e-Withholding Tax คืออะไร เข้าใจภาษีหัก ณ ที่จ่ายแบบอิเล็กทรอนิกส์

e-Withholding Tax คือ

การหักภาษี ณ ที่จ่าย (Withholding Tax) เป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการจ่ายเงินของแทบทุกธุรกิจ และปัจจุบันก็สามารถจัดการได้ง่ายขึ้นผ่าน e-Withholding Tax ระบบหักภาษี ณ ที่จ่ายแบบอิเล็กทรอนิกส์ ที่ช่วยให้เจ้าของธุรกิจจัดการตั้งแต่การจ่ายเงิน หักภาษี ไปจนถึงนำส่งภาษีผ่านระบบดิจิทัลได้สะดวกและเป็นระบบมากขึ้น

แล้ว e-Withholding Tax คืออะไร ทำงานอย่างไร ต่างจากการหักภาษี ณ ที่จ่ายแบบเดิมตรงไหน ใครใช้ได้บ้าง และช่วยลดภาษีได้จริงหรือไม่ บทความนี้สรุปคำตอบแบบเข้าใจง่ายมาให้เจ้าของธุรกิจและคนทำบัญชีมือใหม่เรียนรู้กัน


เลือกอ่านได้เลย!

e-Withholding Tax คืออะไร?


e-Withholding Tax คือ ระบบภาษีหัก ณ ที่จ่ายอิเล็กทรอนิกส์ ที่ช่วยให้ผู้จ่ายเงินสามารถจ่ายเงินให้คู่ค้า พร้อมส่งข้อมูลและนำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่ายให้กรมสรรพากรผ่านธนาคารหรือสถาบันการเงินที่ให้บริการได้ในกระบวนการเดียว 


จากเดิมที่ธุรกิจจ่ายเงินแล้วต้องหัก ณ ที่จ่ายและออกหนังสือรับรองแบบกระดาษ แถมยังต้องรวบรวมยื่นแบบนำส่งสรรพากรตอนสิ้นเดือน เมื่อใช้ระบบ e-Withholding Tax ขั้นตอนการหัก ณ ที่จ่ายและส่งข้อมูลจะถูกเชื่อมกับระบบของธนาคาร ทำให้การจัดการภาษีหัก ณ ที่จ่ายเป็นระบบดิจิทัลและลดภาระผู้ประกอบการลง 


e-Withholding Tax ทำงานอย่างไร?


การทำงานของระบบ e-Withholding Tax ไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด โดยผู้เกี่ยวข้องกับระบบ e-Withholding Tax มี 3 ฝ่าย คือ ผู้จ่ายเงิน ธนาคาร และกรมสรรพากร


ตัวอย่างเช่น 

บริษัท A ต้องจ่ายค่าบริการให้บริษัท B ซึ่งเป็นรายการที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย


Flow การทำงาน e-Withholding Tax มีดังนี้


บริษัท A จ่ายเงิน → ระบุข้อมูลภาษีหัก ณ ที่จ่ายในระบบ → ธนาคารจ่ายเงินพร้อมหัก ณ ที่จ่ายแล้ว → ส่งข้อมูลให้กรมสรรพากร → ผู้จ่ายและผู้รับตรวจสอบข้อมูลได้

บริษัท A จ่ายเงินธนาคารเต็มจำนวน→ระบุข้อมูลภาษีหัก ณ ที่จ่ายในระบบธนาคาร → ธนาคารจ่ายเงินให้บริษัท B พร้อมหัก ณ ที่จ่ายแล้ว → ธนาคารส่งข้อมูลให้กรมสรรพากร → ผู้จ่ายและผู้รับตรวจสอบข้อมูลได้


แทนที่บริษัท A จะต้องโอนเงินให้คู่ค้าก่อน แล้วกลับมาจัดทำหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายและยื่นภาษีแยกต่างหาก ระบบ e-Witholding Tax จะช่วยเชื่อมกระบวนการเหล่านี้เข้าด้วยกัน


e-Withholding Tax มีประโยชน์อย่างไร?


