และต้องมีผู้สอบบัญชีเซ็นรับรองเพื่อส่งหน่วยงานรัฐทุกปี
การคำนวณภาษี เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (คิดแบบขั้นบันได อัตราก้าวหน้า 5-35%) เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล (อัตราคงที่ สูงสุดจำกัดเพดานไว้ไม่เกิน 20%)
การหักลดหย่อนค่าใช้จ่าย เลือกหักภาษีแบบเหมาจ่าย 60% หรือเลือกหักตามค่าใช้จ่ายจริงก็ได้ หักตามค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงเท่านั้น (ต้องมีใบเสร็จรับเงินและเอกสารทางบัญชีที่ถูกต้องครบถ้วน)
ความน่าเชื่อถือและแหล่งเงินทุน การขอสินเชื่อเพื่อขยายธุรกิจกับธนาคารอาจได้วงเงินจำกัด ความน่าเชื่อถือสูงมาก ยื่นขอสินเชื่อธุรกิจเพื่อขยายกิจการได้ง่ายและมีโอกาสได้วงเงินสูงกว่า

หลังจากจดทะเบียนร้านอาหารแล้ว ต้องทำอะไรต่อ ? 

หลังจากที่ร้านอาหารของคุณมีการจดทะเบียนพาณิชย์/นิติบุคคลแล้ว สิ่งต่อมาคือการเตรียมเอกสารและใบอนุญาตการเปิดร้านอาหารให้ถูกต้อง เพื่อให้ถูกต้องตามกฏหมาย 100% ซึ่งทาง FlowAccount ได้ทำการลิสต์สิ่งที่คุณต้องทำต่อ หลังจากที่จดทะเบียนร้านอาหารมาไว้ให้คุณแล้ว ว่าต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง

  • ใบอนุญาตด้านสุขลักษณะสถานที่: แบ่งเกณฑ์ตามขนาดพื้นที่ หากร้านของคุณมีพื้นที่มากกว่า 200 ตารางเมตร ต้องขอ “ใบอนุญาตจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหาร” แต่ถ้าพื้นที่ไม่เกิน 200 ตารางเมตร ให้ขอเพียง “หนังสือรับรองการแจ้งจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหาร” จากหน่วยงานส่วนท้องถิ่น เพื่อยืนยันว่าร้านของคุณสะอาดและผ่านเกณฑ์สุขาภิบาล
  • ใบอนุญาตขายสุราและยาสูบ: สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการ จดทะเบียนร้านอาหารและเครื่องดื่ม ที่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้บริการด้วย คุณจำเป็นต้องไปดำเนินการขออนุญาตจำหน่ายสุราจากกรมสรรพสามิตให้เรียบร้อยเสียก่อน
  • ภาษีป้าย: หากหน้าร้านของคุณมีการติดตั้งป้ายชื่อร้านที่มองเห็นชัดเจนจากภายนอก ไม่ว่าจะเป็นป้ายไม้ ป้ายไฟ หรือป้ายไวนิล จะต้องไปติดต่อประเมินและชำระภาษีป้ายที่สำนักงานเขต หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นประจำทุกปี
  • ลิขสิทธิ์เพลง: ร้านอาหารส่วนใหญ่มักจะเปิดเพลงเพื่อสร้างบรรยากาศ หากคุณเปิดเพลงจากสตรีมมิ่งทั่วไป แผ่นซีดี หรือมีวงดนตรีสดมาเล่น คุณต้องขออนุญาตลิขสิทธิ์เพลงจากค่ายเพลงต่าง ๆ ให้ถูกต้องด้วย

การที่คุณจดทะเบียนร้านอาหาร รวมถึงทำเรื่องขอใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน ถูกต้อง 100% ตามกฏหมาย จะช่วยป้องกันปัญหาโดนสุ่มตรวจและไม่ต้องมานั่งเสียค่าปรับก้อนโตในภายหลัง (ในกรณีที่ฝ่าฝืนกฏระเบียบกระทรวงพาณิชย์ และ กระทรวงสาธารณสุข)


อ่านบทความเพิ่มเติม : เปิดร้านอาหารต้องขออนุญาตอะไรบ้าง รวมใบอนุญาตที่ต้องมี


บริหารธุรกิจร้านอาหารของคุณให้มีประสิทธิภาพ ด้วยตัวช่วยด้านการทำบัญชีอย่าง FlowAccount 

เมื่อร้านอาหารของคุณได้จัดการเรื่องการจดทะเบียนและเตรียมเอกสารครบถ้วนแล้ว อีกหนึ่งหัวใจสำคัญที่จะชี้วัดความสำเร็จของร้านอาหารก็คือ "ระบบบัญชีและหลังบ้านที่แม่นยำ"


