ขั้นตอนจ่ายเงินสมทบประกันสังคมออนไลน์ ม.33 ม.39 ม.40

ขั้นตอนจ่ายเงินสมทบประกันสังคมออนไลน์ ม.33 ม.39 ม.40

“การจ่ายประกันสังคมออนไลน์” และการนำส่งเงินสมทบให้ตรงตามกำหนด เป็นหัวใจสำคัญของการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลและการรักษาสิทธิประโยชน์พื้นฐานของผู้ประกันตน โดยในปี 2569 นี้ มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญทั้งเรื่องการปรับฐานเพดานค่าจ้างและการยกระดับสิทธิประโยชน์ ซึ่งนายจ้างและผู้ประกันตนมาตรา 33 39 และ 40 ที่จำเป็นต้องทำความเข้าใจเพื่อจ่ายประกันสังคมได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

หลายท่านอาจจะไม่ทราบว่าเพดานเงินสมทบได้ถูกปรับขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษ และในฐานะนายจ้าง การรับทราบขั้นตอนการทำรายการผ่านระบบ e-Service ของประกันสังคม ก็เป็นสิ่งสำคัญ โดย FlowAccount จะพาทุกท่านเข้าใจบทสรุปทุกประเด็นสำคัญในการจ่ายเงินประกันสังคม เพื่อให้เข้าใจหลักการและความแตกต่างการจ่ายเงินของทุกมาตรา ผู้ประกันตนแบบไหนต้องจ่ายเอง หรือใครที่ให้นายจ้างต้องจ่ายให้


เลือกอ่านได้เลย!

การจ่ายเงินสมทบประกันสังคม คืออะไร?


การจ่ายเงินสมทบประกันสังคม คือ การจ่ายเงินที่จัดเก็บเข้ากองทุนประกันสังคมเพื่อสร้างหลักประกันและความมั่นคงในการดำรงชีวิต โดยครอบคลุมสิทธิประโยชน์ตั้งแต่การเจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ เสียชีวิต สงเคราะห์บุตร ว่างงาน ไปจนถึงการรับเงินบำนาญชราภาพ สำหรับนายจ้าง 

 

การจ่ายเงินสมทบประกันสังคมไม่ใช่เพียงต้นทุน แต่เป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายที่ช่วยสร้างสวัสดิภาพให้ลูกจ้างในบริษัทอีกด้วย 

 

ซึ่งในปัจจุบัน วิธีที่สะดวกที่สุดในการจ่ายเงินสมทบประกันสังคม คือ การจ่ายแบบออนไลน์ เนื่องจากระบบออนไลน์จะช่วยลดความยุ่งยากของงานเอกสารได้อย่างมาก และยังช่วยให้การตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังมีความโปร่งใสมากขึ้น แต่การนำส่งเงินและตรวจสอบยอดการจ่ายเงินย้อนหลังในระบบ e-Service ของประกันสังคม

 

 สำหรับนายจ้างผู้ประกันตนมาตรา 33 จะสามารถดำเนินการย้อนหลังได้ไม่เกิน 5 ปี หากต้องการที่จะดำเนินการย้อนหลังมากกว่านั้น ทางเราแนะนำให้ติดต่อประกันสังคมพื้นที่ที่บริษัทท่านสังกัด


ข้อดีของการจ่ายเงินสมทบประกันสังคมออนไลน์


การเปลี่ยนมาใช้ระบบการจ่ายเงินสมทบประกันสังคมออนไลน์ มีข้อดีดังต่อไปนี้

 

