
| เมื่อเริ่มต้นปีใหม่ นายจ้างจะมีภารกิจในเดือนแรกที่ต้องทำนั่นคือ การจัดทำแบบแสดงสภาพการจ้างและสภาพการทำงาน หรือมีชื่อเรียกว่า คร.11 ซึ่งให้นายจ้างที่มีลูกจ้างรวมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ยื่นแบบแสดงสภาพการจ้างและสภาพการทำงาน เพื่อสะท้อนถึงธรรมาภิบาลและความโปร่งใสขององค์กรต่อกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) ภายในเดือนมกราคมของทุกปี เพราะข้อมูลสภาพการจ้างงานจะต้องได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการต่อหน่วยงานรัฐทุกปี |
สำหรับการการยื่นแบบ คร.11 นี้ นายจ้างอาจสงสัยเพิ่มเติมว่าคืออะไร ยื่นอย่างไร ช่องทางใดบ้าง และถ้าหากไม่ยื่นหรือมีความผิดพลาดของข้อมูลจะเกิดอะไรขึ้น ทาง FlowAccount จึงได้จัดทำบทความนี้เพื่อรวบรวมสิ่งที่นายจ้างต้องรู้เกี่ยวกับ คร.11 ในที่นี้
เลือกอ่านได้เลย!
Toggleคร.11 คืออะไร?
คร.11 คือ แบบฟอร์มแสดงสภาพการจ้างและสภาพการทำงาน ซึ่งถูกกำหนดโดย มาตรา 115/1 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติมล่าสุดตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568 ให้นายจ้างที่มีลูกจ้างรวมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ต้องยื่นแบบ โดยมีวัตถุประสงค์ในแสดงสภาพการจ้างและสภาพการทำงานจริงให้เป็นปัจจุบัน
ข้อมูลเหล่านี้จะถูกแจ้งต่อพนักงานตรวจแรงงานเพื่อให้รัฐสามารถกำกับดูแลและคุ้มครองสิทธิแรงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้นายจ้าง ลูกจ้าง รวมถึงภาครัฐมีข้อมูลที่ตรงกัน เพื่อลดความเสี่ยงในการละเมิดสิทธิและป้องกันข้อพิพาทแรงงานที่อาจเกิดขึ้น

ในเอกสาร คร.11 ต้องมีข้อมูลอะไรบ้าง?
คร.11 ได้มีการปรับปรุงเนื้อหาให้สอดคล้องกับรูปแบบการจ้างงานในปัจจุบัน โดยแบ่งข้อมูลหลักออกเป็น 4 หมวดดังนี้
หมวดที่ 1 : ข้อมูลทั่วไป
ข้อมูลส่วนนี้ประกอบด้วยชื่อกิจการ ที่ตั้ง ประเภทกิจการ เลขทะเบียนประกันสังคม และข้อมูลเจ้าของหรือกรรมการผู้จัดการ นอกจากนี้ยังต้องระบุ จำนวนลูกจ้าง โดยแยกตามสัญชาติ เช่น ไทย, เมียนมา, ลาว, กัมพูชา และอื่น ๆ รวมถึงการคัดแยกตามช่วงอายุและเพศ หากมีการใช้ผู้รับเหมาค่าแรง (Sub-Contract) หรือมีงานที่ส่งไปทำนอกสถานประกอบกิจการ เช่น การทำงานที่บ้านหรือผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศ ก็ต้องระบุข้อมูลในส่วนนี้ด้วย
หมวดที่ 2 : สภาพการจ้าง
นายจ้างต้องกรอกรายละเอียดเกี่ยวกับวันและเวลาทำงานปกติของแต่ละลักษณะงาน เช่น งานสำนักงาน งานผลิต หรืองานกะ และข้อมูลสำคัญอื่น ๆ ได้แก่
- วันทำงาน เวลาทำงาน เวลาพัก และลักษณะงาน: ชั่วโมงทำงานปกติ เวลาพัก และวันหยุด (ประจำสัปดาห์/ตามประเพณี) แยกตามประเภทงาน เช่น งานสำนักงาน งานผลิต หรือการทำงานเป็นกะ
- สิทธิการลา: นอกจากลาป่วยหรือลากิจ ต้องระบุสิทธิการลาใหม่ตามฉบับแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568 ได้แก่ การลาต่อเนื่องเพื่อเลี้ยงดูบุตรกรณีมีภาวะผิดปกติ/เจ็บป่วยเสี่ยงโรคแทรกซ้อน และ วันลาเพื่อช่วยเหลือคู่สมรสซึ่งคลอดบุตร ซึ่งการไม่ระบุหมวดเหล่านี้อาจแสดงว่าข้อบังคับบริษัทท่านยังไม่อัปเดตตามกฎหมายลาคลอดใหม่
- การจ่ายค่าจ้าง: อัตราต่ำสุด-สูงสุด ตามประเภทการจ่าย เช่น รายเดือน, รายวัน, รายชั่วโมง
- หลักประกัน: การเรียกรับหลักประกันการทำงานจากลูกจ้าง เช่น เงิน, ทรัพย์สิน, การค้ำประกันโดบุคคล
- การจ่ายค่าล่วงเวลาและค่าทำงานในวันหยุด
- หลักฐานเกี่ยวกับการทำงาน เช่น ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน, ทะเบียนลูกจ้าง, เอกสารการจ่ายค่าจ้าง และการลงเวลาทำงาน
หมวดที่ 3 : การใช้แรงงานหญิงและเด็ก
นายจ้างต้องระบุการใช้แรงงานหญิงและเด็ก ภายใต้ข้อมูลการใช้แรงงานหญิงมีครรภ์ รวมถึงการจ้างเด็กอายุ 15-18 ปี โดยต้องระบุลักษณะงานที่ทำว่าอยู่ในกลุ่มงานอันตรายหรือต้องห้ามตามกฎหมายหรือไม่ เช่น งานเกี่ยวกับสารเคมี เครื่องจักร หรือความร้อนสูง การทำงานในวันหยุด การทำล่วงเวลาและการทำงานตั้งแต่เวลา 22:00 - 06:00 น.
