ผู้สอบบัญชี CPA กับ TA แตกต่างกันอย่างไร?

ผู้สอบบัญชีผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ต่างกับ ผู้สอบบัญชีภาษีอากร อย่างไร

เมื่อเข้าสู่ช่วงปิดงบการเงิน หลายกิจการมักมีคำถามสำคัญว่า “บริษัทขนาดเล็กจำเป็นต้องมีผู้สอบบัญชีไหม” หรือ “ธุรกิจเราควรใช้ผู้สอบบัญชีประเภทไหนดี?” ระหว่าง CPA และ TA เพราะแม้ทั้งสองจะมีบทบาทในการตรวจสอบและรับรองข้อมูลทางบัญชีเหมือนกัน แต่ขอบเขตการทำงาน รวมถึงประเภทกิจการที่สามารถตรวจสอบได้นั้นแตกต่างกัน

การเข้าใจความแตกต่างระหว่างผู้สอบบัญชี CPA และ TA จึงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับทั้งผู้ประกอบการและนักบัญชี เพื่อช่วยวางแผนการปิดงบได้อย่างถูกต้อง ตั้งแต่การเตรียมเอกสาร การแต่งตั้งผู้สอบบัญชี ไปจนถึงการยื่นงบการเงินและแบบภาษีให้ทันตามกำหนด

 

บทความนี้จะพามาทำความเข้าใจระหว่าง CPA และ TA แบบเข้าใจง่าย พร้อมอธิบายว่าธุรกิจประเภทใดควรเลือกใช้ผู้สอบบัญชีแบบไหน เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการปิดงบผิดขั้นตอน ยื่นงบล่าช้า หรือเลือกผู้สอบบัญชีไม่ตรงตามข้อกำหนดทางกฎหมาย

 

เลือกอ่านได้เลย!

ผู้สอบบัญชีคือ?

 

จะต้องขอเกริ่นก่อนว่า ที่ต้องมีการสอบบัญชี เพราะ มาตรา 69 แห่งประมวลรัษฎากร กำหนดให้มีผู้ตรวจสอบและรับรองบัญชี ก่อนการนำส่งงบการเงินหรือยื่นแบบภาษีเงินได้นั่นเอง โดยผู้ตรวจสอบและรับรองบัญชี หรือที่เราเรียกกันว่า ผู้สอบบัญชี คือ บุคคลที่มีใบอนุญาตและเป็นอิสระจากกิจการ ทำหน้าที่ตรวจสอบงบการเงินของกิจการ เพื่อดูว่างบการเงินจัดทำขึ้นถูกต้อง เหมาะสม และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องหรือไม่

 

พูดให้เข้าใจง่ายคือ ผู้สอบบัญชีไม่ได้เป็นคนทำบัญชีให้กิจการโดยตรง แต่เป็น “ผู้ตรวจสอบอิสระ” ที่เข้ามาตรวจทานข้อมูลทางบัญชีอีกชั้นหนึ่ง เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับงบการเงิน ซึ่งงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบแล้วจึงมีความสำคัญต่อหลายฝ่าย เช่น เจ้าของกิจการ ผู้ถือหุ้น ธนาคาร นักลงทุน คู่ค้า และหน่วยงานรัฐ เพราะช่วยให้ผู้ใช้งบการเงินมั่นใจได้มากขึ้นว่าตัวเลขทางการเงินของกิจการมีความน่าเชื่อถือ

 

หน้าที่ของผู้สอบบัญชีมีอะไรบ้าง?

 

หน้าที่ของผู้สอบบัญชีมีอะไรบ้าง?

 

หน้าที่หลักของผู้สอบบัญชีไม่ใช่แค่ “เซ็นงบ” แต่ต้องตรวจสอบข้อมูลทางบัญชีและเอกสารที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบการให้ความเห็นหรือรับรองตามขอบเขตของกฎหมาย โดยทั่วไปแล้วหน้าที่ของผู้สอบบัญชี ได้แก่

 