ข้อดีของ e-Withholding Tax ไม่ใช่แค่ลดการใช้กระดาษ แต่ช่วยลดงานของธุรกิจได้ ดังนี้


  • ลดขั้นตอนการทำงาน เพราะจ่ายเงินและนำส่งภาษีได้ผ่านระบบที่เชื่อมต่อกัน
  • ลดงานเอกสาร ไม่ต้องจัดทำ ส่ง และจัดเก็บหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายจำนวนมาก
  • ลดความเสี่ยงเอกสารสูญหาย เนื่องจากเก็บแบบอิเล็กทรอนิกส์
  • คู่ค้าตรวจสอบข้อมูลได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องคอยติดตามหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายแบบกระดาษ
  • ช่วยเพิ่มสภาพคล่องของผู้รับเงิน กรณีได้ลดอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายเมื่อเข้าเงื่อนไข

e-Withholding Tax ต่างจาก ระบบหักภาษี ณ ที่จ่ายแบบทั่วไปอย่างไร?


อย่างแรกต้องเข้าใจก่อนว่า หลักการของการหัก ณ ที่จ่ายยังเหมือนกัน คือ เมื่อมีการจ่ายเงินได้ที่กฎหมายกำหนด ผู้จ่ายมีหน้าที่หักภาษีและนำส่งกรมสรรพากร แต่สิ่งที่แตกต่างคือ วิธีการและการจัดการเอกสาร


e-Withholding Tax ต่างจาก ระบบหักภาษี ณ ที่จ่ายแบบทั่วไปอย่างไร


ใครสามารถใช้ e-Withholding Tax ได้บ้าง?


e-Withholding Tax เหมาะกับผู้ประกอบการที่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายจำนวนมาก และต้องการลดขั้นตอนการจัดการเอกสารลง ดังนี้


  • ธุรกิจที่มีผู้ให้บริการจำนวนมาก
  • ธุรกิจที่ต้องออกหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายจำนวนมากในแต่ละเดือน
  • ผู้ประกอบการที่ต้องการเปลี่ยนงานบัญชีและภาษีจากกระดาษเป็นระบบดิจิทัล

ทั้งนี้ การเปลี่ยนระบบจากหัก ณ ที่จ่ายธรรมดามาเป็น e-Withholding Tax จะมีค่าใช้จ่ายมาเกี่ยวข้อง เจ้าของธุรกิจต้องเช็กในส่วนรายจ่ายตรงนี้กับธนาคารที่จะใช้บริการเพิ่มเติม


ขั้นตอนการใช้งาน e-Withholding Tax มีอะไรบ้าง?


ขั้นตอนการเข้าระบบ e-Withholding มีดังนี้


ขั้นตอนที่ 1 สมัครใช้บริการกับธนาคาร

ติดต่อธนาคารที่ให้บริการ e-Withholding Tax เพื่อสมัครใช้งาน โดยขั้นตอน ค่าบริการและเอกสารอาจแตกต่างกันตามแต่ละธนาคาร


ขั้นตอนที่ 2 ตรวจสอบรายการที่ต้องหักภาษี

ก่อนจ่ายเงิน ต้องพิจารณาว่ารายการนั้นมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายตามกฎหมายหรือไม่ เช่น ค่าบริการ ค่าเช่า ค่านายหน้า ค่าโฆษณา หรือค่าจ้างทำของ เป็นต้น จากนั้นตรวจสอบอัตราภาษีให้ตรงกับประเภทของเงินได้


ขั้นตอนที่ 3 เตรียมข้อมูลผู้รับเงิน

กรอกข้อมูลที่จำเป็นและตรวจสอบความถูกต้องเพราะข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ในการรายงานต่อกรมสรรพากร ได้แก่

  • ชื่อผู้รับเงิน
  • เลขประจำตัวผู้เสียภาษี
  • จำนวนเงิน
  • ประเภทเงินได้
  • อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย
  • จำนวนภาษีที่ต้องหัก

