ภ.พ. 20 คืออะไร ? ขอได้ที่ไหนและใช้เพื่ออะไร

ภพ 20

เมื่อดำเนินธุรกิจมาถึงช่วงหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการขายสินค้าหรือการให้บริการ ผู้ประกอบการมักจะเคยได้ยินคำถามจากคู่ค้าว่า มี ภ.พ.20 หรือยัง หรือ ได้จดทะเบียน ภ.พ.20 แล้วหรือไม่ ​​ซึ่งคำถามเหล่านี้มักเกิดขึ้นเมื่อต้องมีการออกเอกสารทางภาษี

หลายคนอาจพอทราบว่าเมื่อจดทะเบียนบริษัท และธุรกิจมีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี จะต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) กับกรมสรรพากร แต่เมื่อพูดถึงการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ก็มักจะเกิดคำถามตามมาว่า ภ.พ.20 คืออะไร และเกี่ยวข้องกับการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มอย่างไร เป็นขั้นตอนเดียวกันหรือเป็นคนละเรื่องกันแน่

 

บทความนี้ FlowAccount จะพาคุณไปทำความเข้าใจความหมายของเอกสารใบ ภ.พ.20 ความเกี่ยวข้องกับการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และเหตุผลที่ผู้ประกอบการควรรู้จักเอกสารฉบับนี้

 

เลือกอ่านได้เลย!

ภ.พ. 20 คืออะไร ?

ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20) คือ เอกสารที่ออกโดยกรมสรรพากร เพื่อใช้รับรองว่าผู้ประกอบการหรือบริษัทได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) อย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว และมีสถานะเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ตั้งแต่วันที่ที่ระบุไว้ในใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นต้นไป


ภพ 20 คือ


ข้อมูลที่ต้องมีในใบ ภพ 20 มีอะไรบ้าง ? 

เมื่อทราบถึงความสำคัญของ ภ.พ.20 หรือใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม แล้ว ต่อไป FlowAccount จะพาคุณมาทำความเข้าใจว่า ในใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มมีข้อมูลใดบ้าง และแต่ละรายการมีความสำคัญอย่างไร

 

  • เลขประจำตัวผู้เสียภาษี : เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรที่ระบุในใบ ภ.พ.20 หากเป็นการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในนามบุคคลธรรมดา จะใช้เลขเดียวกับเลขประจำตัวประชาชน แต่ในกรณีที่จดทะเบียนในนามนิติบุคคล จะใช้เลขเดียวกับเลขทะเบียนนิติบุคคล เลขดังกล่าวใช้เป็นเลขอ้างอิงทางภาษี และใช้ประกอบการยื่นแบบภาษีประเภทต่าง ๆ กับกรมสรรพากร
  • ชื่อผู้ประกอบการ : ระบุชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • ชื่อสถานประกอบการ : ระบุชื่อสถานประกอบการว่าเป็น สำนักงานใหญ่หรือสาขา เพื่อแสดงสถานะของสถานที่ประกอบกิจการที่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไว้กับกรมสรรพากร
  • ในกรณีที่ผู้ประกอบการมีสถานประกอบการหลายแห่ง กรมสรรพากรจะออกใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20) ให้แก่ ทุกสถานประกอบการ ของผู้ประกอบการรายนั้น
  • ที่อยู่สถานประกอบการ : ระบุสถานที่ประกอบกิจการที่ได้จดทะเบียนไว้กับกรมสรรพากร
  • วันที่ให้เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน : ระบุวันที่ที่ผู้ประกอบการเริ่มมีสถานะเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งเป็นวันที่เริ่มมีหน้าที่ในการเรียกเก็บ นำส่ง และปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านภาษีมูลค่าเพิ่มตามที่กฎหมายกำหนด

 

ใบ ภพ 20 มีความสำคัญอย่างไรกับบริษัท ? 

ใบ ภ.พ. 20 หรือทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็นเอกสารสำคัญที่สะท้อนสถานะทางภาษีของบริษัทว่าได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ซึ่งมีผลโดยตรงต่อการดำเนินธุรกิจ ความน่าเชื่อถือ และการทำธุรกรรมกับสถาบันการเงิน ดังนี้


ใช้เป็นหลักฐานการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

ภ.พ. 20 เป็นเอกสารทางการที่ออกโดยกรมสรรพากร เพื่อยืนยันว่าบริษัทอยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มอย่างถูกต้องตามกฎหมาย


การออกใบกำกับภาษี

บริษัทที่มีใบ ภ.พ. 20 สามารถออกใบกำกับภาษีได้อย่างถูกต้อง ทำให้สามารถเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% จากลูกค้า และนำภาษีซื้อไปขอเครดิตภาษีได้


เพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับบริษัท

คู่ค้า หน่วยงานราชการ และองค์กรขนาดใหญ่มักพิจารณาสถานะการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม(VAT) ก่อนทำธุรกรรม การมีใบ ภ.พ. 20 ช่วยสร้างความมั่นใจว่าบริษัทดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องและมีฐานข้อมูลกับสรรพากรแล้ว