  • มีความสะดวกรวดเร็ว: ทำรายการได้ทุกที่ตามวันและเวลาที่ประกันสังคมกำหนด  ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปสำนักงานประกันสังคม
  • ช่วยลดข้อผิดพลาดจาก Human Error: ระบบออนไลน์จะช่วยคำนวณยอดเงินสมทบให้อัตโนมัติ โดยเฉพาะเมื่อมีการปรับเพดานเงินเดือนใหม่ ไม่ต้องเสียเวลาคำนวณเอง
  • มีความโปร่งใส: นายจ้างและลูกจ้างสามารถตรวจสอบประวัติการทำรายการได้ทันทีผ่านเว็บไซต์ www.sso.go.th หรือแอปพลิเคชัน SSO Plus (ระบบอาจมีความล่าช้า 1-2 เดือน เนื่องจากรอการอัปเดตข้อมูลเงินสมทบจากประกันสังคม)
  • ช่วยในการจัดการข้อมูลใหญ่: นายจ้างสามารถอัปโหลดไฟล์ข้อมูลการจ่ายเงินสมทบประกันสังคมของลูกจ้างจำนวนมากผ่านระบบ e-Service ได้ในคราวเดียว โดยใช้ไฟล์อัปโหลดเงินสมทบประกันสังคมเพียงไฟล์เดียว

 ใครต้องจ่ายเงินสมทบประกันสังคมบ้าง?


ใครต้องจ่ายเงินสมทบประกันสังคมบ้าง?


ผู้ประกันตนของประกันสังคมมีทั้งมาตรา 33 39 และ 40 กฎหมายประกันสังคมแบ่งการจ่ายเงินสมทบของแต่ละประเภทผู้ประกันตนตามลักษณะการทำงาน ดังนี้

 

ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 

เป็นประกันสังคมภาคบังคับสำหรับพนักงานประจำที่มีอายุ 15-60 ปี นายจ้างมีหน้าที่หักเงินสมทบจากค่าจ้างของลูกจ้าง 5% และนายจ้างสมทบเพิ่มอีก 5% นั่นหมายความว่า หากลูกจ้างโดนหักประกันสังคม 875 บาท ตามประกันสังคมเพดานใหม่ นายจ้างจะหักสมทบเพิ่มให้อีก 875 บาท

 

ผู้ที่จ่ายเงินสมทบผู้ประกันตนมาตรานี้ คือ “นายจ้าง” จะเป็นผู้จ่ายเงินสมทบของทั้งสองฝั่งให้ทุกเดือน

 

ผู้ประกันตนตามมาตรา 39 

เป็นผู้ประกันตนโดยสมัครใจ สำหรับผู้ที่เคยเป็นลูกจ้างมาตรา 33 มาก่อน โดยมีการส่งเงินสมทบไม่น้อยกว่า 12 เดือน และลาออกจากงานแต่ต้องการรักษาสิทธิประโยชน์ไว้ ยกเว้นกรณีว่างงาน ต้องสมัครภายใน 6 เดือนหลังออกจากงาน 

 

ผู้ที่จ่ายเงินสมทบผู้ประกันตนมาตรานี้ คือ “ตัวของผู้ประกันตนเอง” โดยต้องนำส่งเงินสมทบด้วยตัวเองในอัตรา 432 บาทต่อเดือน

 

ผู้ประกันตนตามมาตรา 40 

เป็นผู้ประกอบอาชีพอิสระหรือฟรีแลนซ์ สำหรับผู้ประกันตนผู้มีอายุ 15-60 ปี สามารถเลือกแผนการจ่ายได้ 3 ทางเลือก คือ 70, 100 หรือ 300 บาทต่อเดือน ตามระดับความคุ้มครองที่ต้องการ

 

ผู้ที่จ่ายเงินสมทบผู้ประกันตนมาตรานี้ คือ ตัวของผู้ประกันตนเอง โดยต้องนำส่งเงินสมทบด้วยตัวเองในอัตราทางเลือกที่กำหนดไว้


ขั้นตอนการส่งเงินสมทบประกันสังคมออนไลน์ 


เพื่อให้การใช้งานระบบออนไลน์เป็นไปอย่างถูกต้อง ท่านสามารถดำเนินการตามขั้นตอน ดังนี้

 

นายจ้างให้ผู้ประกันตน ม.33

 

