ภ.พ.30 คืออะไร เจ้าของธุรกิจต้องใช้เมื่อไหร่

ภ.พ.30_cover
 
 
Highlight:

  • ภ.พ.30 คือเอกสารสรุปภาษีซื้อ-ภาษีขาย ที่เจ้าของธุรกิจต้องเอาไว้ใช้ยื่นแสดงภาษีมูลค่าเพิ่มแก่กรมสรรพากรทุกเดือน โดยต้องทำก่อนภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
  • เจ้าของธุรกิจที่ต้องทำภ.พ.30 คือ เจ้าของธุรกิจที่มีรายได้มากกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี และได้ทำการขึ้นทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว
  • ใช้ New FlowAccount ทำรายงานภาษีซื้อ ภาษีขาย และคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มได้ ซึ่งช่วยให้เจ้าของธุรกิจและนักบัญชีประหยัดเวลาในการตามหาเอกสารและการคำนวณ

     
     
    แบบ ภ.พ.30 คือแบบแสดงรายการสรุปภาษีซื้อ-ภาษีขาย เพื่อนำส่งกรมสรรพากร โดยผู้มีหน้าที่จัดทำคือ เจ้าของธุรกิจที่มีรายได้มากกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี และได้ทำการขึ้นทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ต้องนำส่งให้กรมสรรพากรทุกเดือนภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป หรือสามารถยื่นผ่านทางอินเทอร์เน็ตก็ได้

     
    ดังนั้นเจ้าของธุรกิจที่เพิ่งเปิดบริษัทใหม่ๆ ได้เพียง 2-3 เดือน ที่รายได้ยังไม่ถึง 1.8 ล้านบาท ก็ยังไม่ต้องยื่นแบบภ.พ.30

     

    เจ้าของธุรกิจต้องทำความเข้าใจอะไรบ้าง

     
    1. ต้องทราบก่อนว่าภาษีซื้อและภาษีขายหมายถึงอะไร

     
    ภาษีซื้อ หมายถึง ภาษีที่เจ้าของธุรกิจต้องจ่ายเมื่อมีการซื้อวัตถุดิบ หรืออุปกรณ์ต่างๆ เพื่อมาทำเป็นสินค้าหรือบริการ ซื้ออุปกรณ์สำนักงาน หรือค่าใช้จ่ายใดๆ ที่ใช้ในการดำเนินการของกิจการ เมื่อจ่ายแล้วเจ้าของธุรกิจจะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%

     
    ภาษีขาย หมายถึง ภาษี 7% ที่เราเรียกเก็บจากลูกค้าเมื่อขายสินค้าและบริการของเรา แต่เงิน 7% นี้จะไม่ใช่ของเรา ไม่ใช่กำไรนะจ๊ะ แต่เป็นของรัฐที่ต้องนำส่ง

     
    2. ภาษีมูลค่าเพิ่มที่จะต้องนำส่งนี้จะได้มาจากภาษีขาย ที่มาจากการขายสินค้าหรือบริการในเดือนนั้นๆ หักลบด้วยภาษีซื้อที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของเดือนนั้นๆ (ในธุรกิจสามารถนำใบกำกับภาษีซื้อที่ยังไม่ได้นำมาคำนวณภายใน 6 เดือน มาใช้ในการคิดภาษีมูลค่าเพิ่มได้)

     
    3. แบบภ.พ.30 จะทำหน้าที่รายงานกรมสรรพากรว่า ในแต่ละเดือนธุรกิจเรามีการดำเนินอย่างไร มีรายรับรายจ่ายที่มีภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เท่าไหร่ ดังนั้นไม่ว่าธุรกิจจะได้กำไรหรือขาดทุนในเดือนนั้นๆ หรือไม่ เจ้าของธุรกิจก็ต้องนำส่งแม้จะไม่ได้มีกิจกรรมซื้อขายเลยตาม

     

    ยกตัวอย่างการตั้งราคาสินค้าที่รวมภาษีซื้อและภาษีขาย

     
    แม่ค้าออนไลน์ซื้อกระเป๋ามาขายต่อ กระเป๋ามีราคา 100 บาท แต่เวลาซื้อจริงเราจ่าย 107 บาท นั่นคือภาษีซื้อ เราเอากระเป๋านี้มาขายต่อในราคา 110 บาท โดยอยากได้กำไร 10 บาท เพราะฉะนั้นเราต้องตั้งราคาโดยเอา
     

    ต้นทุน + กำไร + 7% = ราคาขายที่ลูกค้าต้องจ่าย

     
    100 + 10 + (110 x 7% = 7.7) = 117.70 บาท

     
    7.7 บาท คือภาษีขายที่เจ้าของธุรกิจต้องนำส่งกรมสรรพากร

     
     
    ในแต่ละเดือนเราต้องเอาภาษีขายมาหักลบกับภาษีซื้อ ก็จะได้เป็นภาษีมูลค่าเพิ่มที่เราต้องจ่ายให้กรมสรรพากรในแต่ละเดือน
     