ขั้นตอนที่ 4 สั่งจ่ายเงินผ่านระบบ

เมื่อสั่งจ่ายเสร็จ ธนาคารจะดำเนินการแทนโดยจะหักภาษี นำส่งกรมสรรพากรให้อัตโนมัติ และออกหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ให้ทั้งผู้จ่ายและผู้รับ 


ขั้นตอนที่ 5 ตรวจสอบหลักฐาน

ผู้จ่ายและผู้รับเงินจะได้รับไฟล์PDF ที่ระบบสร้างและส่งให้ผู้เสียภาษีทางอีเมล รวมถึงควรตรวจสอบข้อมูลการหักภาษี e-WHT ที่  https://epay.rd.go.th/wps/portal/RD/Home โดยสามารถตรวจสอบได้ในระบบหลังจาก 6 วันทำการ นับจากวันที่ทำรายการผ่านทางธนาคาร และเก็บหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ไว้ประกอบการบันทึกบัญชีและคำนวณภาษีประจำปี 


e-Withholding Tax ช่วยธุรกิจลดภาษีหัก ณ ที่จ่ายได้จริงหรือไม่?


การเข้าระบบ e-Withholding Tax ลดภาษีหัก ณ ที่จ่ายได้ในกรณีที่เข้าเงื่อนไข

ตามมาตรการส่งเสริม e-Withholding Tax อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายลดลง สำหรับรายการที่เดิมมีอัตรา 2%, 3% หรือ 5% ให้เหลือ 1% ทุกกรณี 

ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม ค่าเช่า, ค่านายหน้า, ค่าลิขสิทธิ์, ค่าจ้างทำของ, ค่าบริการ หรือแม้แต่วิชาชีพอิสระ ก็ได้สิทธินี้ทั้งหมด ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2570


อ้างอิง: https://www.rd.go.th/fileadmin/user_upload/news/2569thai/news14_2569.pdf


ตัวอย่างเช่น 

หากธุรกิจจ่ายค่าบริการ 100,000 บาท ปกติต้องหักภาษี 3%


  • อัตราปกติ 3% = หักภาษี 3,000 บาท
  • หากเข้าเงื่อนไข e-Withholding Tax อัตรา 1% = หักภาษี 1,000 บาท
  • ธุรกิจจ่ายเงิน 100,000 บาท เท่าเดิม แบ่งเป็นให้ผู้รับเงิน 99,000 บาท และหัก ณ ที่จ่ายให้สรรพากร 1,000 บาท 
  • ผู้รับเงินจะได้เงินเพิ่ม 2,000 บาท ทำให้มีสภาพคล่องเพิ่มขึ้น

สุดท้ายแล้ว ภาระภาษีเงินได้ปลายปีของผู้รับเงินไม่ได้ลดลงในจำนวนเดียวกัน เพราะภาษีหัก ณ ที่จ่ายโดยหลักเป็นเครดิตภาษีที่นำไปใช้คำนวณภาษีภายหลัง

และอย่าลืมว่า ไม่ใช่ภาษีหัก ณ ที่จ่ายทุกประเภทจะได้รับอัตรา 1% จึงควรตรวจสอบประเภทเงินได้ ผู้รับเงิน อัตราภาษี และกฎหมายที่มีผลบังคับใช้ ณ วันที่จ่ายทุกครั้งว่า e-Withholding Tax หักกี่เปอร์เซ็นต์


e-Withholding Tax ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง?


