เงินเกษียณอายุ คืออะไร? สอนวิธีคิดเงินเกษียณสูตร 400 วัน

เงินเกษียณอายุ

ในช่วงปลายอาชีพของการทำงาน หลายคนเริ่มตั้งคำถามถึงสิทธิและประโยชน์ที่จะได้รับเมื่อถึงช่วงสิ้นสุดของการทำงาน หนึ่งในสิ่งที่สำคัญคือ เงินเกษียณอายุ ซึ่งไม่ใช่แค่ “เงินที่ได้รับตอนเกษียณ” เท่านั้น แต่ยังหมายถึงการเตรียมความพร้อมทางการเงิน เพื่อให้ชีวิตหลังเกษียณเป็นไปอย่างมั่นคงและมีคุณภาพ

บทความนี้ FlowAccount จะพาทุกท่านรู้จักคำว่า เงินเกษียณอายุ คืออะไร ใครบ้างที่มีสิทธิได้รับ และสอนวิธีคำนวณแบบ “สูตรเกษียณ 400 วัน” เพื่อให้คุณเข้าใจวิธีคำนวณเงินเกษียณเบื้องต้นได้อย่างถูกต้อง


เลือกอ่านได้เลย!

เงินเกษียณอายุ คืออะไร?

เงินเกษียณอายุ คือเงินที่พนักงานได้รับจากบริษัทเมื่อถึงอายุเกษียณตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน มาตรา 118/1 ข้อบังคับขององค์กร หรือครบตามเงื่อนไขการทำงานที่กำหนดไว้ เพื่อเป็นการสนับสนุนให้พนักงานมีรายได้หลังเลิกงานอย่างต่อเนื่องและมั่นคง

 

สิทธิ์ในการได้รับเงินเกษียณอายุส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นกับพนักงานที่ทำงานครบอายุงานหรือมีอายุครบตามที่บริษัทกำหนด ตัวอย่างเช่น บริษัทส่วนใหญ่กำหนดอายุเกษียณไว้ที่ 55–60 ปี หากพนักงานทำงานครบตามเงื่อนไขนี้ก็จะมีสิทธิได้รับ เงินเกษียณอายุ บริษัท ตามที่ตกลงไว้


เงินเกษียณอายุ ลูกจ้างจะได้รับจากไหนบ้าง ? 

สำหรับลูกจ้างและพนักงานบริษัท เมื่อถึงวัยเกษียณอายุ หลายคนอาจเข้าใจว่าเงินที่จะได้รับมีเพียงเงินจากบริษัทที่ทำงานอยู่เท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว เงินเกษียณอายุ ไม่ได้หมายถึงเงินที่บริษัทจ่ายให้เพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นผลรวมของสิทธิประโยชน์จากหลายแหล่งที่เราได้สะสมไว้ตลอดช่วงชีวิตการทำงาน ซึ่งลูกจ้างสามารถได้รับเงินจากหลายแหล่งดังนี้


เงินชดเชยเลิกจ้าง

เงินชดเชยเลิกจ้างตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ถือเป็นเงินก้อนแรกที่ลูกจ้างหลายคนจะได้รับ โดยเงินจำนวนนี้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อลูกจ้างออกจากงานเพราะเหตุเกษียณอายุตามที่กฎหมายกำหนด หรือตามระเบียบข้อบังคับของบริษัท ซึ่งถือเป็นการเลิกจ้างประเภทหนึ่ง ลูกจ้างจะได้รับเงินชดเชยตามอายุงานที่ทำกับนายจ้าง ยิ่งทำงานนาน อัตราค่าชดเชยก็จะยิ่งสูงขึ้นตามลำดับขั้นที่กฎหมายกำหนดไว้ โดยจะได้รับพร้อมกับเงินเดือนงวดสุดท้าย


เงินบำนาญประกันสังคม และ เงินบำเหน็จประกันสังคม

เงินบำนาญประกันสังคม และ เงินบำเหน็จประกันสังคม คือสิทธิประโยชน์ภาคบังคับที่ลูกจ้างทุกคนจะได้รับจากกองทุนประกันสังคม โดยจะแบ่งออกเป็น 2 กรณี ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ส่งเงินสมทบ