    ภาษีขาย – ภาษีซื้อ = ภาษีมูลค่าเพิ่ม

     
    ถ้าเดือนนั้นภาษีซื้อ > ภาษีขาย ไม่ต้องจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มให้กรมสรรพากร
    ถ้าเดือนนั้นภาษีขาย > ภาษีซื้อ ต้องจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มให้กรมสรรพากร

     

    ส่ง ภ.พ.30 เมื่อไหร่

     
    ทำภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไปทุกเดือน ไม่ว่าเดือนนั้นจะไม่มีทั้งยอดซื้อหรือยอดขายเลยก็ต้องนำส่งแบบเปล่า ยกตัวอย่างเช่น หากจะนำส่งภ.พ.30 ของเดือนมกราคม เจ้าของธุรกิจจะต้องรวบรวมกิจกรรมซื้อขายทุกอย่างที่เกิดขึ้นในเดือนมกราคมมาคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มภายในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ เพราะหากนำส่งหลังวันที่ 15 ก็จะทำให้ถูกเสียค่าปรับ หรือที่เรียกว่า เบี้ยปรับเงินเพิ่ม

     
    แต่ถ้าบังเอิญวันที่ 15 ตรงกับวันเสาร์ อาทิตย์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ล่ะทำยังไง ก็ให้มายื่นแบบในวันทำงานถัดไป ก็จะไม่ถูกเสียค่าปรับ

     
    คนที่เพิ่งเริ่มต้นธุรกิจเล็กๆ ก็สามารถทำภ.พ.30 ด้วยตัวเองได้ โดยเริ่มต้นจากการเก็บเอกสารใบกำกับภาษีซื้อต่างๆ (บิลซื้อตัวจริง) และสำเนาใบกำกับภาษีขาย (สำเนาบิลขาย) ในแต่ละเดือน แล้วมาทำรายงานภาษีซื้อและภาษีขาย (อ่านวิธีการทำรายงานที่นี่) เวลาจะส่งกรมสรรพากร จะต้องทำเอกสาร 2 ใบ ใบแรกคือ ภ.พ.30 เปรียบได้กับใบปะหน้าที่เราคำนวณตัวเลขภาษีมูลค่าเพิ่มให้กรมสรรพากร ส่วนใบที่สองคือ ใบแนบภ.พ.30 คือรายละเอียดภาษีซื้อและภาษีขายที่เกิดขึ้นในรอบเดือนนั้นมาเขียนลงในใบนี้

     

    ใช้โปรแกรม New FlowAccount ลดขั้นตอนการทำรายงานภาษีซื้อภาษีขาย

     
    การเก็บเอกสารภาษีซื้อและภาษีขายที่ง่ายที่สุด คือการแบ่งเก็บออกเป็น 2 กองใหญ่ เอกสารเกี่ยวกับการซื้อ กับเอกสารเกี่ยวกับการขาย ซึ่งเจ้าของธุรกิจหลายคนเมื่อทำธุรกิจนานวันเข้าเอกสารเหล่านี้จะกลายเป็นกองเอกสารพะเนินเต็มห้องบัญชี พอจะรวบรวมทำภ.พ.30 ในแต่ละครั้ง จึงกลายเป็นเรื่องยุ่งยากนานาประการ
     
    ภ.พ.30_รายงานภาษีซื้อ

    รายงานภาษีซื้อ

     
    ภ.พ.30_รายงานภาษีขาย
    รายงานภาษีขาย

     
    ในส่วนนี้เจ้าของธุรกิจสามารถใช้โปรแกรมบัญชี New FlowAccount ช่วยลดขั้นตอนการตามหาหรือจัดเก็บเอกสาร โดยใช้ระบบบัญชีรายรับรายจ่ายช่วยบันทึกรายการซื้อและรายการขายต่างๆ ซึ่งในโปรแกรมจะสรุปเป็นรายงานภาษีซื้อและภาษีขายให้อัตโนมัติ และจะใช้วิธีสแกนรูปใบเสร็จแนบไว้ในระบบเพื่อป้องกันเอกสารหล่นหายได้อีกด้วย

     
    พอถึงสิ้นเดือนค่อยรวบรวมรายงานภาษีซื้อและภาษีขาย พร้อมใบกำกับภาษีที่ได้แยกไว้ทั้ง 2 กอง ส่งให้สำนักงานบัญชี หรือจะนำรายงานภาษีซื้อภาษีขายมาคำนวณการส่งภาษีมูลค่าเพิ่มเองก็ได้ (แต่เจ้าของธุรกิจจะต้องมั่นใจว่าจำนวนภาษีซื้อหรือภาษีขายที่นำมาคำนวณนั้นตัวไหนเสียหรือไม่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม)

    ติดตามเรื่องราวอื่นๆของ FlowAccount.com ได้ที่

    มั่นใจด้วยผู้ประกอบการกว่า 40,000 ราย
    ที่ใช้โปรแกรมบัญชี คลาวด์ ของเราเริ่มต้นธุรกิจ สมัครเลย!

    You may also like