ใช้ประกอบการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน

ธนาคารมักขอใบ ภ.พ. 20 เป็นหนึ่งในเอกสารประกอบการพิจารณาสินเชื่อ เพื่อยืนยันว่าบริษัทมีการดำเนินธุรกิจจริงและอยู่ในระบบภาษี


จำเป็นต่อการเข้าร่วมประมูลงานหรือเป็นคู่ค้ารายใหญ่

หลายโครงการ โดยเฉพาะโครงการของภาครัฐหรือองค์กรขนาดใหญ่ มักกำหนดคุณสมบัติให้บริษัทต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และมีเอกสารหลักฐานเป็นใบ ภ.พ.20 เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาในการเข้าร่วมการประมูลหรือเป็นคู่ค้ากับทางภาครัฐ


เอกสารที่ใช้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม มีอะไรบ้าง ? 

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะได้รับใบ ภ.พ.20 ผู้ประกอบการจะต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต่อ กรมสรรพากรก่อน โดยในการยื่นคำขอดังกล่าวจำเป็นต้องเตรียมเอกสารประกอบ ดังต่อไปนี้

 

สำหรับบุคคลธรรมดา

  • แบบคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามประมวลรัษฎากร (ภ.พ.01) 
  • แบบคำขอแจ้งใช้สิทธิเพื่อขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.01.1)
  • สำเนาบัตรประชาชนของเจ้าของกิจการ
  • เอกสารหลักฐานที่ตั้งสถานประกอบการ
    • สำเนาสัญญาเช่าสถานที่ ที่ระบุชื่อและที่อยู่ของเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ (กรณีเช่า)
    • หรือหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่เป็นที่ตั้งสถานประกอบการ (กรณีเจ้าของให้ใช้โดยไม่คิดค่าเช่า)
    • กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ใน อาคารชุด (คอนโดมิเนียม) ต้องแนบ หนังสือรับรองจากผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุด ระบุว่าสถานที่ดังกล่าวสามารถใช้ประกอบการค้าได้ตามกฎหมาย
  • แผนที่แสดงที่ตั้งของสถานประกอบการโดยสังเขป
  • กรณีมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทน ต้องแนบหนังสือมอบอำนาจ ที่ปิดอากรแสตมป์ พร้อมแนบ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจ และบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ

 

สำหรับนิติบุคคล

  • แบบคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามประมวลรัษฎากร (ภ.พ.01) 
  • แบบคำขอแจ้งใช้สิทธิเพื่อขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.01.1)
  • สำเนาบัตรประชาชนของกรรมการผู้มีอำนาจ
  • หนังสือรับรองบริษัท
  • แผนประกอบธุรกิจ และวัตถุประสงค์ของกิจการ
  • เอกสารหลักฐานที่ตั้งสถานประกอบการ
    • สำเนาสัญญาเช่าสถานที่ ที่ระบุชื่อและที่อยู่ของเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ (กรณีเช่า)
    • หรือหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่เป็นที่ตั้งสถานประกอบการ (กรณีเจ้าของให้ใช้โดยไม่คิดค่าเช่า)
    • กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ใน อาคารชุด (คอนโดมิเนียม) ต้องแนบ หนังสือรับรองจากผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุด ระบุว่าสถานที่ดังกล่าวสามารถใช้ประกอบการค้าได้ตามกฎหมาย
  • แผนที่แสดงที่ตั้งของสถานประกอบการโดยสังเขป
  • กรณีมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทน ต้องแนบหนังสือมอบอำนาจ ที่ปิดอากรแสตมป์ พร้อมแนบ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจ และบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ

ใบ ภ.พ. 20 ขอได้ที่ไหน ?

การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือใบ ใบ ภพ 20 สามารถขอได้ 2 ช่องทาง ดังนี้

  1. ยื่นแบบคำขอผ่านทางอินเทอร์เน็ตที่ www.rd.go.th
  2. ยื่นแบบคำขอด้วยกระดาษ ณ หน่วยจดทะเบียนที่ตั้งสถานประกอบการ

สถานที่ยื่นจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

ผู้ประกอบการสามารถยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มได้ตามที่ตั้งของสถานประกอบการ ดังนี้

  • กรณีสถานประกอบการอยู่ในกรุงเทพมหานคร
    ให้ยื่นคำขอ ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่ ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ 
  • กรณีสถานประกอบการอยู่นอกกรุงเทพมหานคร
    ให้ยื่นคำขอ ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ หากพื้นที่นั้นไม่มีสำนักงานสรรพากรสาขา ให้ยื่น ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาที่รับผิดชอบพื้นที่ดังกล่าว 
  • กรณีมีสถานประกอบการหลายแห่ง
    ให้ยื่นคำขอเพียงแห่งเดียว ณ สำนักงานสรรพากรในท้องที่ที่ตั้ง สำนักงานใหญ่

 