  1. ลงทะเบียนเข้าใช้งานระบบประกันสังคม e-Service ที่เว็บไซต์ www.sso.go.th เพื่อลงทะเบียนเข้าใช้งานในนามสถานประกอบการ
  2. ล็อกอินเข้าสู่ระบบโดยใช้ ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านที่ได้ลงทะเบียนไว้
  3. เลือกเมนู ส่งข้อมูลเงินสมทบ โดยนายจ้างต้อง เตรียมข้อมูล สปส. 1-10 (ส่วนที่ 1 และส่วนที่ 2) ซึ่งเป็นข้อมูลการจ่ายค่าจ้างและเงินสมทบของลูกจ้าง โดยมีวิธีการกรอก 2 รูปแบบ คือ
    1. เลือกกรอกข้อมูลด้วยตนเอง โดยต้องกรอกข้อมูลผู้ประกันตนทั้งเลขบัตรประจำตัวประชาชน ชื่อ-นามสกุล ค่าจ้างที่จ่ายจริง และเงินสมทบผู้ประกันตน เลือกเดือนที่ต้องการนำส่ง จากนั้นกดยืนยันส่งข้อมูลได้เลย
    2. เลือกนำเข้าด้วยการแนบไฟล์นำส่งแบบอิเล็กทรอนิกส์ (1-04) โดยนำไฟล์ข้อมูลคำนวณประกันสังคมอัตโนมัติ ที่สามารถนำไปอัปโหลดได้ทันที โดยเลือกเดือนที่ต้องการนำส่ง จากนั้นกดยืนยันส่งข้อมูลได้เลย 
  4. เลือกชำระเงินผ่านระบบ e-Payment ของธนาคารพาร์ทเนอร์ หรือพิมพ์ใบแจ้งการชำระเงินเพื่อจ่ายผ่านช่องทางที่กำหนด ตรวจสอบกับประกันสังคมเพื่อความถูกต้องอีกครั้ง

ผู้ประกันตน ม.39 และ ม.40

  1. ชำระผ่านแอปพลิเคชั่น SSO Plus ของประกันสังคม โดยสามารถตรวจสอบยอดเงินที่ต้องชำระและทำรายการผ่านแอปพลิเคชั่นได้โดยตรง
  2. ชำระผ่านบัญชีเงินฝาก สามารถทำจ่ายผ่านบัญชีเงินฝากได้ โดยแนะนำให้ตั้งค่าหักบัญชีธนาคารอัตโนมัติเพื่อป้องกันการลืมจ่าย ซึ่งอาจส่งผลให้สิทธิประโยชน์ขาดช่วง
  3. ชำระผ่านช่องทางอื่น ๆ เช่น ชำระผ่าน Counter Service ของ 7-Eleven, ตู้บุญเติม หรือแอปพลิเคชัน ShopeePay ที่เชื่อมต่อกับระบบประกันสังคม รวมถึงช่องทาง แอปเป๋าตัง ด้วย

 

หากไม่ส่งเงินสมทบประกันสังคมมีโทษไหม

สำหรับบทลงโทษหากไม่ส่งเงินสมทบประกันสังคม ทั้งฝั่งนายจ้าง (ม.33) และฝั่งผู้ประกันตน (ม.39 และ ม.40) จะแตกต่างกัน ดังนี้

 

กรณีสำหรับนายจ้าง (ม.33)

  1. นายจ้างมีความผิดฐานไม่นำส่งเงินสมทบ จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  2. หากส่งเงินสมทบประกันสังคมล่าช้า ต้องจ่ายเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 2 ต่อเดือนของเงินสมทบที่ค้างชำระนับตั้งแต่วันที่ครบกำหนดจ่าย
  3. หากนายจ้างหักเงินสมทบจากลูกจ้างไว้แล้ว แต่ไม่นำส่ง จะมีความผิดฐานยักยอกทรัพย์ มีโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 3 ปี
  4. สำนักงานประกันสังคมมีอำนาจสั่งยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สินของนายจ้างเพื่อนำมาจ่ายเงินสมทบที่ค้างชำระได้

 

หากนายจ้างกระทำความผิดดังกล่าว ก็จะส่งผลเสียต่อลูกจ้าง คือ ลูกจ้างจะเสียสิทธิประโยชน์บางส่วนจากการคุ้มครองของประกันสังคม เช่น ค่ารักษาพยาบาล, เงินทดแทนการขาดรายได้, หรือเงินชดเชยกรณีว่างงาน หากนายจ้างไม่ได้ส่งเงินสมทบตามกำหนด

