ค่า GP คืออะไร? เข้าใจวิธีคำนวณค่า GP สำหรับเจ้าของร้านอาหาร

ค่า GP คือ

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การขายอาหารผ่านแอปเดลิเวอรีกลายเป็นหนึ่งในช่องทางหลักของธุรกิจร้านอาหาร ไม่ว่าจะเป็นร้านเล็ก ร้านสตรีทฟู้ด คาเฟ่ หรือร้านเชนขนาดใหญ่ ต่างก็หันมาใช้แพลตฟอร์ม Food Delivery เพื่อเพิ่มยอดขายและเข้าถึงลูกค้าได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกัน ธุรกิจร้านค้าออนไลน์และผู้ขายบน Marketplace ต่าง ๆ ก็ต้องเผชิญกับต้นทุนสำคัญอย่าง “ค่า GP” เช่นกัน

หลายคนอาจเคยสงสัยว่า ทำไมขายดีแต่กำไรกลับน้อย หรือทำไมยอดขายเยอะขึ้นแต่เงินที่ได้รับจริงกลับไม่มากอย่างที่คิด ซึ่งหนึ่งในสาเหตุสำคัญก็คือ “ค่า GP” นั่นเอง บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า ค่า GP คืออะไร? คิดอย่างไร? แล้วแตกต่างจาก VAT หรือไม่ และธุรกิจควรบริหารค่า GP อย่างไรให้ยังมีกำไร

 

เลือกอ่านได้เลย!

ค่า GP คืออะไร?

 

สำหรับเจ้าของร้านอาหารเดลิเวอรีแล้ว ค่า GP ถือเป็นต้นทุนหลักที่ต้องรู้ก่อนเริ่มขายบนแพลตฟอร์มเลย เพราะค่า GP เกี่ยวข้องโดยตรงกับรายได้ที่ร้านจะได้รับจริงในแต่ละออร์เดอร์ โดย ค่า GP ย่อมาจากคำว่า Gross Profit หรือ Gross Profit Margin ในทางบัญชีหมายถึง “กำไรขั้นต้น” ซึ่งคำนวณจากรายได้หักต้นทุนขาย แต่  ค่า GP ในโลกร้านอาหารเดลิเวอรี มักหมายถึง “ส่วนแบ่งรายได้” หรือ “ค่าคอมมิชชัน” ที่แพลตฟอร์มหักจากยอดขายของร้านค้า

 

พูดให้เข้าใจง่ายคือ เมื่อร้านขายอาหารผ่านแอปเดลิเวอรี แพลตฟอร์มจะช่วยเรื่องหน้าร้านออนไลน์ การตลาด ระบบชำระเงิน และการจัดส่ง ดังนั้นจึงมีการเรียกเก็บค่าบริการในรูปแบบ GP

 

ตัวอย่างเช่น

  • ร้านขายส้มตำ ราคา 200 บาท
  • แพลตฟอร์มหัก GP 30%

แปลว่าแพลตฟอร์มจะหัก 60 บาท และร้านจะได้รับเงิน 140 บาท ก่อนหักต้นทุนอื่น ๆ เช่น วัตถุดิบ ค่าแรง หรือค่าบรรจุภัณฑ์

 

Tips: จริง ๆ แล้ว “ค่า GP” ไม่ได้ใช้เฉพาะกับธุรกิจร้านอาหารเดลิเวอรีเท่านั้น แต่ยังพบได้ในธุรกิจ Marketplace และแพลตฟอร์มออนไลน์อื่น ๆ ด้วย เช่น ร้านค้าออนไลน์ที่ขายสินค้าผ่าน E-commerce, ร้านเครื่องสำอางในห้างสรรพสินค้า หรือร้านฝากขายสินค้า (Consignment) ซึ่งแพลตฟอร์มหรือเจ้าของพื้นที่มักมีการเก็บส่วนแบ่งรายได้ในลักษณะเดียวกัน เพียงแต่อัตรา GP และวิธีคิดอาจแตกต่างกันไปตามประเภทธุรกิจและเงื่อนไขของแต่ละแพลตฟอร์ม

 

ทำไมเจ้าของร้านอาหารเดลิเวอรีต้องเข้าใจค่า GP

 