หมายเหตุ :  ใบ ภ.พ.20 จะได้รับหลังจากที่คำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มได้รับการอนุมัติจากกรมสรรพากรแล้ว โดยเจ้าหน้าที่จะจัดส่งเอกสารให้ทางไปรษณีย์ไปยังสถานประกอบการที่แจ้งจดทะเบียนไว้ ระยะเวลาดำเนินการโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 45–60 วัน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสำนักงานสรรพากรในแต่ละพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่ยังไม่ได้รับ ใบ ภ.พ.20 สามารถใช้แบบภ.พ.01 ในการเป็นผู้ประกอบกิจการภาษีมูลค่าเพิ่มแทนได้


สรุปทั้งหมด

จากที่กล่าวมาทั้งหมด จะเห็นได้ว่า การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เป็นขั้นตอนสำคัญก่อนการได้รับใบ ภ.พ.20 ซึ่งใช้ยืนยันสถานะการเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ใบ ภ.พ.20 มีบทบาทต่อการดำเนินธุรกิจหลายด้าน ทั้งการออกใบกำกับภาษี การสร้างความน่าเชื่อถือกับคู่ค้า การเข้าร่วมประมูลงาน และการทำธุรกรรมกับสถาบันการเงิน ดังนั้น ผู้ประกอบการควรเตรียมเอกสารและดำเนินการให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น เพื่อให้ธุรกิจดำเนินไปอย่างราบรื่น


รับจดทะเบียนบริษัท


สำหรับผู้ที่กำลังเริ่มต้นธุรกิจหรืออยู่ระหว่างการจัดตั้งบริษัท FlowAccount มีบริการรับจดทะเบียนบริษัทในราคา 9,990 บาท พร้อมสิทธิ์ใช้งานโปรแกรมบัญชี FlowAccount ฟรี 1 ปี (มูลค่า 5,490 บาท) ดูแลครบตั้งแต่การจดทะเบียนบริษัท ไปจนถึงการจัดการบัญชีอย่างเป็นระบบ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://flowaccount.com/business-registration หรือแอดไลน์สอบถามได้ที่ @flowaccount 


คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับใบ ภ.พ. 20 

ภ.พ.09 กับ ภ.พ.20 ต่างกันอย่างไร ? 

ตอบ : ภ.พ.20 คือ ทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ใช้แสดงสถานะว่าผู้ประกอบการได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ส่วน ภ.พ.09 คือ แบบคำขอแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลภายหลังจากที่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว เช่น

  • แก้ไขสถานที่ตั้งสถานประกอบการ
  • แก้ไขชื่อสถานประกอบการ
  • แก้ไขประเภทกิจการ หรือข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับการจด VAT

โดยการยื่น ภ.พ.09 ใช้ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลสำคัญภายหลังการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งผู้ประกอบการต้องแจ้งให้กรมสรรพากรทราบถึงการแก้ไขเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการออกเอกสารรับรองหรือ ใบ ภ.พ.20 ฉบับใหม่ ให้ถูกต้องตามข้อมูลที่แก้ไขแล้ว


ภพ 20 กับ ภพ 30 ต่างกันอย่างไร ? 

ตอบ : ภ.พ.20 เป็นเอกสารแสดงสถานะการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มของผู้ประกอบการ

 

ขณะที่ ภ.พ.30 คือ แบบยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มประจำเดือน ที่ผู้ประกอบการจด VAT ต้องยื่นเป็นประจำทุกเดือน เพื่อรายงานภาษีขายและภาษีซื้อให้กรมสรรพากร


ขอ ภ.พ.20 ออนไลน์ ได้ไหม ?

ตอบ : ผู้ประกอบการสามารถ ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากรได้ที่ www.rd.go.th อย่างไรก็ตาม ใบ ภ.พ.20 จะได้รับหลังจากคำขอได้รับการอนุมัติแล้ว โดยกรมสรรพากรจะจัดส่งเอกสารให้ทางไปรษณีย์ไปยังสถานประกอบการที่แจ้งไว้


ใช้เวลากี่วันถึงจะได้รับใบ ภ.พ.20 ?

ตอบ : โดยทั่วไป หลังจากคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มได้รับการอนุมัติแล้ว จะใช้เวลาประมาณ 45–60 วัน ในการได้รับใบ ภ.พ.20 ทั้งนี้ ระยะเวลาอาจแตกต่างกันไปตามสำนักงานสรรพากรในแต่ละพื้นที่


หากรายได้ยังไม่ถึง 1.8 ล้านบาท ต้องขอ ภ.พ.20 หรือไม่ ?

ตอบ : หากรายได้ยังไม่ถึง 1.8 ล้านบาทต่อปี ผู้ประกอบการยังไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่สามารถ สมัครใจจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มได้ในบางกรณี เช่น ต้องการออกใบกำกับภาษี หรือทำธุรกิจกับคู่ค้าที่กำหนดให้ต้องมีสถานะผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ทั้งนี้ กรมสรรพากรอาจพิจารณาขอเอกสารเพิ่มเติมประกอบการจดทะเบียนตามความเหมาะสม

About Author

รับวันใช้งานฟรี 30 วัน
เมื่อสมัครทดลองใช้ FlowAccount วันนี้
สมัครเลย

บทความที่คุณน่าจะสนใจ