
| การเริ่มต้นขายของใน Shopee ถือเป็นโอกาสทองสำหรับผู้ประกอบการยุคดิจิทัลที่ต้องการขยายช่องทางการสร้างรายได้ เนื่องจากเป็นแพลตฟอร์ม E-Commerce ที่ได้รับความนิยมสูงสุดและมีฐานผู้ใช้งานจำนวนมากรอเลือกซื้อสินค้าออนไลน์ของคุณอยู่ทุกวัน |
สำหรับมือใหม่ที่เริ่มขายของออนไลน์กำลังสงสัยว่า ขายของใน Shopee ทํายังไง ให้ประสบความสำเร็จและมีออเดอร์เข้ามาอย่างต่อเนื่อง บทความนี้ FlowAccount ได้รวบรวมเทคนิคเด็ดที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ทันที เพื่อเปลี่ยนร้านค้าธรรมดาให้กลายเป็นร้านยอดฮิตที่ทำกำไรได้
เลือกอ่านได้เลย!
Toggleอยากขายของใน Shopee ต้องเริ่มอย่างไร ?
ใครที่กำลังมองหาช่องทางสร้างรายได้และอยากเริ่มต้นขายของใน Shopee ต้องบอกเลยว่ากระบวนการต่าง ๆ นั้นถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่ายและใช้เวลาเพียงไม่นาน โดยสามารถเตรียมตัวตามขั้นตอนเหล่านี้
- ศึกษาขั้นตอนการเปิดร้านใน Shopee เพื่อสร้างบัญชีร้านค้าให้ถูกต้องตามกฎระเบียบของแพลตฟอร์ม
- เตรียมเอกสารสำคัญ เช่น บัตรประชาชน หรือหนังสือรับรองนิติบุคคล และหน้าสมุดบัญชีธนาคารสำหรับรับเงิน
- ถ่ายภาพสินค้าและเตรียมรายละเอียดสินค้า (Description) ให้ครบถ้วนเพื่อดึงดูดลูกค้า
- ตั้งค่าช่องทางการจัดส่งที่แพลตฟอร์มรองรับ เพื่อให้สะดวกต่อการส่งสินค้าถึงมือผู้รับ
10 วิธีขายของใน Shopee ให้ยอดขายปัง ออเดอร์เข้ามารัว ๆ
เมื่อเปิดร้านเสร็จเรียบร้อยแล้ว หลายคนมักมีคำถามว่าวิธีขายของใน Shopee ให้ยอดขายพุ่งต้องทำอย่างไร ลองนำ 10 เทคนิคเหล่านี้ไปปรับใช้กับร้านค้าของคุณ เพื่อดึงดูดลูกค้าและสร้างกำไรได้อย่างต่อเนื่อง
1. เชื่อมต่อบัญชี Shopee กับ FlowAccount
เมื่อร้านเริ่มมีออเดอร์เข้ามาจำนวนมาก ปัญหาที่พ่อค้าแม่ค้ามักจะต้องเจอคือ "ความวุ่นวายหลังบ้าน" ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์บิลผิดพลาด หรือตัดสต๊อกสินค้าไม่ทันจนเกิดปัญหาของขาดมือ เพื่อให้การขายของใน Shopee เป็นไปอย่างราบรื่นและเป็นระบบ แค่เลือกใช้โปรแกรมทำใบกำกับภาษี Shopee Lazada และ TikTok Shop อย่าง FlowAccount
เพียงแค่คุณเชื่อมต่อบัญชีร้านค้าเข้ากับระบบ FlowAccount ตัวระบบจะทำการดึงข้อมูลออเดอร์มาเปิดใบเสร็จรับเงินหรือใบกำกับภาษีให้แบบอัตโนมัติ พร้อมทั้งช่วยตัดสต๊อกสินค้าให้ทันที ทำให้คุณรู้จำนวนสินค้าคงเหลือที่แท้จริง และยังสรุปรายได้-ค่าใช้จ่ายให้เห็นกำไรชัดเจน ไม่ต้องเหนื่อยทำเอกสารเองอีกต่อไป
สำหรับใครที่สนใจสามารถดูวิดีโอสอนการเชื่อมต่อ Shopee กับ FlowAccount ได้ที่นี่
2. เข้าร่วมแคมเปญส่งเสริมการขายของ Shopee
