บริการที่ธุรกิจควรได้รับจากสำนักงานบัญชีมืออาชีพ
ในความเป็นจริงแล้ว สำนักงานบัญชีสามารถให้บริการเจ้าของธุรกิจได้หลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นทำบัญชี ยื่นภาษี จดทะเบียนธุรกิจ นอกเหนือจากงานบริการบัญชีทั่วไปแล้ว สำนักงานบัญชีที่ดีควรมี 3 สิ่งนี้รวมอยู่ในบริการของพวกเค้าเสมอ
1. ทำงานถูกต้อง
สิ่งสำคัญสิ่งแรกคงหนีไม่พ้นเรื่องของความถูกต้องในการทำงาน ตั้งแต่การบันทึกบัญชีให้ถูกต้องตามมาตรฐานการบัญชี ไปจนถึงการนำส่งภาษีประจำเดือนและประจำปีอย่างถูกต้อง
การที่สำนักงานบัญชีทำงานถูกต้องจะช่วยลดปัญหาที่จะตามมาในอนาคตหลายอย่าง เช่น
- ไม่ถูกเรียกตรวจสอบจากสรรพากร
- ไม่ถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง
- ไม่ต้องเสียเวลาแก้ไขงบการเงินย้อนหลัง
ทั้งหมดนี้จะช่วยให้เจ้าของธุรกิจไม่ต้องย้อนกลับมากังวลว่า “เราจะโดนอะไรไหม” ในอนาคตค่ะ และสิ่งที่การันตีว่างานบัญชีนั้นจะถูกต้องหรือไม่ อาจเช็คยากถ้าเจ้าของธุรกิจไม่มีความรู้ แต่พอจะสกรีนได้ในขั้นพื้นฐาน จากประวัติการศึกษา ใบประกอบวิชาชีพ หรือประสบการณ์ทำงานของนักบัญชีค่ะ
2. ส่งงานตรงเวลา
งานบัญชีและการยื่นภาษีนั้นเกี่ยวข้องโดยตรงกับหน่วยงานภาครัฐ และแน่นอนว่าบริษัทจะต้องส่งงบการเงิน และภาษีให้ทันตามเวลาที่กฎหมายกำหนด ถ้าหากนักบัญชีส่งงานช้า ยื่นภาษีช้า ผลลัพธ์ที่ตามมาก็คือ “ค่าปรับ” ที่คงไม่มีใครเต็มใจจะจ่าย
นอกเสียจากงานที่ต้องส่งให้กับบุคคลภายนอก ภายในกิจการเอง เจ้าของธุรกิจก็อยากจะเห็นผลประกอบการว่ามีกำไรหรือขาดทุน มีลูกหนี้คงค้างเยอะไหม หรือว่าวันนี้ค้างหนี้ใครอยู่บ้าง ซึ่งการทราบสถานการณ์ดำเนินแบบนี้จะช่วยให้รู้ทันสุขภาพของธุรกิจตัวเอง และวางแผนสำหรับธุรกิจต่อไปในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น
ข้อผิดพลาดที่เจ้าของกิจการมักทำเมื่อเลือกสำนักงานบัญชี
หลายคนมักคิดว่าหา สำนักงานบัญชีเป็นเรื่องง่าย ๆ แค่ส่งเอกสารแล้วคงจบงานได้เลย แต่ความจริงแล้ว การเลือกสำนักงานบัญชีที่ผิดพลาดอาจส่งผลเสียต่อธุรกิจได้มาก ทั้งด้านภาษี การเงิน และความต่อเนื่องของงาน มาดูกันว่า ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยมีอะไรบ้าง
1. เลือกตามราคาถูกที่สุดโดยไม่ดูคุณภาพ
หลายคนมักมองแค่ค่าบริการถูก ๆ แต่ละเลยความเชี่ยวชาญ ความน่าเชื่อถือ หรือประสบการณ์ของสำนักงานบัญชี ผลลัพธ์คือบัญชีอาจผิดพลาด งบการเงินไม่ตรงตามมาตรฐาน และเสี่ยงถูกตรวจสอบย้อนหลัง
2. ไม่เช็กประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของสำนักงานบัญชี
แต่ละธุรกิจมีโครงสร้างรายได้ ต้นทุน และภาษีที่แตกต่างกัน การเลือกสำนักงานบัญชีที่ไม่เคยดูแลธุรกิจลักษณะเดียวกัน อาจทำให้เกิดข้อผิดพลาดหรือคำแนะนำที่ไม่เหมาะสม
3. มองข้ามการสื่อสารและบริการหลังการขาย
เจ้าของกิจการควรเลือกสำนักงานบัญชีที่ สื่อสารง่าย ตอบคำถามชัดเจน และสามารถให้คำแนะนำเชิงปฏิบัติได้ หากเลือกคนหรือสำนักงานที่ไม่ให้คำตอบตรงจุด หรือไม่ติดตามงานให้ เจ้าของธุรกิจจะเสียเวลาและเสียความมั่นใจ
4. ไม่ตรวจสอบความถูกต้องตามกฎหมายและใบอนุญาต
เจ้าของธุรกิจควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าสำนักงานบัญชีที่เลือก ดังนี้
- จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย มีเลขทะเบียนนิติบุคคลหรือทะเบียนพาณิชย์
- ขึ้นทะเบียนผู้ทำบัญชีหรือสำนักงานบัญชีกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- ดำเนินงานตามมาตรฐานวิชาชีพบัญชี เช่น มีระบบบัญชีที่เป็นมาตรฐาน ป้องกันข้อผิดพลาดและปัญหาภาษี
- มีความสามารถตามขอบเขตงาน ไม่ทำงานที่เกินขอบเขตหรือผิดกฎหมาย
5. ไม่ชัดเจนเรื่องขอบเขตงานและค่าบริการ
ขอบเขตงานและค่าบริการที่ไม่ชัดเจนอาจทำให้เกิดค่าใช้จ่ายแอบแฝง หรือมีงานที่ไม่ได้รวมอยู่ในสัญญา เจ้าของกิจการควรขอรายการบริการและค่าใช้จ่ายล่วงหน้า เพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต
หลายข้อผิดพลาดที่เจ้าของธุรกิจมักเจอเกิดจากการเลือกสำนักงานบัญชีแบบไม่ได้ตรวจสอบหรือไม่มีข้อมูลประกอบเพียงพอ ซึ่งบางครั้งก็ไม่ใช่เพราะไม่ระวัง แต่เพราะ ไม่รู้จะเริ่มหาจากที่ไหน หรือไม่แน่ใจว่าสำนักงานบัญชีแต่ละที่เหมาะกับธุรกิจเราไหม
สำหรับผู้ประกอบการที่อยากลดความเสี่ยงและมั่นใจว่าได้คนที่มีความเชี่ยวชาญจริง ๆ FlowAccount มีบริการ ค้นหาสำนักงานบัญชี (Accounting Firm Matching Services) ที่จะช่วยจับคู่เจ้าของกิจการ กับ สำนักงานบัญชีคุณภาพ ที่มีประสบการณ์ตรงกับธุรกิจแต่ละประเภท ทำให้มั่นใจได้ว่าเอกสารและภาษีจะถูกจัดการอย่างมืออาชีพ ลดความเสี่ยงข้อผิดพลาด ทำให้เจ้าของธุรกิจสามารถโฟกัสกับการขยายธุรกิจได้อย่างเต็มที่
ทำ Requirement นักบัญชีที่ต้องการ เพื่อให้ได้สำนักงานบัญชีที่ตรงใจ
ก่อนจะเลือก นักบัญชีอิสระ หรือ สำนักงานบัญชี ผู้ประกอบการควรเตรียม Requirement ของงานบัญชี ให้ชัดเจน เพราะจะช่วยให้ผู้ให้บริการประเมินตัวเองว่าถนัดหรือเหมาะกับงานหรือไม่ และช่วยลดความเสี่ยงงานผิดพลาดหรือไม่ตรงความคาดหวัง ดังนี้
- ประเภทงานบัญชีที่ต้องการ: ผู้ประกอบการควรกำหนดชัดเจนว่าต้องการให้นักบัญชีทำงานประเภทไหน เช่น บันทึกบัญชีรายวัน จัดทำงบการเงิน หรือให้คำปรึกษาทางการเงิน เพื่อให้ผู้ให้บริการประเมินความสามารถได้ตรงจุด
- ขอบเขตงานและจำนวนเอกสาร: ควรกำหนดจำนวนเอกสารต่อเดือนหรือปี และลักษณะธุรกรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น ขายปลีก, e-commerce หรือธุรกิจนำเข้า-ส่งออก เพื่อให้สำนักงานบัญชีวางแผนการทำงานได้เหมาะสม
- ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน: ผู้ประกอบการควรพิจารณาว่าสำนักงานบัญชีมีประสบการณ์กับธุรกิจประเภทเดียวกันหรือไม่ รวมถึงความรู้ด้านภาษีและกฎหมายล่าสุด เพื่อให้คำแนะนำถูกต้องและลดความเสี่ยง
- การส่งมอบงานและความถี่: ต้องกำหนดระยะเวลาส่งรายงานหรืองบการเงินที่ต้องการ รวมถึงรูปแบบรายงานและความถี่ในการประชุมหรือปรึกษากับเจ้าของธุรกิจ เพื่อให้การทำงานเป็นไปตามความต้องการ
- การสื่อสารและการให้คำปรึกษา: ควรพิจารณาว่าสำนักงานบัญชีสามารถสื่อสารง่าย ตอบคำถามชัดเจน และให้คำปรึกษาเชิงปฏิบัติได้ ไม่ใช่เพียงส่งเอกสาร และติดตามงานหลังส่งงานได้อย่างต่อเนื่อง
- งบประมาณและรูปแบบค่าบริการ: กำหนดงบประมาณและรูปแบบค่าบริการให้ชัดเจนว่าจะเป็นรายเดือน รายชั่วโมง หรือรายโปรเจกต์ พร้อมระบุขอบเขตงานที่รวมและไม่รวม เพื่อหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายเกินจำเป็น
ราคาที่เหมาะสมในการจ้างสำนักงานบัญชีคือกี่บาท?
