
| Probation คือ ด่านแรกที่ทั้งพนักงานใหม่และ HR ต้องเจอในทุกการจ้างงาน แต่หลายคนยังเข้าใจผิดว่ากฎหมายบังคับให้ต้องมีช่วงทดลองงาน และเข้าใจผิดเรื่องสิทธิที่พึงได้รับระหว่างทดลองงานอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะประเด็นการเลิกจ้างที่มักสร้างความสับสนให้ทั้งสองฝ่าย |
บทความนี้ FlowAccount จะพาคุณไปทำความเข้าใจ Probation ตั้งแต่ความหมาย เหตุผลที่บริษัทส่วนใหญ่กำหนดทดลองงานไว้ที่ 119 วัน สิทธิที่พนักงานทดลองงานได้รับตามกฎหมายแรงงาน ไปจนถึงคำตอบที่ชัดเจนว่าไม่ผ่านโปรแล้วนายจ้างต้องจ่ายอะไรบ้าง เพื่อให้คุณนำไปใช้ได้ถูกต้องทั้งในฐานะลูกจ้างและฝ่าย HR
เลือกอ่านได้เลย!
ToggleProbation คืออะไร ?
Probation คือช่วงทดลองงานที่นายจ้างใช้ประเมินความรู้ ทักษะ และการปรับตัวของพนักงานใหม่ ก่อนตัดสินใจบรรจุเป็นพนักงานประจำ หรืออธิบายง่าย ๆ Probation คือช่วงเวลาที่ทั้งสองฝ่ายต่างทดลองกันและกัน นายจ้างดูว่าพนักงานทำงานได้ตามที่คาดหวังหรือไม่ ส่วนพนักงานเองก็ได้ดูว่าองค์กร วัฒนธรรมการทำงาน และลักษณะงานจริงตรงกับที่คาดหวังไว้หรือไม่
จุดที่หลายคนเข้าใจผิดคือคิดว่ากฎหมายแรงงานไทยบังคับให้ทุกบริษัทต้องมีช่วงทดลองงาน แต่ในความเป็นจริงแล้ว กฎหมายแรงงานไม่มีบทบัญญัติเรื่องทดลองงานไว้โดยตรง การกำหนดช่วง Probation เป็นเพียงข้อตกลงระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างที่ระบุไว้ในสัญญาจ้างงานเท่านั้น บริษัทจะกำหนดให้มีหรือไม่มีช่วงทดลองงานก็ได้ตามนโยบายของตนเอง
อย่างไรก็ตาม แม้จะยังอยู่ในสถานะพนักงานทดลองงาน แต่กฎหมายก็ยืนยันชัดเจนว่าลูกจ้างทดลองงานได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายแรงงานอย่างเต็มที่ ไม่ต่างจากพนักงานประจำแต่อย่างใด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่าจ้าง ชั่วโมงการทำงาน วันลา หรือประกันสังคม ซึ่งเป็นประเด็นที่คุณจะได้เห็นรายละเอียดในหัวข้อถัดไป
Probation กี่เดือน ? ทำไมบริษัทส่วนใหญ่กำหนดไว้ที่ 119 วัน
หลายคนสงสัยว่าทดลองงานกี่เดือนถึงจะเหมาะสม คำตอบคือกฎหมายแรงงานไทยไม่ได้กำหนดเพดานระยะเวลาทดลองงานไว้ตายตัว บริษัทสามารถกำหนดระยะเวลาทดลองงานเองได้ตามความเหมาะสมของแต่ละตำแหน่งงาน โดยที่พบบ่อยที่สุดจะอยู่ในช่วง 90–119 วัน หรือคิดเป็น 3–4 เดือน ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของงานและนโยบายของแต่ละองค์กร
แต่ตัวเลขที่จะเห็นบ่อยเป็นพิเศษในประกาศรับสมัครงานหรือสัญญาจ้างของหลายบริษัทคือทดลองงาน 119 วัน ซึ่งไม่ใช่ตัวเลขที่สุ่มขึ้นมาลอยๆ แต่มีที่มาจากพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน มาตรา 118 ที่กำหนดว่าลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันครบ 120 วันขึ้นไป หากถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด จะมีสิทธิได้รับค่าชดเชยตามอายุงาน ด้วยเหตุนี้ บริษัทจำนวนมากจึงนิยมกำหนดให้ผลการประเมินทดลองงานเสร็จสิ้นก่อนวันที่ 120 เพื่อให้การตัดสินใจไม่ว่าจะบรรจุหรือเลิกจ้าง เกิดขึ้นก่อนที่ภาระค่าชดเชยตามกฎหมายจะเริ่มต้น
สิ่งที่ HR ต้องระวังคือ การนับวันทดลองงานต้องนับรวมวันหยุดที่อยู่ในช่วงระยะเวลาการจ้างงานด้วย ไม่ใช่นับเฉพาะวันที่มาทำงานจริงเท่านั้น เพราะฉะนั้นหากพนักงานเริ่มงานวันที่ 1 มกราคม วันที่ครบ 120 วันจะถูกนับตามปฏิทินตั้งแต่วันเริ่มงาน ไม่ใช่นับเฉพาะวันทำงานซึ่งเป็นจุดที่ HR มือใหม่มักคำนวณผิดพลาดบ่อยที่สุด
ทดลองงาน 119 วัน กับ 120 วัน ต่างกันอย่างไร ?