การเข้าร่วมแคมเปญใหญ่ประจำเดือนของแพลตฟอร์ม เช่น แคมเปญ Double Day (9.9, 11.11), แคมเปญ Mid-Month หรือ Payday ในช่วงสิ้นเดือน ถือเป็นช่วงนาทีทองที่จะช่วยเพิ่มการมองเห็น (Visibility) ให้กับร้านค้าของคุณได้ เพราะเป็นช่วงที่ลูกค้ามีกำลังซื้อสูงและเฝ้ารอใช้โค้ดส่วนลดต่างๆ อย่าลืมเข้าไปเช็กเงื่อนไขการเข้าร่วมในหน้า Seller Centre และเตรียมสต๊อกสินค้าให้พร้อมเพื่อรองรับออเดอร์ที่จะเข้ามาแบบถล่มทลาย
3. ตั้งชื่อสินค้าให้มี Keyword ที่คนค้นหาบ่อย
วิธีขายของใน Shopee ให้ลูกค้าร้านเราเจอเป็นอันดับแรก ๆ คือการตั้งชื่อสินค้าโดยใช้คีย์เวิร์ดที่ลูกค้ามักจะพิมพ์ค้นหาจริง โดยแนะนำให้เรียงลำดับจาก "ชื่อแบรนด์ + ชื่อสินค้า/รุ่น + คุณสมบัติเด่น + ขนาด/สี" เช่น "กระเป๋าสะพายข้าง แบรนด์ ABC กันน้ำได้ ไซส์ L สีดำ" การตั้งชื่อที่ครอบคลุมและตรงตามสิ่งที่ลูกค้ากำลังมองหา จะช่วยให้สินค้าของคุณปรากฏขึ้นในหน้าผลการค้นหาเพิ่มโอกาสในการถูกคลิกสั่งซื้อได้มากขึ้น
4. ใช้รูปสินค้าให้สวยงาม เห็นตัวสินค้าชัดเจน
รูปภาพสินค้าคือ "ด่านแรก" ที่จะทำให้ลูกค้าหยุดนิ้วเลื่อนหน้าจอ ดังนั้นภาพถ่ายต้องดูเป็นมืออาชีพ มีความคมชัด แสงสว่างเพียงพอ และเห็นรายละเอียดสินค้าครบทุกมุม ควรมีภาพขณะใช้งานจริง (Lifestyle Photo) เพื่อประกอบการตัดสินใจ นอกจากนี้ คุณยังสามารถนำเทคโนโลยี AI อย่างการใช้ Gemini สร้างรูปมาช่วยออกแบบภาพกราฟิกตกแต่งหน้าร้าน หรือทำกรอบภาพหน้าปกสินค้า (Cover) ให้ดูโดดเด่นสะดุดตากว่าร้านคู่แข่งได้อีกด้วย
5. กำหนดราคาขายให้เหมาะสมและแข่งขันได้
การตั้งราคาเป็นกลยุทธ์สำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อ ลองเปรียบเทียบราคาสินค้าประเภทเดียวกันในตลาดเพื่อหาจุดยืนที่เหมาะสม ไม่ควรตั้งราคาถูกจนขาดทุนหรือแพงจนเกินไป อาจใช้กลยุทธ์ทางจิตวิทยา เช่น การตั้งราคาที่ลงท้ายด้วยเลข 9 เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่าราคาถูกลง หรือใช้เทคนิคการจัดเซตสินค้า รวมถึงโปรโมชั่นซื้อชิ้นที่ 2 ลดราคา เพื่อจูงใจให้ลูกค้าเพิ่มปริมาณการซื้อต่อหนึ่งบิล ซึ่งจะช่วยเพิ่มกำไรให้คุณได้

6. เสนอโปรโมชั่นจัดส่งฟรีเพื่อดึงดูดลูกค้า
เชื่อหรือไม่ว่า "ค่าจัดส่ง" คือหนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้ลูกค้าหลายคนตัดสินใจทิ้งสินค้าในตะกร้า การสร้างโปรโมชั่นจัดส่งฟรีเมื่อซื้อครบตามยอดที่ร้านกำหนด หรือการสมัครเข้าร่วมโปรแกรมส่งฟรีพิเศษของทางแพลตฟอร์ม จะช่วยให้ลูกค้าได้รับโค้ดส่งฟรีมาใช้กับร้านของคุณได้ง่ายขึ้น ช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อให้พุ่งขึ้นได้อย่างรวดเร็ว
7. ให้บริการลูกค้าด้วยความรวดเร็วและใส่ใจ
บนโลกออนไลน์ ความเชื่อใจเป็นสิ่งสำคัญมาก การตอบแชทลูกค้าอย่างรวดเร็ว ให้คำปรึกษาและตอบคำถามด้วยความสุภาพ ตลอดจนการแก้ไขปัญหาหลังการขายอย่างมืออาชีพ จะช่วยสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า สิ่งเหล่านี้จะสะท้อนผ่านคะแนนร้านค้า หากร้านของคุณบริการดี ลูกค้าก็พร้อมที่จะกลับมาซื้อซ้ำและกลายเป็นลูกค้าประจำ