เจ้าของธุรกิจย่อมต้องมองหาสำนักงานบัญชีที่ตอบโจทย์ความต้องการและราคาคุ้มค่าให้กับธุรกิจเสมอ แต่ก็เป็นไปได้ยากที่สำนักงานบัญชีคุณภาพดีจะเรียกเก็บค่าบริการราคาถูก ดังนั้น เจ้าของธุรกิจอาจจะต้องมีจำนวนเงินเป็นงบประมาณในใจไว้ และลองเปรียบเทียบหลาย ๆ สำนักงานบัญชีดูว่าพวกเค้ามีข้อดีและข้อเสียอย่างไร ก่อนที่จะเลือกใช้สำนักงานบัญชีนั้น ๆ
สุดท้ายแล้ว การจ้างงานสำนักงานบัญชีอาจไม่ใช่แค่หน้าที่ที่เจ้าของธุรกิจทุกคนต้องทำ แต่สำนักงานบัญชีเปรียบเสมือนทีมงานหลังบ้านที่ช่วยให้ธุรกิจเดินหน้าไปอย่างมั่นคงและยั่งยืน ดังนั้น เจ้าของธุรกิจก็ควรจะพิถีพิถันคัดสรรสำนักงานบัญชีที่เหมาะสมกับเรา นอกเหนือเสียจากการเปรียบเทียบราคา และที่สำคัญอย่าลืมว่าทั้งนักบัญชีและเจ้าของธุรกิจเองก็ต่างมีหน้าที่ที่ต้องทำด้วยกันทั้งนั้น ฉะนั้น งานบัญชีที่ดีจึงมาจาก 2 สิ่งนี้ “นักบัญชีที่เก่ง” และ “เจ้าของธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับข้อมูล”
คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับ วิธีเลือกสำนักงานบัญชี
1. สำนักงานบัญชี คืออะไร?
ตอบ: สำนักงานบัญชีคือผู้ให้บริการด้านบัญชีและภาษี เช่น การบันทึกบัญชี จัดทำงบการเงิน และยื่นภาษี ให้เจ้าของธุรกิจดำเนินธุรกิจได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
2. เจ้าของธุรกิจต้องเตรียมอะไรให้สำนักงานบัญชีบ้าง?
ตอบ: เจ้าของธุรกิจควรเตรียม เอกสารรายรับ–รายจ่าย, รายการเคลื่อนไหวบัญชีธนาคาร, เอกสารภาษี, รายการสินทรัพย์–หนี้สิน, สัญญาและเอกสารสำคัญอื่น ๆ ให้ครบและเป็นระเบียบ เพื่อให้สำนักงานบัญชีทำงานได้รวดเร็ว ถูกต้อง และช่วยให้การวางแผนธุรกิจชัดเจนขึ้น
3. ค่าบริการสำนักงานบัญชีควรเป็นเท่าไร?
ตอบ: ค่าบริการขึ้นอยู่กับขนาดธุรกิจ ปริมาณเอกสาร และบริการที่ขอ โดยทั่วไปอาจเริ่มตั้งแต่หลักพันถึงหมื่นบาทต่อเดือน แต่ควรเลือกที่ โปร่งใสและชัดเจน
4. ควรเลือกนักบัญชีอิสระหรือสำนักงานบัญชี?
ตอบ: นักบัญชีอิสระเหมาะกับธุรกิจขนาดเล็ก เอกสารไม่เยอะ ส่วนสำนักงานบัญชีเหมาะกับธุรกิจที่เริ่มโต มีความซับซ้อน และต้องการทีมรองรับงาน
5. อยากเปลี่ยนสำนักงานบัญชีต้องทำอย่างไร?
ตอบ:
- ขอเอกสารและงานค้างจากที่เดิม
- ตั้งขอบเขตงานให้ชัดเจนกับที่ใหม่
- แจ้งให้สำนักงานบัญชีใหม่ แจ้งสภาวิชาชีพบัญชี เพื่อขึ้นชื่อเป็นผู่ทำบัญชีให้บริษัทเรา
6. จะรู้ได้อย่างไรว่าสำนักงานบัญชีเชื่อถือได้?
ตอบ: ดูใบอนุญาตและขึ้นทะเบียน ประสบการณ์จริง รีวิวจากลูกค้าก่อนหน้า และความชัดเจนเรื่องค่าใช้จ่ายและขอบเขตงาน
7. FlowAccount ช่วยเรื่องค้นหาสำนักงานบัญชีได้ไหม?
ตอบ: FlowAccount มีบริการ ค้นหาสำนักงานบัญชีและนักบัญชีคุณภาพ ที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ ช่วยลดเวลาและความเสี่ยงในการเลือกผู้ให้บริการ เพื่อให้เจ้าของธุรกิจไม่ต้องกังวลกับเรื่องบัญชี สามารถไปโฟกัสกับธุรกิจได้เต็มที่