ให้ FlowAccount เป็นผู้ช่วยจัดการเรื่องบัญชีร้านอาหารของคุณ ด้วยยกระดับเสริมศักยภาพ SME ธุรกิจร้านอาหาร ด้วยโซลูชันครบวงจรที่ออกแบบมาเพื่อธุรกิจร้านอาหารโดยเฉพาะ สามารถทำงานเชื่อมต่อข้อมูลกับระบบ POS ชั้นนำ (เช่น Wongnai POS, Ocha, SilomPOS) ได้อย่างไร้รอยต่อ ช่วยดึงยอดขายรายวันมาบันทึกบัญชีให้อัตโนมัติ จัดการเรื่องภาษี คุมสต๊อกวัตถุดิบ กระทบยอดธนาคาร และสามารถดูรายงานกำไร-ขาดทุนได้แบบเรียลไทม์


เปลี่ยนเรื่องงานบัญชี ภาษี และเอกสารที่ยุ่งยากให้กลายเป็นเรื่องง่ายสำหรับร้านอาหารทุกร้าน สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมและเริ่มต้นทดลองใช้งานฟรี 30 วันได้เลยตอนนี้ : https://flowaccount.com/restaurant-solutions 


คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับการจดทะเบียนร้านอาหาร 


1. ควรจดทะเบียนร้านอาหารในรูปแบบบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลดีกว่า?

ตอบ : ขึ้นอยู่กับขนาดและแผนธุรกิจของคุณ บุคคลธรรมดามีขั้นตอนง่ายกว่าแต่มั่นรับผิดชอบไม่จำกัด ส่วนนิติบุคคล (เช่น บริษัท) มีความน่าเชื่อถือกว่าและจำกัดความรับผิดชอบ แต่มีภาระเอกสารและภาษีที่ซับซ้อนกว่า 


2. ข้อดีของการจดทะเบียนร้านอาหารอย่างถูกต้องคืออะไร?

ตอบ : การจดทะเบียนอย่างถูกต้องช่วยให้กิจการน่าเชื่อถือ สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น ป้องกันปัญหาทางกฎหมาย และสามารถดำเนินกิจการได้อย่างมั่นคง


3. สามารถจดทะเบียนร้านอาหารได้ที่ไหน?

ตอบ : จดทะเบียนพาณิชย์ได้ที่สำนักงานเขต/ที่ทำการอำเภอ หรือสำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัด สำหรับใบอนุญาตประกอบกิจการให้ยื่นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ร้านตั้งอยู่


4. หากเปิดร้านอาหารแล้วไม่ไปจดทะเบียนพาณิชย์ จะมีผลเสียอย่างไร?

ตอบ: หากเปิดร้านแล้วไม่ได้จดทะเบียนร้านอาหาร ให้ถูกต้องภายในเวลาที่กำหนด จะมีโทษปรับตามกฎหมาย และส่งผลเสียต่อธุรกิจในระยะยาว เช่น ร้านขาดความน่าเชื่อถือ ไม่สามารถยื่นขอสินเชื่อเพื่อขยายกิจการกับธนาคารได้ และที่สำคัญคือมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกเจ้าหน้าที่สรรพากรตรวจสอบและประเมินภาษีย้อนหลัง ซึ่งอาจมีมูลค่าสูงจนกระทบต่อเงินหมุนเวียนในร้านได้


5. เปิดร้านอาหารมานานแค่ไหน ถึงควรต้องไปจดทะเบียนร้านอาหาร?

ตอบ: ตามกฎหมายแล้ว ผู้ประกอบการจะต้องดำเนินการจดทะเบียนร้านอาหาร (การจดทะเบียนพาณิชย์) "ภายใน 30 วัน" นับตั้งแต่วันที่เริ่มเปิดกิจการ ดังนั้นไม่ว่าร้านของคุณจะเพิ่งเริ่มเปิดทดลองขาย หรือเตรียมตัวเปิดอย่างเป็นทางการ การเตรียมเอกสารเพื่อไปจดทะเบียนร้านอาหาร บุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลให้เสร็จสิ้นภายใน 1 เดือนแรก ถือเป็นช่วงเวลาที่ถูกต้องที่สุด เพื่อป้องกันการโดนเรียกเก็บค่าปรับย้อนหลัง

About Author

รับวันใช้งานฟรี 30 วัน
เมื่อสมัครทดลองใช้ FlowAccount วันนี้
สมัครเลย

บทความที่คุณน่าจะสนใจ