เงินเดือนเท่าไหร่เสียภาษี ฉบับเข้าใจง่ายสำหรับมนุษย์เงินเดือน

เงินเดือนเท่าไหร่เสียภาษี

หนึ่งในคำถามที่พนักงานออฟฟิศ หรือมนุษย์เงินเดือนมักสงสัยคือ “เงินเดือนเท่าไหร่ถึงต้องเสียภาษี” เพราะบางคนรายได้ยังไม่สูงแต่ต้องจ่ายภาษี ขณะที่บางคนเงินเดือนใกล้เคียงกันกลับไม่ต้องเสีย ความจริงแล้วภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไม่ได้ดูแค่เงินเดือนเพียงอย่างเดียว แต่พิจารณาจากรายได้ทั้งปี ค่าลดหย่อน และการวางแผนภาษีของแต่ละคน 

บทความนี้จะช่วยอธิบายหลักการคำนวณภาษี และแนวทางเตรียมตัวสำหรับมนุษย์เงินเดือน เพื่อให้เข้าใจและตอบคำถามเรื่องภาษีของตัวเองได้อย่างชัดเจน


เลือกอ่านได้เลย!

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คืออะไร? 


ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คือ ภาษีที่รัฐจัดเก็บจากรายได้ของบุคคลในแต่ละปี ไม่ว่าจะเป็นรายได้จากเงินเดือน โบนัส ค่าคอมมิชชั่น รายได้พิเศษ หรือรายได้เสริมอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นภายในปีภาษีนั้น ๆ

 

หลักการสำคัญคือ เมื่อบุคคลมีรายได้ รัฐถือว่าบุคคลนั้นมีหน้าที่ต้องนำรายได้มาประเมินภาษีตามที่กฎหมายกำหนด โดยการ “ยื่นแบบภาษีบุคคลธรรมดา” 

ดังนั้น การยื่นภาษีจึงเป็นหน้าที่ตามกฎหมายที่ทุกคนควรปฏิบัติให้ถูกต้อง เพื่อบอกแก่รัฐว่าเรามีรายได้ แต่สุดท้ายแล้วเราต้องควักเงิน “เสียภาษี” หรือไม่นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง


เงินเดือนเท่าไหร่ถึงต้องเสียภาษี?​


เงินเดือนเท่าไรถึงต้องเสียภาษี คำถามนี้ไม่ได้ตายตัวที่ตัวเลขเงินเดือนต่อเดือน แต่ต้องพิจารณาเงินได้สุทธิทั้งปี หลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้ว ตามสูตรดังนี้

 

สูตรคำนวณเงินเดือนเท่าไหร่ต้องเสียภาษี

 

โดยหลักทั่วไป หากเงินได้สุทธิทั้งปีไม่เกิน 150,000 บาท จะยังไม่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แต่หากเกินจากนี้ จะเริ่มเสียภาษีตามอัตราฐานภาษีขั้นแรก

แต่ในความเป็นจริง คนส่วนใหญ่จะมี ค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนขั้นต่ำ อยู่แล้ว เช่น

 

  • ค่าใช้จ่ายของมนุษย์เงินเดือนหักได้ 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท
  • ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท

 

นี่คือเหตุผลว่า เราต้องดูเงินได้สุทธิแบบภาพรวมทั้งปี หลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนส่วนตัว ก่อนที่จะตอบคำถามได้ว่าเราต้องเสียภาษีหรือไม่


อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปี 2026 


วิธีการคำนวณภาษีของบุคคลธรรมดาเกิดจากสมการ ดังนี้

 

วิธีคำนวณภาษีของบุคคลธรรมดา

 

เมื่อเราเข้าใจวิธีการคำนวณเงินได้สุทธิแล้ว ถัดมาลองมาทำความเข้าใจอัตราภาษีว่าประเทศไทยใช้อัตราภาษีเงินได้แบบก้าวหน้า หมายความว่า รายได้ที่สูงขึ้นจะถูกจัดเก็บภาษีในอัตราที่สูงขึ้นตามขั้นของรายได้ 

 

อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา อัปเดตปี 2026 มีดังนี้

 

อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา อัปเดต ปี 2026

 

หมายเหตุ: ภาษีที่ต้องเสีย จะเกิดจากรายได้ คูณกับอัตราภาษี คำนวณ “แยกตามขั้นบันได” แล้วมารวมกัน

 

ตัวอย่าง 

ถ้ามีเงินได้สุทธิ 500,000 บาท คำนวณภาษีตามอัตราขั้นบันได ดังนี้ 

 

  • ได้รับยกเว้น 150,000 บาทแรก 
  • 150,001- 300,000 บาท = 150,000 บาท เสียภาษีด้วยอัตรา 5% = 150,000 x 5% = 7,500 บาท
  • 300,001-500,000 บาท = 200,000 บาท เสียภาษีด้วยอัตรา 10% = 200,000 x 10% = 20,000 บาท
  • รวมภาษีที่ต้องเสีย = 0+7,500 + 20,000 = 27,500

 