ความแตกต่างระหว่างทดลองงาน 119 วัน กับทดลองงาน 120 วัน อยู่ที่สิทธิค่าชดเชยที่จะเกิดขึ้นทันทีเมื่อลูกจ้างทำงานครบ 120 วัน หากบริษัทเลิกจ้างในวันที่ 119 หรือก่อนหน้านั้น ลูกจ้างจะยังไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยตามอายุงาน แต่ถ้าปล่อยให้ทำงานถึงวันที่ 120 เป็นต้นไปแล้วจึงเลิกจ้าง สิทธิค่าชดเชยจะเกิดขึ้นทันที ไม่ว่าฝ่ายบริหารจะยังไม่ได้ประกาศผลการประเมินอย่างเป็นทางการก็ตาม ตัวเลข 1 วันที่ต่างกันนี้จึงมีผลต่อภาระทางการเงินของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ และเป็นเหตุผลที่ฝ่าย HR ต้องวางแผนวันประเมินผลให้รัดกุม
ต่อโปร (ขยายเวลาทดลองงาน) ทำได้หรือไม่ ?
ต่อโปร คือ การขยายระยะเวลาทดลองงานออกไปจากกำหนดเดิม ซึ่งสามารถทำได้ หากลูกจ้างยินยอม เช่น กรณีที่ผลการประเมินยังไม่ชัดเจนและอยากให้เวลาอีกสักระยะเพื่อพิสูจน์ตัวเอง แต่จุดสำคัญที่ต้องเข้าใจให้ตรงกันคือ ระยะเวลาการจ้างงานจะถูกนับต่อเนื่องกันไปตั้งแต่วันแรกที่เริ่มงาน ไม่ใช่นับใหม่ตั้งแต่วันที่ต่อโปร ดังนั้นหากรวมระยะเวลาทดลองงานเดิมกับระยะเวลาที่ต่อโปรแล้วเกิน 120 วัน สิทธิค่าชดเชยจะเกิดขึ้นทันทีเมื่อลูกจ้างถูกเลิกจ้างในภายหลัง แม้จะยังอยู่ในสถานะต่อโปรก็ตาม บริษัทจึงควรคำนวณวันให้รอบคอบก่อนตัดสินใจต่อโปรทุกครั้ง
พนักงานทดลองงาน มีสิทธิอะไรบ้างตามกฎหมายแรงงาน ?