8. กระตุ้นให้ลูกค้ารีวิวและให้คะแนนสินค้า
ผู้บริโภคส่วนใหญ่มักอ่านรีวิวก่อนตัดสินใจซื้อเสมอ คะแนนรีวิวระดับ 5 ดาวและรูปถ่ายจากผู้ใช้งานจริงจึงเปรียบเสมือนเครื่องการันตีคุณภาพชั้นเยี่ยม คุณควรเชิญชวนให้ลูกค้ารีวิวสินค้าหลังได้รับของ อาจใช้วิธีแนบ Thank You Card เล็ก ๆ ไปในกล่องพัสดุ พร้อมมอบโค้ดส่วนลดพิเศษสำหรับการสั่งซื้อครั้งถัดไป เพื่อเป็นการจูงใจให้ลูกค้าสละเวลามารีวิวและให้คะแนนร้านค้าของคุณ
9. ตกแต่งหน้าร้านให้ดูน่าเชื่อถือ
ร้านค้าที่ดูเป็นระเบียบจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ซื้อ คุณควรใช้ฟีเจอร์ตกแต่งหน้าร้าน (Shop Decoration) ของ Shopee ให้เป็นประโยชน์ โดยการจัดหมวดหมู่สินค้าให้ลูกค้าค้นหาของได้ง่าย ทำแบนเนอร์โปรโมชั่นแนะนำสินค้าขายดีไว้ด้านบนสุด หรือทำวิดีโอแนะนำสินค้าสั้น ๆ ก็จะช่วยสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้น่าเชื่อถือ และดึงดูดให้ลูกค้าใช้เวลาเลือกซื้อสินค้าได้นานขึ้น
10. ไลฟ์สดขายของ (Shopee Live) เพิ่มยอดขาย
เทรนด์การซื้อขายผ่านไลฟ์สดยังคงมาแรงและทรงประสิทธิภาพ การใช้ฟีเจอร์ Shopee Live จะช่วยให้ลูกค้าเห็นภาพสินค้าจริงในหลาย ๆ มุม และสามารถพิมพ์สอบถามข้อมูลจากผู้ขายได้แบบเรียลไทม์ ถือเป็นการสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ช่วยลดความลังเลใจได้ดีเยี่ยม นอกจากนี้ การแจกโค้ดส่วนลดหรือโค้ดส่งฟรีเฉพาะช่วงไลฟ์สด ยังช่วยกระตุ้นให้ลูกค้าเกิดการตัดสินใจซื้อเดี๋ยวนั้นทันทีได้อีกด้วย

ขายของใน Shopee เสียค่าอะไรบ้าง? อัปเดตปี 2569
สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่ม สมัครขายของใน Shopee มักเกิดข้อสงสัยว่าการขายของใน Shopee เสียค่าอะไรบ้าง 2569 ในเบื้องต้นการเปิดบัญชีร้านค้าและการลงสินค้าสามารถทำได้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย แต่เมื่อร้านค้าเริ่มมียอดสั่งซื้อที่สำเร็จ แพลตฟอร์มจะทำการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมตามสัดส่วนที่กำหนดไว้ ดังนี้
- ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม (Transaction Fee): เป็นค่าบริการที่เรียกเก็บจากการที่ลูกค้าชำระเงินสำเร็จในทุกรูปแบบ
- ค่าธรรมเนียมคอมมิชชัน (Commission Fee): หักจากมูลค่าของสินค้า โดยมีอัตราเปอร์เซ็นต์ที่แตกต่างกันไปตามหมวดหมู่สินค้าที่วางขาย
- ค่าบริการโปรแกรมส่งเสริมการขาย: หากร้านค้าเลือกเข้าร่วมแคมเปญพิเศษเพิ่มเติม เช่น โปรแกรมส่งฟรี (Free Shipping Extra) หรือโปรแกรมรับเงินคืนเป็นคอยน์ (Coin Cashback) จะมีค่าบริการหักเพิ่มเติม
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง : อัปเดตค่าธรรมเนียมขายของออนไลน์ใน Shopee, Lazada และ TikTok Shop ล่าสุด ปี 2569 / 2026
ขายของใน Shopee กี่วันได้เงิน ?