จากอัตราภาษีข้างต้นจะเห็นว่า สำหรับพนักงานเงินเดือน หากมีเงินเดือนประมาณ 26,000–27,000 บาทต่อเดือน หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้ว อาจเริ่มมีเงินได้สุทธิเกิน 150,000 บาท จึงถือว่า เริ่มต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา


วางแผนลดหย่อนภาษีอย่างไร ให้เสียภาษีน้อยลง


“ค่าลดหย่อน” เป็นตัวแปรในสมการการคำนวณเงินได้สุทธิ ที่มนุษย์เงินเดือนทั้งหลายมีไม่เหมือนกัน หากวางแผนภาษีดี มีค่าลดหย่อนสูง ก็จะทำให้เงินได้สุทธิต่ำ และเสียภาษีต่ำด้วย ดังนั้น การวางแผนภาษีที่ดีไม่ควรรอจนถึงปลายปี แต่ควรเริ่มตั้งแต่ต้นปี เพราะค่าลดหย่อนภาษีหลายรายการมีเงื่อนไขเฉพาะตัว และต้องใช้เวลาในการสะสม หมวดหมู่ค่าลดหย่อนที่เราสามารถเลือกมาวางแผนภาษีได้ ดังนี้ 

 

หมวดส่วนตัวและครอบครัว

ค่าลดหย่อนในหมวดนี้เป็นสิทธิพื้นฐานที่มนุษย์เงินเดือนทุกคนควรใช้ให้ครบ เช่น

  • ค่าลดหย่อนส่วนตัว: 60,000 บาทต่อคน ไม่ว่าจะโสดหรือสมรสก็ใช้ได้
  • ค่าลดหย่อนคู่สมรส: 60,000 บาท หากคู่สมรสไม่มีรายได้
  • ค่าลดหย่อนบุตร: คนละ 30,000 บาท บุตรคนที่ 2 ขึ้นไปที่เกิดตั้งแต่ปี 2561 ได้คนละ 60,000 บาท 

กลุ่มนี้เหมาะกับคนมีครอบครัว จะช่วยลดฐานภาษีได้ค่อนข้างมาก

 

หมวดประกันและการลงทุน

หมวดนี้เป็นที่นิยมอย่างมาก เพราะช่วยลดภาษีพร้อมกับสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว การเลือกใช้สิทธิลดหย่อนในหมวดนี้อย่างเหมาะสม จะช่วยกระจายภาระภาษีได้ดี เช่น

  • ประกันชีวิต
  • ประกันสุขภาพ
  • ประกันสังคม
  • กองทุน RMF / Thai ESG
  • กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD)

 

ค่าลดหย่อนตามมาตรการรัฐ

ภาครัฐมักออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นระยะ อย่าง โครงการช้อปดีมีคืน และ เที่ยวดีมีคืน เราควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่พลาดสิทธิประโยชน์เหล่านี้

 

หมวดเงินบริจาค

เงินบริจาคให้กับหน่วยงานที่ได้รับการรับรองตามกฎหมาย สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ และบางกรณียังลดหย่อนได้มากกว่ามูลค่าที่บริจาคจริง การบริจาคจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการช่วยสังคมควบคู่กับการวางแผนภาษี ดังนี้

  • บริจาคให้มูลนิธิ
  • บริจาคให้พรรคการเมือง
  • บริจาคเพื่อการศึกษา
  • บริจาคผ่าน e-Donation

ตัวอย่างการคำนวณเงินเดือนเท่าไรเสียภาษี


เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่า เงินเดือนเท่าไหร่ต้องเสียภาษีกันแน่ และการหักค่าใช้จ่าย ค่าลดหย่อนมีผลอย่างไรกับภาษีบ้าง ลองมาดูตัวอย่างการคำนวณภาษี 3 กรณี ดังนี้


รายการ กรณีที่ 1 เงินเดือน 20,000 บาท กรณีที่ 2 เงินเดือน 35,000 บาท กรณีที่ 3 เงินเดือน 45,000 บาท + ค่าลดหย่อน
เงินเดือนต่อเดือน

20,000

35,000

45,000

รายได้ทั้งปี

240,000

420,000

540,000

ค่าใช้จ่าย 

(50% ไม่เกิน 100,000)

(100,000)

(100,000)

(100,000)

ค่าลดหย่อนส่วนตัว

(60,000)

(60,000)

(60,000)

ประกันชีวิต

–

–

(30,000)

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD)

–

–

(40,000)

กองทุน ThaiESG

–

–

(60,000)

รวมค่าลดหย่อนทั้งหมด

(60,000)

(60,000)

(190,000)

เงินได้สุทธิ

80,000

260,000

250,000

เกณฑ์เสียภาษี

ต่ำกว่า 150,000

เกิน 150,000

เกิน 150,000

อัตราภาษีที่ใช้

ไม่เสียภาษี

5%

5%

ภาษีที่ต้องจ่ายทั้งปี

0 บาท

5,500 บาท

5,000 บาท


แจกฟรี ฟอร์มคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา by FlowAccount

 

 