เอกสารในการสมัคร e-Witholding tax อาจแตกต่างกันตามธนาคาร แต่โดยทั่วไปธุรกิจควรเตรียมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ดังนี้


  • หนังสือรับรองจดทะเบียนนิติบุคคล
  • เลขประจำตัวผู้เสียภาษี
  • ข้อมูลบัญชีธนาคารที่ใช้จ่าย
  • ข้อมูลผู้มีอำนาจลงนามหรือผู้ใช้งานระบบ
  • บัตรประจำตัวประชาชนกรรมการ 

ก่อนสมัครควรตรวจสอบรายการเอกสารกับธนาคารที่เลือกใช้โดยตรง


FlowAccount ช่วยจัดการค่าใช้จ่ายและหัก ณ ที่จ่าย พร้อมเตรียมจ่ายในระบบเดียว


จัดการค่าใช้จ่ายออนไลน์ บันทึกค่าใช้จ่ายครบถ้วน พร้อมบันทึกหัก ณ ที่จ่ายในระบบเดียว กรณีชำระผ่าน K Cash Connect Plus และ SCB Anywhere FlowAccount ช่วยเตรียมเอกสารการจ่ายเงินหลาย ๆ รายการพร้อมกัน ก่อนส่งข้อมูลสำหรับ e-Withholding Tax ไปยังระบบธนาคาร ลดงานบัญชีหลังบ้านและมีรายงานตรวจสอบได้ง่าย 


e-Withholding Tax ช่วยให้การจ่ายเงิน หักภาษี และนำส่งข้อมูลให้กรมสรรพากรเป็นเรื่องง่ายขึ้นในระบบเดียว ลดทั้งขั้นตอนและงานเอกสารของธุรกิจ และบางกรณียังอาจได้รับอัตราหัก ณ ที่จ่ายลดเหลือ 1% ตามเงื่อนไขที่กำหนด

แต่อย่างไรก็ตาม ระบบจะทำงานได้ดีเมื่อข้อมูลต้นทางถูกต้อง การบันทึกบัญชีค่าใช้จ่าย และหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายให้ถูกต้องตามอัตราที่กฎหมายกำหนดก็ยังเป็นเรื่องสำคัญ


คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับ e-Withholding Tax


1. e-Withholding Tax คืออะไร?

ตอบ: e-Withholding Tax คือ ระบบภาษีหัก ณ ที่จ่ายอิเล็กทรอนิกส์ ที่ช่วยให้ผู้จ่ายเงินสามารถจ่ายเงิน พร้อมส่งข้อมูลและนำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่ายผ่านธนาคารไปยังกรมสรรพากรได้ในขั้นตอนเดียว


2. e-Withholding Tax ต่างจากภาษีหัก ณ ที่จ่ายปกติอย่างไร?

ตอบ: หลักการหักภาษีเหมือนเดิม แต่ e-Withholding Tax เปลี่ยนขั้นตอนการจ่ายเงิน นำส่งภาษี และจัดการหลักฐานให้อยู่ในระบบอิเล็กทรอนิกส์ ช่วยลดการทำเอกสารและการยื่นข้อมูลแยกหลายขั้นตอน 


3. ใครสามารถใช้ e-Withholding Tax ได้บ้าง?

ตอบ: เจ้าของธุรกิจ ผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายที่ใช้บริการธนาคารที่รองรับ e-Withholding Tax สามารถสมัครใช้บริการได้ 


4. e-Withholding Tax ต้องสมัครอย่างไร?

ตอบ: เจ้าของธุรกิจสามารถติดต่อธนาคารที่ให้บริการ e-Withholding Tax เพื่อสมัครใช้งาน โดยธนาคารแต่ละแห่งอาจมีขั้นตอน เอกสาร และช่องทางใช้งานแตกต่างกัน 


5. ใช้ e-Withholding Tax แล้วต้องออกหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายหรือไม่?

ตอบ: ผู้จ่ายเงินไม่ต้องจัดทำหนังสือรับรองการหัก ณ ที่จ่าย แต่ว่าเป็นการดำเนินการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และมีข้อมูลหลักฐานในฐานข้อมูลสรรพากร


6. e-Withholding Tax มีข้อดีอย่างไร?

ตอบ: ช่วยลดขั้นตอนการจ่ายและนำส่งภาษี ลดงานเอกสาร และช่วยให้ตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังได้ง่ายขึ้น

About Author

รับวันใช้งานฟรี 30 วัน
เมื่อสมัครทดลองใช้ FlowAccount วันนี้
สมัครเลย