 

  • เงินบำนาญชราภาพ (รายเดือน): เป็นสิทธิที่พนักงานผู้ประกันตนของประกันสังคมมาตรา 33 หรือ 39 จะได้รับเมื่อจ่ายเงินสมทบครบ 180 เดือน (15 ปี) ขึ้นไป โดยเมื่ออายุครบ 55 ปีบริบูรณ์และสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน จะได้รับเป็นเงินรายเดือนไปตลอดชีวิต
  • เงินบำเหน็จชราภาพ (เงินก้อน): ในกรณีที่พนักงานส่งเงินสมทบไม่ครบ 180 เดือน เมื่ออายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ ก็จะได้รับเงินที่สะสมไว้ในส่วนของตนเองและส่วนของนายจ้าง พร้อมผลประโยชน์ตอบแทนคืนเป็นเงินก้อนเดียว

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

สำหรับบริษัทที่มีการจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ซึ่งเป็นสวัสดิการภาคสมัครใจ ถือเป็นแหล่งเงินออมเพื่อการเกษียณที่สำคัญอย่างยิ่ง หลักการคือพนักงานและนายจ้างจะช่วยกันสมทบเงินเข้ากองทุนทุกเดือน โดยเงินทั้งหมดจะถูกนำไปลงทุนเพื่อให้งอกเงย พอถึงอายุเกษียณและเป็นไปตามเงื่อนไขของกองทุน พนักงานจะได้รับเงินสะสมทั้งหมดที่ตนเองส่ง, เงินสมทบจากนายจ้าง, และผลประโยชน์จากการลงทุนทั้งหมดออกมาเป็นเงินก้อนใหญ่

 

การได้รับเงินเกษียณอายุจากหลายแหล่งนี้จะช่วยให้พนักงานมีความมั่นคงทางการเงินหลังเกษียณอายุมากขึ้น และสามารถวางแผนการใช้จ่ายในอนาคตได้อย่างชัดเจน ดังนั้น การทำความเข้าใจสิทธิประโยชน์เงินเกษียณอายุ ของตนเองตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม


เงินเกษียณอายุ คิดยังไง? อธิบายสูตรการคำนวณเงินเกษียณ 400 วัน

การคำนวณเงินเกษียณอายุสามารถทำได้หลายวิธี แต่หนึ่งในสูตรมาตรฐานที่บริษัทใช้คือ สูตรคำนวณเงินเกษียณอายุ 400 วัน สำหรับพนักงานเกษียณที่มีอายุงานตั้งแต่ 20 ปีขึ้นเท่านั้น ซึ่งสูตรคำนวณเงินเกษียณ 400 วัน มีวิธีคำนวณดังนี้ 

 

เงินเกษียณอายุ = (เงินเดือนสุดท้าย ÷ 30) × 400

ตัวอย่างเช่น

  • เงินเดือนสุดท้าย = 30,000 บาท

เงินเกษียณอายุ = (30,000 ÷ 30) × 400 = 400,000 บาท


เงินเกษียณอายุ 400 วัน


หลักการคิด คือ นำเงินเดือนสุดท้ายของพนักงานเกษียณอายุมาหารด้วย 30 เพื่อหาจำนวนเงินต่อวัน จากนั้นคูณด้วย 400 วัน เพื่อให้ได้จำนวนเงินเกษียณอายุที่พนักงานจะได้รับ การคำนวณตามสูตรนี้ถือเป็นมาตรฐานของบริษัทหลายแห่ง และเป็นวิธีที่พนักงานสามารถใช้ประเมินรายได้หลังเกษียณได้ง่ายและรวดเร็ว โดยคุณสามารถศึกษาค่าชดเชยเลิกจ้างอัตราอื่นๆ เมื่อลูกจ้างเกษียณอายุงาน ตามตารางด้านล่างนี้