ต้องย้ำให้ชัดว่าสิทธิของพนักงานทดลองงานตามกฎหมายแรงงาน เท่าเทียมกับพนักงานประจำทุกประการ สถานะทดลองงาน ไม่ได้ทำให้สิทธิพื้นฐานลดน้อยลงแต่อย่างใด โดยสิทธิที่สำคัญมีดังนี้
- ค่าจ้างต้องไม่ต่ำกว่าอัตราค่าแรงขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนดในแต่ละพื้นที่
- ค่าล่วงเวลา (OT) เมื่อทำงานเกินเวลาทำงานปกติ ตามอัตราที่กฎหมายกำหนด
- วันหยุดประจำสัปดาห์และวันหยุดตามประเพณีเช่นเดียวกับพนักงานทั่วไป
- ลาป่วยได้ตามจริง โดยได้รับค่าจ้างระหว่างลาป่วยไม่เกิน 30 วันทำงานต่อปี
- ลากิจธุระจำเป็นได้ตามสิทธิขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด
- ได้รับความคุ้มครองจากประกันสังคม โดยนายจ้างต้องขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วันนับจากวันเริ่มงาน ไม่ใช่รอให้ผ่านโปรก่อนแล้วค่อยขึ้นทะเบียน
- มีสิทธิได้รับเงินชดเชยเลิกจ้าง เมื่อทำงานครบ 120 วันขึ้นไปและถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด
- ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป พนักงานทดลองงานในกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป จะถูกหักเงินสมทบเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างในอัตรา 0.25% ของค่าจ้าง (นายจ้างสมทบอีก 0.25%) ซึ่งเป็นเงินออมภาคบังคับที่ลูกจ้างจะได้รับคืนทั้งเงินสะสมและเงินสมทบเมื่อพ้นสภาพการเป็นลูกจ้างไม่ว่าด้วยเหตุใด
จะเห็นได้ว่าคำว่าทดลองงาน เป็นเพียงสถานะที่ใช้ประเมินผลการทำงานภายในองค์กรเท่านั้น ไม่ใช่ข้อยกเว้นที่จะทำให้นายจ้างลดทอนสิทธิขั้นพื้นฐานของลูกจ้างลงได้ หากบริษัทใดปฏิบัติต่อพนักงานทดลองงานแตกต่างจากพนักงานประจำในเรื่องสิทธิเหล่านี้ ถือว่าไม่ถูกต้องตามกฎหมาย

ไม่ผ่านทดลองงาน (ไม่ผ่านโปร) นายจ้างต้องจ่ายอะไรบ้าง ?
สิ่งที่หลายคนเข้าใจผิดมากที่สุด เพราะคิดว่าไม่ผ่านทดลองงานแล้วนายจ้างสามารถเลิกจ้างได้ทันทีโดยไม่ต้องจ่ายอะไรเลย ซึ่งไม่ถูกต้องทั้งหมด ในความเป็นจริง กรณีไม่ผ่านโปรสามารถแยกพิจารณาได้เป็น 3 กรณี ดังตารางต่อไปนี้
| กรณี | นายจ้างต้องจ่ายอะไรบ้าง |
| เลิกจ้างก่อนทำงานครบ 120 วัน | ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามอายุงาน แต่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 1 งวดค่าจ้าง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 582 และพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน มาตรา 17/1 หากไม่แจ้งล่วงหน้า ต้องจ่ายค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้พนักงาน |
| เลิกจ้างตั้งแต่วันที่ทำงานครบ 120 วันเป็นต้นไป | ต้องจ่ายค่าชดเชย 30 วัน (1 เดือน) ของค่าจ้างอัตราสุดท้ายตามมาตรา 118 บวกกับค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า หากไม่ได้แจ้งล่วงหน้าตามกำหนด |
| ลูกจ้างมีความผิดร้ายแรงตามมาตรา 119 เช่น ทุจริตต่อหน้าที่ ละทิ้งหน้าที่การงาน 3 วันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร | เลิกจ้างได้ทันทีโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยและไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า |
จุดที่ HR พลาดบ่อยที่สุดคือกรณีแรก หลายคนเข้าใจว่าไม่ผ่านโปรก็เลิกจ้างได้เลย ไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า ซึ่งไม่ถูกต้อง เพราะการบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นคนละเรื่องกับค่าชดเชยเลิกจ้าง แม้ลูกจ้างจะยังทำงานไม่ครบ 120 วันจึงยังไม่มีสิทธิรับค่าชดเชย แต่สัญญาจ้างที่ไม่มีกำหนดระยะเวลาแน่นอนยังคงต้องบอกกล่าวล่วงหน้าตามกฎหมายอยู่ดี หากนายจ้างแจ้งเลิกจ้างกะทันหันโดยไม่บอกล่วงหน้า ลูกจ้างมีสิทธิเรียกร้องค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าได้ทันที
ไม่ว่าจะเป็นกรณีใดก็ตาม สิ่งที่นายจ้างต้องจ่ายให้ครบเสมอคือค่าจ้างค้างจ่าย ค่าล่วงเวลาที่ยังไม่ได้เคลียร์ และเงินอื่น ๆ ที่ตกลงกันไว้ในสัญญาจ้าง และหากนายจ้างไม่ยอมจ่ายเงินที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับตามกฎหมาย ลูกจ้างสามารถยื่นเรื่องร้องเรียนต่อพนักงานตรวจแรงงาน ณ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในพื้นที่ หรือโทรสายด่วน 1506 กด 3 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและมีคำสั่งให้นายจ้างจ่ายเงินตามกฎหมาย หรือฟ้องคดีต่อศาลแรงงานได้โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม
แนวทางประเมินผลทดลองงานสำหรับ HR มีอะไรบ้าง ?