  • ตรวจสอบงบการเงิน
    ตรวจสอบว่างบการเงิน เช่น งบฐานะการเงิน งบกำไรขาดทุน และหมายเหตุประกอบงบการเงิน จัดทำถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องหรือไม่
  • ตรวจสอบเอกสารประกอบการลงบัญชี
    เช่น ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษี สัญญา รายการรับ-จ่าย และเอกสารสำคัญอื่นๆ
  • ประเมินความสมเหตุสมผลของรายการบัญชี
    เช่น รายได้ ค่าใช้จ่าย ลูกหนี้ เจ้าหนี้ สินค้าคงเหลือ สินทรัพย์ และหนี้สินของกิจการ
  • ให้ความเห็นหรือรายงานผลการตรวจสอบ
    สำหรับ CPA จะมีการแสดงความเห็นต่องบการเงิน ส่วน TA จะจัดทำรายงานการตรวจสอบและรับรองบัญชีตามแบบที่กรมสรรพากรกำหนดสำหรับห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลขนาดเล็ก
  • ชี้ข้อสังเกตที่พบระหว่างการตรวจสอบ
    เช่น เอกสารไม่ครบ การบันทึกบัญชีไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง หรือจุดที่กิจการควรปรับปรุงในการจัดเก็บเอกสารและระบบบัญชี

 

ผู้สอบบัญชีมีกี่ประเภท?

 

ในความเป็นจริง ผู้สอบบัญชีที่ผู้ประกอบการมักเจอมี 2 ประเภทหลัก คือ

 

1. ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) 

ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (Certified Public Auditor: CPA) คือ ผู้ที่ขึ้นทะเบียนและได้รับใบอนุญาตจากสภาวิชาชีพบัญชี ตามพระราชบัญญัติวิชาชีพ พ.ศ.2547 มีประสบการณ์ในการทำงานสอบบัญชีไม่น้อยกว่า 3ปี และไม่น้อยกว่า 3,000 ชั่วโมง มีสิทธิในการตรวจสอบ สามารถลงนามรับรองงบการเงินสำหรับบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลได้

 

2. ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) 

ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (Tax Auditor :TA) คือ มีคุณสมบัติเป็นผู้ขอขึ้นทะเบียนและได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากร มีหน้าที่ตรวจสอบและรับรองบัญชีสำหรับกิจการที่เป็นห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลขนาดเล็ก(ทุนไม่เกิน 5 ล้านบาท สินทรัพย์รวมไม่เกิน 30 ล้านบาทและรายได้รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท)

 

ตารางเปรียบเทียบ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต CPA ต่างจาก ผู้สอบบัญชีภาษีอากร TA อย่างไร

 

โดยสรุปความแตกต่างระหว่าง CPA และ TA จะเป็นเรื่องของขอบเขตกิจการที่สามารถตรวจสอบได้ และหน่วยงานที่กำกับดูแล ดังนี้

 

ตารางเปรียบเทียบ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต CPA ต่างจาก ผู้สอบบัญชีภาษีอากร TA อย่างไร

อ้างอิง:  https://www.rd.go.th/25631.html

อ้างอิง: https://www.rd.go.th/65338-1.html

 

บริษัทจำเป็นต้องมีผู้สอบบัญชีไหม?

 

ตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ.2543 กิจการประเภทนิติบุคคล มีหน้าที่ต้องจัดทำงบการเงิน ซึ่งงบการเงินต้องได้รับการตรวจสอบ และแสดงความเห็นโดยผู้สอบบัญชี ได้แก่

 

  • ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล และห้างหุ้นส่วนจำกัด
  • บริษัทจำกัด
  • บริษัทมหาชนจำกัด
  • นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศประกอบธุรกิจในไทย
  • กิจการร่วมค้าตามประมวลรัษฎากร
  • มูลนิธิ สมาคม
  • นิติบุคคลอาคารชุดหรือหมู่บ้านจัดสรร

 

ธุรกิจแบบไหนต้องมีผู้สอบบัญชีรับอนุญาต CPA 

 

ธุรกิจที่โดยทั่วไปต้องใช้ CPA ได้แก่

  1. บริษัทจำกัด ไม่ว่าจะเป็นบริษัทขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ หากจดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัด ต้องใช้งบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
  2. บริษัทมหาชนจำกัด ต้องมีงบการเงินที่ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบและแสดงความเห็น ก่อนเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นและยื่นตามกฎหมาย
  3. ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนที่เกินเกณฑ์ห้างหุ้นส่วนขนาดเล็ก หากห้างหุ้นส่วนมีรายการใดรายการหนึ่งเกินเกณฑ์ที่กำหนด เช่น ทุนจดทะเบียน สินทรัพย์รวม หรือรายได้รวมเกินเกณฑ์ จะต้องใช้งบการเงินที่ตรวจสอบโดย CPA
  4. นิติบุคคลต่างประเทศที่ประกอบธุรกิจในประเทศไทย
  5. กิจการร่วมค้าตามประมวลรัษฎากร

สำหรับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน กรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุว่า หากมีทุนจดทะเบียน สินทรัพย์รวม หรือรายได้รวม รายการใดรายการหนึ่งเกินเกณฑ์ จะต้องจัดให้งบการเงินได้รับการตรวจสอบและแสดงความเห็นโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต

 

ธุรกิจแบบไหนต้องมีผู้สอบบัญชีภาษีอากร TA 

 

TA หรือผู้สอบบัญชีภาษีอากร ใช้กับกรณีของ ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลขนาดเล็ก โดยเฉพาะ

กรมสรรพากรอธิบายว่า ห้างหุ้นส่วนขนาดเล็ก หมายถึง ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย และในรอบระยะเวลาบัญชีนั้นมีเงื่อนไขครบทั้ง 3 ข้อ ดังนี้

 

  1. ทุนไม่เกิน 5 ล้านบาท
  2. สินทรัพย์รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท
  3. รายได้รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท

 

หากเข้าเงื่อนไขครบทั้ง 3 ข้อ ห้างหุ้นส่วนดังกล่าวถือเป็นห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลขนาดเล็ก ซึ่งสามารถใช้ TA ตรวจสอบและรับรองบัญชีได้

 

บทลงโทษของบริษัทที่ไม่มีผู้สอบบัญชี

 

การไม่จัดให้มีผู้สอบบัญชีตรวจสอบงบการเงิน หรือผู้สอบบัญชีไม่ได้ลงชื่อรับรองงบการเงินภายในกำหนดก่อนการประชุมผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติงบการเงิน นิติบุคคลและผู้แทนต้อง ระวังโทษ ปรับ ตามอัตราดังนี้

 

1.บริษัท ปรับ 1,000 บาท

2.กรรมการผู้มีอำนาจลงชื่อผูกพันบริษัท คนละ 1,000 บาท

 

ผู้สอบบัญชี CPA กับ TA ต่างกันอย่างไร?

 

ผู้สอบบัญชี CPA กับ TA ต่างกันอย่างไร?

 

CPA คือผู้สอบบัญชีรับอนุญาตที่มีขอบเขตกว้างกว่า ใช้กับบริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด และห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่กฎหมายกำหนด

 

ส่วน TA คือผู้สอบบัญชีภาษีอากร ใช้กับห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลขนาดเล็กที่มีทุนไม่เกิน 5 ล้านบาท สินทรัพย์รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท และรายได้รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท

 

ให้ FlowAccount ช่วยหานักบัญชีมืออาชีพให้ ฟรี!

 

หากใครกำลังมองหานักบัญชีหรือสำนักงานบัญชีที่เหมาะกับธุรกิจ แต่ไม่แน่ใจว่าจะเริ่มต้นจากที่ไหนดี FlowAccount มีบริการช่วยหาสำนักงานบัญชีให้ฟรี โดยทีมงานจะช่วยวิเคราะห์ลักษณะธุรกิจ ความต้องการด้านบัญชีและภาษี พร้อมจับคู่กับสำนักงานบัญชีพาร์ตเนอร์ที่ผ่านการตรวจสอบและสามารถใช้งานระบบ FlowAccount ได้จริง ช่วยให้การทำงานร่วมกันเป็นไปอย่างราบรื่น ลดเวลาในการค้นหา และมั่นใจได้ว่าจะได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่เหมาะกับประเภทธุรกิจของคุณ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจเปิดใหม่ SME หรือกิจการที่กำลังเติบโต ก็สามารถเริ่มต้นหาสำนักงานบัญชีที่ใช่ได้ง่ายขึ้นโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการช่วยค้นหาสำนักงานบัญชี

 

 