อายุงาน อัตราค่าชดเชยขั้นต่ำ (คำนวณจากเงินเดือนสุดท้าย)
< 120 วัน ไม่มีสิทธิได้รับ
≤ 120 วัน < 1 ปี ได้เท่ากับค่าจ้าง 30 วัน
≤ 1 ปี < 3 ปี ได้เท่ากับค่าจ้าง 90 วัน
≤ 3 ปี < 6 ปี ได้เท่ากับค่าจ้าง 180 วัน
≤ 6 ปี < 10 ปี ได้เท่ากับค่าจ้าง 240 วัน
≤ 10 ปี < 20 ปี ได้เท่ากับค่าจ้าง 300 วัน
≤ 20 ปี ขึ้นไป ได้เท่ากับค่าจ้าง 400 วัน

เงินเกษียณอายุ เสียภาษีหรือไม่ ? อธิบายแบบเข้าใจง่าย 

โดยปกติเงินชดเชยเกษียณอายุ 400 วัน ที่บริษัทจ่ายเพราะการเกษียณตามข้อบังคับบริษัท ถือเป็นเงินได้ตามมาตรา 48(5) ต้องนำมาคำนวณภาษี โดยเสียภาษีตั้งแต่บาทแรก โดยหักค่าใช้จ่ายตามกรมสรรพากร

FlowAccount จะพาคุณไปทำความเข้าใจกับหลักการคำนวณภาษีของเงินเกษียณอายุ ดังข้างล่างนี้

 

ขั้นตอนคำนวณภาษี เมื่อได้จำนวนเงินเกษียณอายุ 400 วันตามการคำนวณแล้ว:

 

  • ค่าใช้จ่ายส่วนแรก = 7,000 × จำนวนปีทำงาน
  • ค่าใช้จ่ายส่วนที่สอง = 50% × (เงินเกษียณอายุที่ได้รับ – ค่าใช้จ่ายส่วนแรก)
  • รวมค่าใช้จ่าย = (ค่าใช้จ่ายส่วนแรก + ค่าใช้จ่ายส่วนที่สอง)
  • เงินได้สุทธิ = เงินได้ที่ได้รับ – รวมค่าใช้จ่าย

 

ตัวอย่างวิธีการคำนวณ: 

 

  • เงินชดเชย 400 วัน เงินเดือนสุดท้าย 90,000 บาท
  • อายุงาน 20 ปี → เงินเกษียณอายุ 400 วัน  = 1,200,000 บาท
  • ค่าใช้จ่ายส่วนแรก = 7,000 × 20 = 140,000
  • ค่าใช้จ่ายส่วนที่สอง = 50% × (1,200,000 - 140,000) = 530,000
  • รวมค่าใช้จ่าย = 670,000
  • เงินได้สุทธิ = 1,200,000 - 670,000 = 530,000

 

นำเงินได้สุทธิไปคำนวณภาษี 48(5)

  • ภาษีขั้นแรก → 300,000 × 5% = 15,000
  • ภาษีขั้นสอง → 200,000 × 10% = 20,000
  • ภาษีขั้นสาม → 30,000 × 15% = 4,500

 

ภาษีที่ต้องจ่าย = 39,500 บาท

 

แต่เนื่องจากอัตราภาษีเงินได้ออกจากงานตามมาตรา 48(5) ไม่ได้รับการยกเว้น 150,000 บาท ดังนั้นต้องคำนวณจาก 300,000 บาทแรก ที่ 5% ก่อน ดังตารางด้านล่างนี้

 

เงินได้สุทธิ อัตราภาษี (%)
1-300,000 5
300,001 - 500,000 10
500,001 - 750,000 15
750,001 - 1,000,000 20
1,000,001 - 2,000,000 25
2,000,001 - 5,000,000 30
5,000,001 ขึ้นไป 35

เงินเกษียณอายุ คิดยังไง


และหากมองภาพตามตารางการคำนวณนี้ จะทำให้คุณเข้าใจการคำนวณมากยิ่งขึ้น

 