ประเด็นเรื่องรายรับถือเป็นสิ่งที่ผู้ขายให้ความสำคัญ โดยคำถามที่ว่า ขายของใน Shopee ได้เงินยังไง สามารถอธิบายได้ว่าแพลตฟอร์มมีระบบการจัดการรายได้ที่ปลอดภัยและรวดเร็ว เมื่อลูกค้ากดยืนยันการรับสินค้า หรือหมดระยะเวลาการันตีเงินจะถูกโอนเข้าสู่บัญชีของร้านค้า โดยมีรายละเอียดดังนี้
- รับเงินเข้าสู่ระบบผู้ขายภายใน 1-2 วัน หลังจากการจัดส่งสินค้าสำเร็จ
- ผู้ขายสามารถทำรายการถอนเงินออกจากระบบได้ทุกวัน
- มีระบบรับประกันความปลอดภัยของข้อมูลและการทำธุรกรรมการเงิน
เชื่อมต่อร้านค้าใน Shopee เข้ากับ FlowAccount เห็นภาพรวมรายได้ได้ตลอด
การเป็นผู้ขายที่ประสบความสำเร็จต้องอาศัยเทคนิคการตลาดที่หลากหลาย การดูแลลูกค้าอย่างใส่ใจ และความเข้าใจในเรื่องโครงสร้างต้นทุนและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ เพื่อให้สามารถกำหนดกลยุทธ์การตั้งราคาและสร้างยอดขายจากการขายของใน Shopee ได้
และเพื่อลดภาระความยุ่งยากในการบริหารจัดการหลังบ้าน FlowAccount มีฟีเจอร์เชื่อมต่อร้านค้า Shopee ของคุณเข้ากับโปรแกรมบัญชีออนไลน์ FlowAccount ที่จะช่วยให้คุณเชื่อมต่อข้อมูลคำสั่งซื้อจากแพลตฟอร์มได้โดยตรง ระบบสามารถเปิดบิล ตัดสต๊อก และบันทึกบัญชีรายรับรายจ่ายให้อัตโนมัติ ช่วยให้ผู้ประกอบการเห็นภาพรวมทางการเงินได้อย่างแม่นยำและมีเวลาไปโฟกัสกับการเพิ่มยอดขายได้เต็มที่
คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับการขายของใน Shopee
1. ถอนเงินจาก Shopee เข้าบัญชีธนาคารได้อย่างไร?
ตอบ : เงินจะถูกโอนเข้า ShopeePay หรือ Seller Balance โดยอัตโนมัติเมื่อคำสั่งซื้อสำเร็จ คุณสามารถเลือกถอนเงินจากระบบเข้าบัญชีธนาคารที่ผูกไว้ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว
2. สามารถขายสินค้าประเภทไหนได้บ้างใน Shopee?
ตอบ : Shopee อนุญาตให้ขายสินค้าได้หลากหลายประเภท เช่น แฟชั่น, อิเล็กทรอนิกส์, ของใช้ในบ้าน, ความงาม แต่มีข้อจำกัดสำหรับสินค้าบางชนิด เช่น สินค้าผิดกฎหมาย สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ หรือสินค้าควบคุมที่ต้องมีใบอนุญาต
3. การจัดโปรโมชั่นช่วยเพิ่มยอดขายใน Shopee ได้อย่างไร?
ตอบ : การจัดโปรโมชั่น เช่น โค้ดส่วนลด, Flash Sale หรือ Bundle Deals ช่วยดึงดูดความสนใจของลูกค้า กระตุ้นการตัดสินใจซื้อได้อย่างรวดเร็ว และช่วยเพิ่มการมองเห็นให้กับร้านค้าเมื่อเข้าร่วมแคมเปญ
4. ควรใช้ชื่อร้านค้าใน Shopee อย่างไรให้น่าสนใจ?
ตอบ : ควรตั้งชื่อร้านที่จดจำง่าย สื่อถึงประเภทสินค้าที่ขาย และอาจใช้คำที่สร้างสรรค์หรือแสดงเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพื่อดึงดูดลูกค้าและสร้างแบรนด์ให้มีความน่าเชื่อถือ
5. มือใหม่ควรสต๊อกสินค้าจำนวนมากหรือไม่ในการเริ่มขาย?
ตอบ : ในช่วงเริ่มต้นอาจยังไม่จำเป็นต้องสต๊อกสินค้าจำนวนมาก ควรเริ่มจากสินค้าที่มั่นใจว่ามีความต้องการในตลาด หรือใช้วิธีพรีออเดอร์เพื่อทดสอบตลาดก่อน เมื่อทราบแนวโน้มยอดขายที่ชัดเจนจึงค่อยพิจารณาเพิ่มปริมาณการสต๊อกสินค้า
About Author

Content & SEO Marketer ที่ชื่นชอบเรื่องการตลาดและกำลังสนใจเรื่อง People Management อย่างหนัก เชื่อว่าการพัฒนาตัวเองเริ่มต้นได้ด้วยการอ่าน