เพื่อลดความเสี่ยงด้านกฎหมายและทำให้กระบวนการประเมินทดลองงานยุติธรรมกับทุกฝ่าย ฝ่าย HR ควรวางแนวทางประเมินทดลองงานไว้ล่วงหน้า ดังนี้
- กำหนดเกณฑ์การประเมินให้ชัดเจนตั้งแต่วันแรกที่เริ่มงาน เพื่อให้พนักงานรู้ว่าต้องทำอะไรถึงจะผ่านโปร
- ประเมินผลเป็นระยะ เช่น ทุก 30 / 60 / 90 วัน แทนการประเมินเพียงครั้งเดียวตอนใกล้ครบกำหนด
- ให้ Feedback กับพนักงานอย่างสม่ำเสมอ ไม่ปล่อยให้ปัญหาสะสมจนถึงวันตัดสินผล
- จัดเก็บเอกสารการประเมินทุกครั้งไว้เป็นหลักฐาน เผื่อเกิดข้อพิพาทในภายหลัง
- ตัดสินใจผลการประเมินให้เสร็จก่อนวันที่ 119 พร้อมเผื่อเวลาสำหรับการบอกกล่าวล่วงหน้าตามกฎหมาย หากผลการประเมินคือไม่ผ่านโปร
การวางระบบประเมินทดลองงานที่ดีไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงด้านกฎหมาย แต่ยังช่วยให้พนักงานใหม่รู้สึกได้รับความเป็นธรรมและมีโอกาสปรับตัวอย่างเต็มที่ ซึ่งส่งผลดีต่อภาพลักษณ์องค์กรในระยะยาว
ดูแลพนักงานให้ถูกกฎหมายตั้งแต่วันแรก ด้วยโปรแกรมเงินเดือน FlowAccount Payroll
Probation คือช่วงเวลาสำคัญที่ทั้งนายจ้างและลูกจ้างต้องทำความเข้าใจสิทธิและหน้าที่ให้ตรงกัน กฎหมายไม่ได้บังคับให้ต้องมีช่วงทดลองงาน แต่ถ้ามี ลูกจ้างทดลองงานก็ได้รับความคุ้มครองเท่าพนักงานประจำทุกประการ ไม่ว่าจะเป็นค่าจ้าง วันลา หรือประกันสังคม และเมื่อทำงานครบ 120 วัน สิทธิค่าชดเชยตามกฎหมายก็จะเกิดขึ้นทันที นี่คือเหตุผลที่หลายบริษัทกำหนดทดลองงานไว้ที่ 119 วัน เพื่อให้กระบวนการประเมินผลจบก่อนที่ภาระค่าชดเชยจะเริ่มต้น
พนักงานทดลองงานต้องเข้าระบบเงินเดือนตั้งแต่เดือนแรกที่เริ่มงานเช่นเดียวกับพนักงานประจำ ทั้งการจ่ายค่าจ้าง การหักภาษี ณ ที่จ่าย และการขึ้นทะเบียนประกันสังคมภายใน 30 วัน ซึ่งเป็นภาระงานที่ฝ่าย HR ต้องดูแลให้ถูกต้องตั้งแต่วันแรก โปรแกรมเงินเดือนออนไลน์ FlowAccount Payroll ช่วยให้คุณตั้งค่าพนักงานใหม่ คำนวณเงินเดือน ภาษี และเงินสมทบประกันสังคมได้อย่างถูกต้อง พร้อมบันทึกวันลาด้วยโปรแกรมลางานออนไลน์ระหว่างทดลองงานไว้ใช้ประกอบการประเมินผล ช่วยให้ทั้งฝ่าย HR และพนักงานทดลองงานมั่นใจได้ว่าทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมายตั้งแต่วันแรกที่เริ่มงาน
คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับ Probation
Q : ไม่ผ่านทดลองงาน ได้ค่าชดเชยไหม ?