เงินเดือนสุดท้าย จำนวนปีทำงาน เงินเกษียณ 400 วัน ค่าใช้จ่าย

ส่วนแรก

ค่าใช้จ่าย

ส่วนสอง

เงินได้สุทธิ ภาษีที่

ต้องจ่าย

30,000 20 400,000 140,000 130,000 130,000 6,500
45,000 20 600,000 140,000 230,000 230,000 11,500
60,000 20 800,000 140,000 330,000 330,000 18,000
90,000 20 1,200,000 140,000 530,000 530,000 39,500
120,000 20 1,600,000 140,000 730,000 730,000 69,500

สรุปทั้งหมด

โดยสรุปแล้ว การทำความเข้าใจเรื่อง เงินเกษียณอายุ และสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่ลูกจ้างพึงได้รับ คือกุญแจสำคัญในการเตรียมความพร้อมสู่วัยเกษียณที่มั่นคง การวางแผนที่ดีล่วงหน้าจะช่วยให้เราได้รับผลประโยชน์สูงสุดจากเงินออมที่สะสมมาตลอดชีวิตการทำงาน



และสำหรับธุรกิจที่ต้องการเครื่องมือช่วยบริหารงานบุคคลให้มีประสิทธิภาพ โปรแกรมเงินเดือน FlowAccount Payroll ช่วยให้คุณจ่ายเงินเดือนอย่างเป็นระบบ พร้อมออกเอกสารสลิปเงินเดือนและใบ 50 ทวิ รวมถึงไฟล์ยื่นส่งกรมสรรพากรและประกันสังคมได้ครบจบในที่เดียว ใช้งานง่าย ตอบโจทย์ธุรกิจทุกระดับตั้งแต่ SMEs ขนาดเล็ก-กลาง ไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ เงินเกษียณอายุ ที่คุณควรรู้! 


เงินเกษียณอายุ ต้องอายุเท่าไร ถึงจะได้รับเงิน ?

ตอบ : โดยทั่วไป พนักงานมีสิทธิได้รับเงินเกษียณอายุเมื่อถึงอายุเกษียณตามข้อบังคับบริษัท ซึ่งปกติอยู่ที่อายุ 55 - 60 ปี ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละบริษัท หากมีอายุครบตามกำหนด และมีอายุงานตามเงื่อนไข บริษัทจะจ่ายเงินเกษียณอายุให้ตามสูตรหรือข้อตกลงที่กำหนด


เงินเกษียณอายุ จ่ายให้ลูกจ้างแบบไหนได้บ้าง ?

ตอบ : นายจ้างสามารถจ่ายเงินเกษียณอายุให้กับลูกจ้างผ่านทางบัญชีธนาคารที่รับเงินเดือนที่ลูกจ้างให้ไว้กับทางบริษัท หรือสามารถจ่ายเป็นรูปแบบเช็คได้ โดยสามารถจ่ายพร้อมกับงวดเงินเดือนในเดือนปัจจุบันหรืองวดเงินเดือนถัดไปได้ตามที่ตกลงกับลูกจ้าง แต่ในรูปแบบเช็ค ทางนายจ้างสามารถทำจ่ายให้ทางลูกจ้างได้เลยโดยไม่ต้องรอตามงวดเงินเดือน แต่ต้องทำการนำยอดเข้าไปในกระบวนการทำเงินเดือน เพื่อให้ประมวลผลเงินเดือน ค่าจ้าง และภาษีของลูกจ้างออกมาอย่างถูกต้อง


เงินเกษียณอายุ ต้องคำนวณภาษีมาตรา 48(5) เสมอไปหรือไม่ ?

ตอบ : ไม่เสมอไป เนื่องจากการคำนวณภาษีมาตรา 48(5) จะคำนวณเมื่อลูกจ้างเกษียณโดยมีอายุงานตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป สำหรับลูกจ้างที่เกษียณแต่อายุงานไม่ถึง 5 ปี ทางนายจ้างจะนำเงินเกษียณอายุที่จ่ายลูกจ้างโดยคำนวณตามอัตราค่าชดเชยขั้นต่ำจากเงินเดือนสุดท้าย รวมคำนวณกับเงินได้ตามมาตรา 40(1) และภาษีที่เกิดขึ้นจะคิดรวมไปกับภาษีมาตรา 40(1) ของลูกจ้าง


หากในปีปัจจุบัน ลูกจ้างมีอายุงานจะครบ 20 ปี แต่ขอเกษียณอายุในวันที่ก่อนอายุงานครบ 20 ปี จะมีวิธีการคำนวณเงินเกษียณและภาษีอย่างไร ?