 

กรณีสำหรับผู้ประกันตน ม.39 และ ม.40

 

ในกรณีนี้จะไม่ได้มีความผิดเหมือนกับ ม.33 แต่การที่ผู้ประกันตนไม่ส่งเงินสมทบจะมีความเสี่ยงคือ การสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน โดยแยกตาม 2 มาตรา ดังนี้ 

 

  • ผู้ประกันตน ม.39 ถ้าหากขาดส่งเงินสมทบ 3 เดือนติดต่อกัน หรือส่งไม่ครบ 9 เดือนภายในระยะเวลา 12 เดือน จะมีผลกระทบทำให้สิ้นสุดความป็นผู้ประกันตน สิทธิการรักษาพยาบาลและบำนาญสิ้นสุดลงทันที

 

  • ผู้ประกันตน ม.40 จะถูกระงับสิทธิ์ชั่วคราวหากค้างชำระเงินสมทบ 2 เดือนติดต่อกัน และถ้าหากขาดส่งเงินสมทบติดต่อกันเกิน 12 เดือน จะสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน

 

ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกันตน ม.33 ม.39 และ ม.40 ต่างก็ต้องส่งเงินสมทบและชำระเงินตามวันที่กำหนด เพื่อความถูกต้องตามกฎหมาย และเป็นการรักษาสิทธิประโยชน์อันพึงได้รับอย่างครบถ้วน

 

การเปลี่ยนแปลงเพดานเงินสมทบใหม่ในปี 2569 ที่ปรับฐานสูงสุดเป็น 17,500 บาท (เงินสมทบสูงสุด 875 บาท) เป็นสัญญาณว่านายจ้างต้องใส่ใจเรื่องความถูกต้องของการทำเงินเดือนมากขึ้น ซึ่งการจ่ายประกันสังคมออนไลน์ ไม่ใช่เพียงเรื่องความสะดวก แต่เป็นเรื่องของความถูกต้องแม่นยำตามกฎหมาย และเป็นหลักประกันในเรื่องการเงินและสุขภาพสำหรับผู้ประกันตนอีกด้วย



เพื่อลดภาระและป้องกันความผิดพลาดจากการคำนวณ ให้ FlowAccount Payroll ซึ่งได้รับการอัปเดตระบบให้รองรับเพดานเงินสมทบประกันสังคมใหม่ปี 2569 โดยอัตโนมัติ ช่วยให้ท่านคำนวณเงินเดือน หักประกันสังคม และสามารถนำออกไฟล์ส่งเงินสมทบประกันสังคมได้อย่างครบถ้วนภายในไม่กี่คลิก ช่วยให้การจ่ายประกันสังคมออนไลน์ขององค์กรเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย



คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับ จ่ายเงินสมทบประกันสังคมออนไลน์


1. สามารถตรวจสอบสิทธิ์ประกันสังคมออนไลน์ได้ที่ช่องทางไหน?

ตอบ: สามารถตรวจสอบผ่านเว็บไซต์ www.sso.go.th หรือแอปพลิเคชั่น SSO Plus ของประกันสังคม เพื่อเช็กสิทธิ์การรักษาพยาบาล ยอดเงินสมทบประกันสังคมแต่ละเดือน และยอดเงินสมทบชราภาพสะสมได้


2. ส่งเงินสมทบประกันสังคม กี่เดือนถึงจะเริ่มใช้สิทธิ์ประกันสังคมได้?

ตอบ: ผู้ประกันตน หากจะเริ่มใช้สิทธิ์ประกันสังคมได้ ต้องส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 เดือน ภายใน 15 เดือน แต่กรณีอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยฉุกเฉินสามารถรักษาได้ทันที ส่วนกรณีคลอดบุตรใช้ได้หลังส่งครบ 5 เดือน และกรณีว่างงานใช้ได้หลังส่งครบ 6 เดือน เป็นต้น สามารถศึกษาสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมได้ที่ประกันสังคม


3. ลูกจ้างต่างชาติต้องยื่นเงินสมทบประกันสังคมไหม?