หมวดที่ 4 : สวัสดิการ
นายจ้างต้องระบุจำนวนสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น น้ำดื่ม, ห้องน้ำที่มีการแยกเพศชาย-หญิง, ห้องพยาบาล รถรับ-ส่ง รวมถึงรายการเฉพาะทาง เช่น สถานที่พักให้นมบุตรหรือบีบเก็บน้ำนม และ ศูนย์สุขภาพของลูกจ้าง (Labour Wellness Center) รวมถึงมีคณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบกิจการหรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพในบริษัทหรือไม่ และการบรรยายสถานที่ตั้งสถานประกอบกิจการพร้อมระบุแผนที่ตั้งด้วย
สามารถดาวน์โหลดแบบรายงาน คร.11 ได้ที่เว็บไซต์ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ตามลิงก์นี้
https://eservice.labour.go.th/register/document โดยเลือกที่ แบบรายงาน → แบบรายงาน คร.11
แบบ คร.11 ยื่นเมื่อไร? ยื่นได้ที่ไหน?
นายจ้างต้องยื่นแบบ คร.11 ภายในเดือนมกราคมของทุกปี ซึ่งมีวิธีการยื่น 2 วิธีได้แก่
- การยื่นแบบออนไลน์
- ผ่านระบบ e-Service ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานที่เว็บไซต์ https://eservice.labour.go.th ซึ่งเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง
- การยื่นด้วยตนเอง
- ยื่นด้วยตนเอง ณ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด หรือพื้นที่กรุงเทพฯ 1-10
- ยื่นด้วยไปรษณีย์ โดยการส่งแบบฟอร์มทางไปรษณีย์ลงทะเบียนไปยังสำนักงานที่รับผิดชอบในท้องที่
วิธีการยื่นแบบ คร.11 ต้องทำอย่างไร ?
เพื่อให้การยื่นแบบเป็นไปอย่างราบรื่น ทาง FlowAccount แนะนำให้นายจ้างทุกคนยื่นแบบออนไลน์ ซึ่งเป็นวิธีการที่สะดวกที่สุดในปัจจุบัน โดยมีวิธีการยื่น ดังต่อไปนี้
- ขั้นตอนที่ 1 : ลงทะเบียนใช้งาน โดยเข้าเว็บไซต์ https://eservice.labour.go.th และลงทะเบียนเพื่อรับ Username ซึ่งคือเลขทะเบียนนิติบุคคล และรหัสผ่าน
- ขั้นตอนที่ 2 : หากที่ตั้งหรือข้อมูลพื้นฐานบริษัทเปลี่ยนแปลง จะแก้ไขในหน้าฟอร์ม คร.11 ไม่ได้ ต้องคลิกที่ "ไอคอนฟันเฟือง" หรือเมนู "ข้อมูลผู้ลงทะเบียน" เพื่อแก้ไขข้อมูลหลักให้เรียบร้อยก่อน
- ขั้นตอนที่ 3 : เข้าสู่เมนู "สภาพการจ้างและสภาพการทำงาน" และเลือก "รายงานครั้งใหม่"
- ขั้นตอนที่ 4 : ดำเนินการกรอกข้อมูลทีละหมวด (หมวดที่ 1-4) หากเคยยื่นแล้วระบบจะดึงข้อมูลเดิมมาเป็นฐานให้ตรวจสอบและปรับปรุง
- ขั้นตอนที่ 5 : เมื่อกรอกครบทุกหน้าและลงชื่อผู้แจ้งแล้ว ให้กด "ส่งข้อมูล" และยืนยัน หลังส่งแล้วจะไม่สามารถแก้ไขได้อีก นอกจากส่งฉบับใหม่เป็นฉบับเพิ่มเติม
หมายเหตุ: ในขั้นตอนสุดท้าย การกดบันทึก จะหมายถึงการบันทึกข้อมูลแบบร่าง คร.11 ในระบบ ซึ่งข้อมูลจะถูกส่งไปในระบบเมื่อกดส่งข้อมูล เท่านั้น
คร.11 คือเอกสารสำคัญที่นายจ้าง ต้องจัดการให้ถูกต้องในทุกช่วงต้นปี
