ช้อปดีมีคืน กระทบต่อคนทำธุรกิจอย่างไร

ช้อปดีมีคืน

โครงการ ช้อปดีมีคืน ในฐานะเจ้าของธุรกิจที่เป็นบุคคลธรรมดา เราควรจะใช้สิทธิลดหย่อนภาษีไหม ซึ่งคำถามนี้ต้องมองกลับมาว่า ธุรกิจเราอยู่ในรูปแบบไหน ระหว่าง นิติบุคคล หรือ บุคคลธรรมดา 

“ช้อปดีมีคืน ซื้ออะไรดี อะไรซื้อได้หรือไม่ได้บ้าง” นี่คือสิ่งที่ผู้เสียภาษีเงินได้หลายคนคิดเพื่อวางแผนลดหย่อนภาษีประจำปี แต่ในแง่ของเจ้าของธุรกิจแล้ว ผมเชื่อว่ายังมีสิ่งที่ต้องตั้งคำถามตามมาอีกมากมายว่าเรื่องนี้กระทบต่อธุรกิจเราอย่างไรบ้าง

 

เพื่อไม่ให้สับสนระหว่างการใช้สิทธิลดหย่อนภาษี กับการประกอบธุรกิจ ผมอยากให้เจ้าของธุรกิจทุกคนลองมองย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้น คือ เรื่องของรายได้ก่อนครับว่า นโยบายนี้มันกระทบอย่างไรต่อธุรกิจของเราบ้าง

 

ช้อปดีมีคืน กระทบต่อคนทำธุรกิจอย่างไร

 

โอกาสในการขาย

ประเด็นแรก ที่อยากจะชวนคิดคือ โอกาสในการขาย โดยเฉพาะธุรกิจที่เสียภาษีถูกต้องตามกฎหมาย อย่างเช่น การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มอย่างถูกต้อง และสามารถออกใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปได้ ก็จะพบว่านี่เป็นอีกโอกาสหนึ่งของการสร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้นในช่วงเวลานี้ครับ

 

ส่วนประโยชน์แฝงอีกข้อหนึ่งคือ การรับรู้ของลูกค้า ที่มีต่อแบรนด์ โดยเฉพาะในยุคของความถูกต้องของธุรกิจเป็นเรื่องที่ใครหลายคนให้ความสนใจ ย่อมจะช่วยสร้างการรับรู้ (Awareness) ของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์ได้มากขึ้นเช่นเดียวกัน

 

รูปแบบการทำธุรกิจ

อีกประเด็นหนึ่งคือ ในฐานะเจ้าของธุรกิจที่เป็นบุคคลธรรมดา เราควรจะใช้สิทธิลดหย่อนภาษีช้อปดีมีคืนไหม ซึ่งคำถามนี้ต้องมองกลับมาว่า ธุรกิจเราอยู่ในรูปแบบไหน ระหว่าง นิติบุคคล หรือ บุคคลธรรมดา 

 

ถ้าหากธุรกิจเราอยู่ในรูปแบบนิติบุคคล (บริษัทหรือห้างหุ้นส่วน) ย่อมเป็นที่แน่นอนว่าไม่สามารถใช้สิทธิตรงนี้ได้ เนื่องจากโครงการนี้เป็นค่าลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเท่านั้น แต่อย่างไรก็ดี เรายังสามารถใช้สิทธิ์ได้ในฐานะของบุคคลธรรมดา (กรรมการ ลูกจ้าง ที่ปรึกษา ของบริษัท) ที่มีรายได้จากนิติบุคคลอยู่ดี 

 

ยกต้วอย่างเช่น นาย ก เป็นเจ้าของบริษัท ก จำกัด จะเห็นว่าผู้ที่ใช้สิทธิได้คือ นาย ก ที่เป็นบุคคลธรรมดา โดยสามารถใช้รายการช้อปดีมีคืนมาเป็นค่าลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แต่ส่วนของบริษัท ก จำกัด จะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์อะไร นอกจากส่วนของโอกาสในการขายและการรับรู้ของลูกค้าในฐานะธุรกิจ (ผู้ขายสินค้าหรือให้บริการ) 

 

แต่ถ้าหากธุรกิจเราอยู่ในรูปแบบของบุคคลธรรมดา เช่น นาย ก คนดีคนเดิม เปิดร้านขายของออนไลน์ในแพลตฟอร์มต่างๆ โดยจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในนามบุคคลธรรมดา สิ่งที่นาย ก จะต้องนำมาคิดต่อคือ ควรจะใช้สิทธิช้อปดีมีคืนหรือไม่

 

เพราะถ้าหากเลือกใช้สิทธิลดหย่อนภาษีในการซื้อสินค้าและบริการ แปลว่าจะเสียสิทธิในการใช้สิทธิภาษีซื้อ (หากเป็นการซื้อสินค้าและบริการมาเพื่อขาย) และไม่สามารถใช้เป็นค่าใช้จ่ายของธุรกิจได้ แต่ต้องนำมาใช้สิทธิเป็นค่าลดหย่อนแทน (หากเลือกหักค่าใช้จ่ายตามจริง)

 

ดังนั้น สิ่งที่นาย ก ในฐานะเจ้าของธุรกิจที่เป็นบุคคลธรรมดาควรจะเลือกใช้นั้น ก็จะเป็นสิทธิในการซื้อสินค้าและบริการทั่วไปเพื่อใช้ในชีวิต และใช้สิทธิลดหย่อนภาษีตามปกติ มากกว่าจะเกี่ยวข้องกับการซื้อสินค้าและบริการในการทำธุรกิจ เพราะจะทำให้เสียสิทธิประโยชน์ที่ควรจะเป็น

 

กระแสเงินสด

และประเด็นสุดท้าย คือ กระแสเงินสด ในฐานะเจ้าของธุรกิจที่เกิดภาวะในช่วงนี้ การใช้สิทธิลดหย่อนภาษีอาจจะต้องคำนึงถึงเรื่องของกระแสเงินสดด้วย เพราะสิทธิในการลดหย่อนภาษีนั้นไม่ได้แปลว่าเงินที่จ่ายไปได้รับคืนมาทั้งหมด เพราะมันจะได้คืนในส่วนของอัตราภาษีที่เราเสียเพียงเท่านั้น 

 

ท้ายที่สุดแล้ว ผมมองว่า สิ่งที่เจ้าของธุรกิจจะได้รับประโยชน์จากช้อปดีมีคืนอย่างแท้จริง คือ การเพิ่มโอกาสในการขายสินค้าและบริการในช่วงเวลานี้ 

 

เนื่องจากเป็นสิ่งที่เจ้าของธุรกิจควรใส่ใจมากกว่าการเสียภาษีเสียอีกครับ

 

ทดลองใช้งาน FlowAccount ในการตรวจสอบกระแสเงินสดของธุรกิจได้ฟรี 30 ที่นี่

 

 

 

ติดตามเรื่องราวอื่นๆ ได้ที่ FlowAccount.com

สมัครทดลองใช้ โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ฟรี
รับฟรี! Premium Package 30 วัน

You may also like