ตอบ: พนักงานต่างชาติที่ทำงานในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมายและมีใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ต้องยื่นเงินสมทบประกันสังคม ตาม พ.ร.บ. ประกันสังคม พ.ศ. 2533 โดยนายจ้างมีหน้าที่แจ้งขึ้นทะเบียน ต้องได้เลขที่บัตรประกันสังคม และนำส่งเงินสมทบภายใน 30 วันนับจากวันที่เริ่มทำงาน ซึ่งจะได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ เช่น การรักษาพยาบาล ชราภาพ และว่างงาน เทียบเท่ากับลูกจ้างแรงงานไทย


4. ลูกจ้างตำแหน่งไหนในบริษัทเอกชนที่นายจ้างไม่ต้องนำส่งเงินสมทบประกันสังคม?

ตอบ: นายจ้างในบริษัทเอกชนไม่ต้องนำส่งเงินสมทบประกันสังคม (ม.33) ให้กับกลุ่มบุคคลที่ไม่ถือว่าเป็นลูกจ้างตามกฎหมาย ได้แก่ กรรมการบริษัท, ผู้ถือหุ้น, หรือเจ้าของกิจการ ที่ไม่ได้มีสัญญาจ้างแรงงาน และไม่มีลักษณะเป็นลูกจ้าง เช่น ไม่มีหัวหน้างาน, ไม่ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบวินัย, ไม่ต้องตอกบัตร

 

นอกจากนี้ยังมีลูกจ้างที่อายุเกิน 60 ปี โดยกฎหมายยกเว้นไม่ต้องเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 และลูกจ้างที่ทำงานในลักษณะจ้างทำของ เช่น ฟรีแลนซ์ (Freelance), คอนซัลแทนท์ (Consultant) ที่มีสัญญาจ้างทำของเป็นชิ้นงาน ไม่ใช่จ้างแรงงาน ก็ไม่ต้องนำส่งประกันสังคมให้เช่นกัน

 

หมายเหตุ หากกรรมการหรือผู้ถือหุ้นมีสัญญาจ้างงานชัดเจน และอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของบริษัท ถือว่าเป็นลูกจ้างที่ต้องนำส่งเงินสมทบประกันสังคมด้วย


5. นายจ้างนำส่งเงินสมทบประกันสังคมให้ลูกจ้างหลังจากผ่านทดลองงานได้ไหม?

ตอบ: ไม่ได้ และห้ามทำโดยเด็ดขาด เนื่องจากตามกฎหมาย หากสถานประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไปนายจ้างมีหน้าที่ต้องแจ้งและขึ้นทะเบียนประกันสังคม ม.33 ให้ลูกจ้างภายใน 30 วันนับจากวันที่ลูกจ้างเริ่มงานวันแรกตามสัญญาจ้าง ไม่ว่าลูกจ้างคนนั้นจะเป็นลูกจ้างรายวัน รายเดือน หรือยังอยู่ในระยะเวลาทดลองงาน

 

ทั้งนี้ก็เพื่อให้ลูกจ้างได้เริ่มนับสิทธิ์คุ้มครองประกันสังคมตั้งแต่เดือนแรกที่สมทบ และได้รับสวัสดิการตามระยะเวลาการสมทบเงินประกันสังคม หากนายจ้างฝ่าฝืน ละเลยหน้าที่ ถือว่ากระทำผิดกฎหมายและอาจต้องได้รับโทษทางกฎหมาย 

 

หากคุณเป็นลูกจ้างตามเงื่อนไขที่นายจ้างต้องขึ้นทะเบียนและนำส่งเงินสมทบประกันสังคม แต่นายจ้างไม่กระทำให้ เพื่อเป็นการรักษาสิทธิ์ผู้ประกันตน ลูกจ้างสามารถรวบรวมหลักฐานและแจ้งทางสำนักงานประกันสังคมพื้นที่ที่สังกัดได้ หรือโทรสายด่วน 1506

 

About Author

รับวันใช้งานฟรี 30 วัน
เมื่อสมัครทดลองใช้ FlowAccount วันนี้
สมัครเลย