ตอบ : นายจ้างต้องตรวจสอบว่า ในวันที่ลูกจ้างขอเป็นวันเกษียณอายุ อายุของพนักงานเข้าเกณฑ์ที่จะขอเกษียณและเศษอายุงานในปีของพนักงานนับถึง 183 วันหรือไม่ ในการคำนวณเงินเกษียณ ให้นับอายุงานที่จำนวณปีเป็นหลัก ไม่นับที่เศษวันของอายุงาน ส่วนในการคำนวณภาษี ให้นับระยะเวลาทำงานเป็นปี หากลูกจ้างมีอายุงานมีที่เศษวันตั้งแต่ 183 วันขึ้นไป ให้ปัดการคำนวณนับเป็น 1 ปี

 

เช่น ปี 2025 ลูกจ้างอายุ 57 ปี เข้าทำงานเมื่อ 01/12/2005 ลูกจ้างทำเรื่องขอเกษียณอายุ โดยกำหนดวันเกษียณอายุเป็นวันที่ 01/07/2025 ซึ่ง ณ วันที่ 01/07/2025 ลูกจ้างมีอายุงาน 19 ปี 212 วัน จากการคำนวณภาษี ลูกจ้างมีเศษวันอายุงานตั้งแต่ 183 วัน ต้องปัดการคำนวณเป็น 1 ปี 

 

ดังนั้น ในด้านการคำนวณเงินเกษียณของลูกจ้างคนนี้ จะยังคำนวณที่ 19 ปี เพราะอายุงานในวันที่เกษียณยังไม่ครบ 20 ปี แต่ในด้านการคำนวณภาษี จะมีผลในสูตร ค่าใช้จ่ายส่วนแรก = 7,000 × จำนวนปีทำงาน ซึ่งจำนวนปีในสูตรนี้จะเท่ากับ 20 ปี ส่งผลต่อการคำนวณภาษีของลูกจ้าง


หากลูกจ้างทำเรื่องเกษียณและกำหนดวันเกษียณกับทางนายจ้างเรียบร้อยแล้ว แต่ได้กระทำความผิดร้ายแรงในบริษัทก่อนถึงวันเกษียณ ลูกจ้างยังคงมีสิทธิได้รับเงินเกษียณหรือไม่ ?

ตอบ : โดยปกติทางนายจ้างจะมีข้อกำหนดชัดเจนในเรื่องของความผิดร้ายแรง หลายบริษัทมีข้อกำหนดว่า ลูกจ้างต้องทำงานครบถึงวันเกษียณและไม่ถูกเลิกจ้างเพราะความผิดร้ายแรง ถึงจะมีสิทธิ์ได้รับเงินเกษียณเต็มจำนวน ซึ่งในกรณีนี้ ลูกจ้างมักจะไม่ได้รับเงินเกษียณอายุจากนายจ้าง และการเกษียณถือเป็นโมฆะ

 

ทั้งนี้ลูกจ้างจะเข้าข่ายการได้รับเงินชดเชยจากการเลิกจ้าง แต่ต้องพิจารณาจากเหตุผลของการเลิกจ้าง ซึ่งในกรณีการกระทำผิดร้ายแรงนี้ เช่น จงใจให้นายจ้างเสียหาย, ทำร้ายนายจ้างหรือลูกจ้างอื่น, ทุจริตต่อหน้าที่ เป็นต้น นายจ้างไม่ต้องจ่ายเงินชดเชยใด ๆ ตามมาตรา 119 แต่เงินที่ยังค้างจ่าย เช่น ค่าล่วงเวลา หรือค่าจ้างถึงวันเลิกจ้าง ต้องจ่ายตามจริง

About Author

รับวันใช้งานฟรี 30 วัน
เมื่อสมัครทดลองใช้ FlowAccount วันนี้
สมัครเลย

บทความที่คุณน่าจะสนใจ