FlowAccount ช่วยรวบรวมรายได้ทั้งปีให้ครบ


สำหรับคนที่มีรายได้หลายทางทั้งเงินเดือน และรายได้อื่น ๆ สามารถใช้โปรแกรมบัญชี FlowAccount ช่วยรวบรวมรายได้ทั้งปีให้ครบ ตรวจสอบภาษีถูกหัก ณ ที่จ่าย วางแผนภาษีได้แม่นยำ ลดความเสี่ยงจ่ายภาษีสูงตอนปลายปี 

 

“เงินเดือนเท่าไหร่ต้องเสียภาษี” ไม่ได้มีคำตอบตายตัว เพราะเงินเดือนไม่ใช่ตัวชี้ขาดว่าเราจะต้องเสียภาษีหรือไม่ สิ่งสำคัญจริง ๆ คือการเข้าใจแนวคิดของ เงินได้สุทธิ = รายได้ – ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน หากรู้จักวางแผนและใช้สิทธิลดหย่อนอย่างเหมาะสมตั้งแต่เนิ่น ๆ ก็สามารถช่วยลดภาระภาษีปลายปีได้อย่างเห็นผล นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมทุกคนควรเริ่มวางแผนภาษีตั้งแต่วันนี้ ในแบบที่เหมาะกับตัวเอง ไม่ว่าจะมีฐานเงินเดือนเท่าใดก็ตาม


คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับ เงินเดือนเท่าไหร่เสียภาษี


1. เงินเดือนน้อยกว่าขั้นต่ำ ต้องยื่นภาษีไหม?

ตอบ: ต้องยื่นภาษีหรือไม่ ขึ้นอยู่กับรายได้รวมทั้งปี โดยเงินได้พึงประเมินขั้นต่ำ (ต่อปี) สำหรับคนโสด ที่ต้องยื่นภาษีแบ่งเป็น 2 กรณีดังนี้

  1. มีเงินได้เงินเดือนประเภทเดียว เกิน 120,000 บาท ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.91
  2. มีเงินได้ประเภทอื่นนอกจากเงินเดือน เกิน 60,000 บาท ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.90

2. มีรายได้พาร์ทไทม์ ต้องคิดรวมกับเงินเดือนประจำไหม?

ตอบ: ต้องรวม เพราะรายได้พาร์ทไทม์ ฟรีแลนซ์ ค่าคอมมิชชั่น หรือรับงานเสริมต่าง ๆ ถือเป็น เงินได้พึงประเมิน ที่ต้องนำมารวมกับเงินเดือนประจำตอนยื่นภาษีปลายปี


3. ได้โบนัสปลายปี ภาษีคิดยังไง?

ตอบ: โบนัสถือเป็นรายได้ประเภทเดียวกับเงินเดือน 40(1) และต้องนำมารวมคำนวณภาษีด้วย 


4. ทำไมโดนหัก ณ ที่จ่ายเยอะกว่าที่คำนวณเอง?

ตอบ: การหัก ณ ที่จ่าย รายเดือน เป็นการประเมินภาษีเบื้องต้น ไม่ใช่ภาษีจริงทั้งปี โดยนายจ้างจะคำนวณภาษีจากเงินเดือนในแต่ละเดือน โดยไม่รู้ว่าคุณมีค่าลดหย่อนอะไรบ้าง ดังนั้น ตอนยื่นภาษีปลายปีเราจะรู้ยอดภาษีที่ถูกต้องเพราะมีข้อมูลค่าลดหย่อนครบถ้วน หากภาษีที่โดนหักไว้ มากเกินไป สามารถขอคืนได้ หรือ หักไว้ น้อยเกินไป เราต้องจ่ายเพิ่มตอนปลายปี


5. ยื่นภาษีย้อนหลังได้ไหม แล้วสรรพากรเรียกเก็บภาษีย้อนหลังได้กี่ปี?

ตอบ: ยื่นย้อนหลังได้ และควรรีบยื่นโดยสมัครใจจะดีที่สุด เพราะตามกฎหมายแล้วสรรพากรมีอำนาจในการเรียกตรวจสอบสูงสุด 5 ปี นับจากการยื่นภาษีครั้งสุดท้าย แต่หากไม่เคยยื่นภาษีเลย สรรพากรมีอายุความในการเรียกตรวจสอบภาษีย้อนหลังถึง 10 ปี


6. เงินเดือนสูงขึ้น ต้องเตรียมตัวเรื่องภาษีอย่างไร?

ตอบ: ควรเริ่มวางแผนภาษีตั้งแต่ต้นปี เพราะเมื่อรายได้สูงขึ้น ฐานภาษีจะสูงขึ้น และอัตราภาษีที่ใช้คำนวณก็สูงขึ้นตาม เราควรเริ่มต้นวางแผนภาษีโดยประเมินภาษีคร่าว ๆ ล่วงหน้าทั้งปี และเลือกใช้สิทธิค่าลดหย่อนที่เหมาะกับตัวเอง จะช่วยให้ไม่เสียภาษีเกินจำเป็น และไม่ต้องจ่ายเงินภาษีก้อนใหญ่ตอนปลายปีแบบไม่ทันตั้งตัว

About Author

รับวันใช้งานฟรี 30 วัน
เมื่อสมัครทดลองใช้ FlowAccount วันนี้
สมัครเลย