
| เปิดร้านใน Lazada และ Shopee เมื่อมีลูกค้าซื้อของ จะคิด VAT 7% ให้กับลูกค้ายังไง มาหาคำตอบวิธีการออกบิล ออกใบกำกับภาษีที่ถูกต้องได้ในบทความนี้กัน |

ปฏิเสธไม่ได้เลยนะครับว่าการโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์ต่าง ๆ มีส่วนสำคัญเป็นอย่างมากในการดำเนินธุรกิจปัจจุบัน แต่เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงมีข้อสงสัยว่าค่าโฆษณาที่จ่ายให้สื่อออนไลน์นี้เราสามารถนำมาขอคืนภาษีซื้อได้ไหม แล้วภาษีซื้ออยู่ตรงไหนละ ที่สำคัญนำมาเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัทได้หรือไม่

อีกหนึ่งคำถามที่มาอยู่บ่อยๆ และเป็นความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเรื่อง ภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่ผมได้รับอยู่เป็นประจำ นั่นคือ
หลังจากที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วจะทำให้ต้นทุนของเราสูงกว่าคนอื่น
หรือเปล่า? เพราะต้องจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มไปทุกครั้งที่ซื้อสินค้าหรือบริการ
ถ้าสังเกตให้ดี เราจะเห็นว่าภาษีมูลค่าเพิ่มนั้นจะถูกแยกออกจากราคาของสินค้าและบริการมาโดยตลอด และวิธีการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มโดยทั่วไปที่เรียกว่า วิธีภาษีขายหักด้วยภาษีซื้อ หรือ ภาษีขายลบด้วยภาษีซื้อ
จะยึดหลักการที่ว่าส่วนต่างที่เกิดขึ้นจะถูกนำส่งให้แก่กรมสรรพากรหรือสามารถขอคืนได้

ในตอนที่ผ่านมา (เข้าใจระบบ VAT และหน้าที่ของผู้ประกอบการภาษีมูลค่าเพิ่ม : ตอนที่ 1) เราได้เรียนรู้กันไปแล้วกับสิ่งที่ใช้พิจารณาว่าธุรกิจควรจะ จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือไม่ แต่สำหรับตอนนี้ เราจะมาดูกันว่าหน้าที่ที่ต้องทำหลังจากที่เลือกจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
อย่าลืมนะครับว่า คำถามที่ต้องถามตัวเอง 2 ข้อคือ ธุรกิจเราได้รับสิทธิยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มไหม ถ้าคำตอบแรกคือไม่ ทันทีที่มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีต้องรีบไปจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ภายใน 30 วันครับ
ทีนี้เรามาต่อกันครับว่า ถ้าหากเราไปจดภาษีมูลค่าเพิ่มเรียบร้อยแล้ว ได้รับเอกสารหลักฐานการเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ ภ.พ. 20 มาเป็นที่เรียบร้่อย เราต้องทำอะไรบ้าง

หลายคนพอได้ยินคำว่า “ภาษีมูลค่าเพิ่ม” หรือ “VAT” แล้วมักจะรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ คล้ายจะเป็นไข้ ปวดหัว
ตัวร้อน เพราะได้ยินทั้งคำขู่ คำกล่าว หรือคำบ่นมาว่า มันคือตัวปัญหาของการทำธุรกิจ แต่ก่อนที่จะปวดหัวมากไปกว่านี้ เรามารู้จักกับความหมายของภาษีมูลค่าเพิ่มก่อนดีกว่าครับ
ภาษีมูลค่าเพิ่มก็คือ ภาษีอากรอีกประเภทหนึ่ง ที่เรียกเก็บจากการบริโภคของประชาชน โดยในปัจจุบันคิดในอัตรา 7% ของราคาขายสินค้าหรือบริการ