A : ขึ้นอยู่กับอายุงาน หากถูกเลิกจ้างก่อนทำงานครบ 120 วัน ลูกจ้างจะยังไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยตามอายุงาน แต่มีสิทธิได้รับค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า หากนายจ้างไม่แจ้งเลิกจ้างล่วงหน้าตามกำหนด ในทางกลับกัน หากทำงานครบ 120 วันแล้วจึงถูกเลิกจ้าง ลูกจ้างจะมีสิทธิได้รับค่าชดเชย 30 วันของค่าจ้างอัตราสุดท้ายทันที
Q : ทดลองงานอยู่ ลาป่วยได้ไหม ?
A : ลาป่วยได้ พนักงานทดลองงานมีสิทธิลาป่วยได้ตามจริงเช่นเดียวกับพนักงานประจำ โดยได้รับค่าจ้างระหว่างลาป่วยไม่เกิน 30 วันทำงานต่อปี หากลาป่วยตั้งแต่ 3 วันทำงานติดต่อกันขึ้นไป นายจ้างอาจขอใบรับรองแพทย์ได้ตามที่กฎหมายกำหนด
Q : ช่วงทดลองงาน ต้องเข้าประกันสังคมเลยหรือต้องรอผ่านโปรก่อน ?
A : ต้องเข้าตั้งแต่วันแรก นายจ้างมีหน้าที่ขึ้นทะเบียนลูกจ้างเข้าสู่ระบบประกันสังคมภายใน 30 วันนับจากวันที่เริ่มงาน ไม่สามารถรอให้ผ่านโปรก่อนแล้วค่อยขึ้นทะเบียนได้ หากบริษัทใดทำเช่นนั้นถือว่าปฏิบัติผิดกฎหมาย
Q : ลาออกระหว่างทดลองงาน ต้องแจ้งล่วงหน้ากี่วัน ?
A : กฎหมายแรงงานไม่ได้ระบุตายตัวว่าลูกจ้างต้องแจ้งลาออกล่วงหน้ากี่วัน แต่โดยทั่วไปจะอ้างอิงตามข้อบังคับการทำงานหรือสัญญาจ้างของแต่ละบริษัท ซึ่งส่วนใหญ่มักกำหนดไว้ที่ประมาณ 30 วัน หรือ 1 งวดค่าจ้าง เพื่อให้บริษัทมีเวลาหาคนทดแทนและส่งมอบงาน ทั้งนี้มารยาทในการทำงานและเงื่อนไขในสัญญาจ้างจะเป็นตัวกำหนดระยะเวลาที่ชัดเจนในแต่ละกรณี
Q : ทดลองงานเกิน 120 วันแล้วยังไม่บรรจุ ถือว่าผ่านโปรอัตโนมัติไหม ?
A : กฎหมายไม่มีคำว่าผ่านโปรอัตโนมัติ แต่สิทธิค่าชดเชยของลูกจ้างจะเกิดขึ้นแล้วตั้งแต่วันที่ทำงานครบ 120 วัน ไม่ว่าฝ่ายบริหารจะยังไม่ได้ประกาศสถานะการบรรจุอย่างเป็นทางการหรือเรียกสถานะของพนักงานว่าอะไรก็ตาม หากบริษัทเลิกจ้างพนักงานหลังจากวันที่ 120 โดยไม่มีความผิด ลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าชดเชยตามอายุงานทันที
About Author

ที่ปรึกษาในด้าน HR Solutions และหลงใหลในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ผู้ใช้งานจริง ด้วยประสบการณ์ในสาย SaaS และระบบบริหารทรัพยากรบุคคล มุ่งเน้นการเชื่อมโยงมุมมองธุรกิจกับเทคโนโลยี เพื่อสร้างโซลูชันที่ใช้งานได้จริงและสร้างคุณค่าให้กับองค์กรอย่างยั่งยืน