สำหรับผู้ประกอบการ SME สิ่งสำคัญคือ ต้องดูรูปแบบกิจการของตัวเองก่อนว่าเป็น บริษัทจำกัด หรือ ห้างหุ้นส่วน และดูว่าขนาดกิจการเข้าเกณฑ์ใด เพราะการเลือกผู้สอบบัญชีให้ถูกประเภทจะช่วยให้การปิดงบการเงิน ยื่นงบดารเงิน และยื่นภาษีเป็นไปอย่างถูกต้อง ลดความเสี่ยงเรื่องค่าปรับ และทำให้ข้อมูลทางการเงินของธุรกิจน่าเชื่อถือมากขึ้น 

 

สำหรับธุรกิจที่ใช้ FlowAccount การเตรียมข้อมูลให้ผู้สอบบัญชีก็ทำได้สะดวกขึ้น เพราะสามารถบันทึกเอกสาร รายรับ รายจ่าย ใบกำกับภาษี และรายงานทางบัญชีไว้ในระบบเดียว ผู้ประกอบการสามารถให้ผู้สอบบัญชีเข้ามาดูข้อมูลที่เกี่ยวข้องในระบบได้โดยตรง ช่วยลดการส่งเอกสารไปมา และทำให้การตรวจสอบ การสอบถามข้อมูล และการแก้ไขรายการต่าง ๆ ทำได้รวดเร็วและเป็นระบบมากขึ้น

 

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับ ผู้สอบบัญชี CPA กับ ผู้สอบบัญชี TA 

 

1. ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต้องใช้ CPA หรือ TA?

 

ตอบ: ต้องดูขนาดของห้างหุ้นส่วน หากเป็นห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลขนาดเล็ก เช่น มีทุน สินทรัพย์รวม และรายได้รวมไม่เกินเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด สามารถใช้ TA ตรวจสอบและรับรองบัญชีได้ แต่ถ้าเกินเกณฑ์ดังกล่าว จะต้องใช้ CPA

 

2. CPA รับงานตรวจสอบและรับรองงบการเงินของห้างฯ ขนาดเล็ก จะต้องแสดงความเห็นในหน้ารายงานแบบใด

 

ตอบ: กรณี CPA รับงานตรวจสอบและรับรองบัญชีของ ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลขนาดเล็ก ต้องใช้รายงานการตรวจสอบและรับรองบัญชีตามแบบที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด ไม่ใช่รายงานผู้สอบบัญชีแบบเดียวกับบริษัททั่วไป

 

3.  ในกรณีเป็นทั้ง CPA และ TA มีสิทธิลงลายมือชื่อรับรองงบการเงินได้กี่ราย

 

ตอบ: มีสิทธิลงลายมือชื่อรับรองงบการเงินรวมกันได้ไม่เกิน 300 ราย / ปี ไม่ว่าจะลงลายมือชื่อในนาม CPA หรือ TA

 

4. การคิดค่าธรรมเนียมการสอบบัญชีภาษีอากรใช้หลักเกณฑ์อะไร

 

ตอบ: การกำหนดค่าธรรมเนียมการสอบบัญชีภาษีอากรเป็นเรื่องของผู้ตรวจสอบและรับรองบัญชีที่จะต้องทำการตกลงกับลูกค้าโดยอาจพิจารณาจาก ปริมาณเอกสารใบสำคัญที่ต้องทำการตรวจหรือประเภทกิจการมีความซับซ้อนเพียงใด แต่ทั้งนี้ ผู้ตรวจสอบและรับรองบัญชีจะต้องไม่กำหนดค่าธรรมเนียมหรือค่าตอบแทนโดยถือเอาอัตราสูงต่ำตามยอดเงินรายได้หรือมูลค่าของสินทรัพย์ของกิจการที่ตรวจสอบและรับรองบัญชี หรือมีส่วนร่วมในการตรวจสอบและรับรองบัญชีเป็นเกณฑ์

 

5. ผู้สอบบัญชีต้องแจ้งรายชื่อบริษัทที่รับสอบบัญชีภายในเมื่อไหร่?

 

ตอบ: โดยทั่วไป หากเป็นกิจการที่มีรอบปีบัญชีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม ผู้สอบบัญชีต้องแจ้งรายชื่อกิจการที่รับสอบบัญชีต่อสภาวิชาชีพบัญชีภายในวันที่ 30 เมษายนของปีถัดไป

 

About Author

รับวันใช้งานฟรี 30 วัน
เมื่อสมัครทดลองใช้ FlowAccount วันนี้
สมัครเลย