การยื่นแบบ คร.11 ไม่ใช่เพียงเรื่องของการส่งเอกสารตามระเบียบ แต่เป็นหน้าที่สำคัญตามกฎหมายสำหรับนายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป กระบวนการนี้ช่วยให้ HR ได้ตรวจสอบความถูกต้องของระบบการจ้างงานในองค์กรตนเองไปในตัว การละเลยไม่ยื่นตามกำหนดอาจนำไปสู่โทษปรับและความเสี่ยงทางกฎหมายอื่น ๆ ดังนั้นจึงควรเตรียมข้อมูลให้พร้อมและดำเนินการภายในเดือนมกราคมของทุกปี
สำหรับนายจ้าง ที่กำลังมองหาตัวช่วยด้านการยื่นเอกสาร คร.11 ให้โปรแกรมเงินเดือน FlowAccount Payroll ดูแลข้อมูลพนักงานและสภาพการจ้างงาน ด้วยฟีเจอร์ในการเก็บข้อมูลสำหรับกรอกในแบบรายงาน คร.11 อีกทั้งยังช่วยในการทำเงินเดือน ค่าจ้าง ออกสลิปเงินเดือน รวมถึงการยื่นภาษี ภ.ง.ด. 1 / ภ.ง.ด.1 ก และเอกสาร 50 ทวิ รวมถึงการยื่นประกันสังคมเพดานใหม่ ให้นายจ้างมั่นใจได้ว่าข้อมูลจะถูกเก็บไว้เป็นระเบียบและถูกต้อง
คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับเอกสาร คร.11
จากบทความที่กล่าวไปข้างต้นนั้น ทาง FlowAccount ได้รวบรวมคำถามที่นายจ้างและลูกจ้างที่สงสัยในการยื่นแบบ คร.11 ซึ่งได้มีคำถามที่พบบ่อยได้ดังด้านล่างนี้
ใครมีสิทธิ์ยื่นแบบ คร.11?
ตอบ : นายจ้างที่มีลูกจ้างรวมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ซึ่งต้องนับรวมลูกจ้างทุกประเภท เช่น ประจำ, รายวัน, รายชั่วโมง รวมถึงผู้รับเหมาค่าแรง มีหน้าที่ตามกฎหมายต้องยื่นแบบ คร.11 ภายในเดือนมกราคมของทุกปี
การยื่นแบบ คร.11 มีค่าธรรมเนียมหรือไม่?
ตอบ : ไม่มีค่าธรรมเนียมหากเป็นการยื่นแบบโดยตรง ซึ่งเป็นการรายงานข้อมูลตามหน้าที่ปกติของสถานประกอบกิจการต่อหน่วยงานรัฐ
หากจำนวนลูกจ้างลดลงเหลือไม่ถึง 10 คน ต้องทำอย่างไร?
ตอบ : นายจ้างยังต้องกรอกแบบฟอร์มเพื่อแจ้งข้อมูลปัจจุบันพร้อมหลักฐานต่อพนักงานตรวจแรงงาน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ปรับปรุงฐานข้อมูลให้เป็นปัจจุบันว่าองค์กรของคุณไม่อยู่ในเกณฑ์ต้องยื่นรายงานในรอบถัดไปแล้ว แต่ถ้าหากก่อนยื่นในรอบถัดไป มีลูกจ้างถึง 10 คน จะต้องทำการยื่นตามปกติ
หากเปิดบริษัทใหม่และมีลูกจ้างครบ 10 คนในเดือนธันวาคม ต้องยื่นทันทีหรือไม่?
ตอบ : หน้าที่การยื่นจะเกิดขึ้นทันทีเมื่อมีลูกจ้างครบ 10 คนขึ้นไปภายในปีนั้นๆ ดังนั้น หากมีลูกจ้างครบเกณฑ์ ณ วันที่ 31 ธันวาคม ต้องดำเนินการยื่นแบบ คร.11 ภายในเดือนมกราคมของปีถัดไปทันที
หากยื่นแบบ คร.11 ล่าช้าหรือกรอกข้อมูลเท็จ จะเป็นอย่างไร?
ตอบ : หากนายจ้างฝ่าฝืนไม่ยื่นแบบ คร.11 ภายในระยะเวลาที่กำหนด ภายในเดือนมกราคม ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท และหากนายจ้างกรอกข้อความในแบบ คร.11 เป็นเท็จ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 137 แห่งประมวลกฎหมายอาญา
About Author

ที่ปรึกษาในด้าน HR Solutions และหลงใหลในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ผู้ใช้งานจริง ด้วยประสบการณ์ในสาย SaaS และระบบบริหารทรัพยากรบุคคล มุ่งเน้นการเชื่อมโยงมุมมองธุรกิจกับเทคโนโลยี เพื่อสร้างโซลูชันที่ใช้งานได้จริงและสร้างคุณค่าให้กับองค์กรอย่างยั่งยืน