เจ้าของร้านหลายคนเข้าใจผิดว่า “ขายเยอะ = กำไรเยอะ” แต่ในความเป็นจริงแล้ว หากไม่ได้คำนวณ ค่า GP ให้ดี ยอดขายที่เพิ่มขึ้นอาจหมายถึงต้นทุนที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วยนั่นเอง

ค่า GP มีผลต่อร้านอาหารหลายเรื่อง เช่น

  • กำไรต่อเมนู
  • การตั้งราคาขาย
  • โปรโมชั่นที่ร้านสามารถทำได้
  • กระแสเงินสดของธุรกิจ
  • ความคุ้มค่าในการเข้าร่วมแพลตฟอร์ม

ทำให้ร้านที่เข้าใจ GP จะสามารถวางแผนราคาอาหารได้แม่นยำกว่า และลดโอกาส “ขายดีแต่ขาดทุน” ได้มาก

 

ค่า GP ในธุรกิจร้านอาหารเดลิเวอรีทำงานอย่างไร?

 

แม้หลายคนจะคุ้นกับคำว่า GP แต่จริง ๆ แล้วระบบการคิด GP ของแพลตฟอร์มมีรายละเอียดที่เจ้าของร้านควรรู้ เพราะบางครั้งไม่ได้หักเฉพาะเปอร์เซ็นต์พื้นฐานเท่านั้น!

 

ค่า GP จะถูกหักจากอะไรบ้าง?

 

โดยทั่วไป GP จะถูกคิดจาก “ราคาขายอาหาร” ที่ลูกค้าสั่งผ่านแพลตฟอร์ม

ตัวอย่างเช่น

  • ราคาอาหาร 150 บาท
  • GP 30%

 

แพลตฟอร์มหัก:
150 × 30% = 45 บาท

 

ร้านจะเหลือ:
150 - 45 = 105 บาท

 

อย่างไรก็ตาม บางแพลตฟอร์มอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น

  • ค่าโปรโมชันร่วม
  • ค่าการตลาด
  • ค่าโฆษณาในแอป
  • VAT ของค่าบริการ
  • ค่าธรรมเนียมธุรกรรม

 

ดังนั้นร้านควรอ่านรายละเอียดสัญญาให้ครบก่อนเข้าร่วมทุกครั้ง

 

ค่า GP ของแต่ละแพลตฟอร์มเท่ากันไหม?

 

คำตอบคือ “ไม่เท่ากัน” เสมอไป เพราะ แต่ละแพลตฟอร์มมีโครงสร้าง GP ต่างกัน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น

  • ประเภทแพ็กเกจ
  • พื้นที่ให้บริการ
  • ขนาดร้าน
  • ยอดขายของร้าน
  • การเข้าร่วมแคมเปญ
  • การใช้บริการ Rider ของแพลตฟอร์ม

บางร้านอาจได้ GP 20% แต่บางร้านอาจถูกคิด 35% ขึ้นไป โดยเฉพาะร้านที่เข้าร่วมโปรโมชันหนัก ๆ

 

ทำไมแพลตฟอร์มต้องเก็บ ค่า GP

 

หลายคนมองว่า GP เป็นต้นทุนที่สูง แต่จริง ๆ แล้ว GP คือค่าบริการที่แพลตฟอร์มใช้ดูแลระบบต่าง ๆ เช่น

  • ระบบสั่งอาหารออนไลน์
  • ระบบชำระเงิน
  • การตลาดในแอป
  • ระบบจัดส่ง
  • Customer Support
  • โปรโมชันดึงลูกค้า

สำหรับร้านใหม่ การเข้าร่วมแพลตฟอร์มช่วยให้เข้าถึงลูกค้าได้เร็วโดยไม่ต้องลงทุนสร้างระบบเอง

 

วิธีคำนวณค่า GP แบบเข้าใจง่าย

 

การคำนวณค่า GP สำหรับเจ้าของร้านอาหารถือเป็นหัวใจสำคัญ เพราะถ้าคำนวณผิด อาจทำให้ตั้งราคาขายต่ำเกินไปจนกำไรหายทั้งหมด

 

สูตรคำนวณค่า GP

 

สูตรคำนวณค่า GP

 

สูตรคำนวณค่า GP พื้นฐาน คือ

ค่า GP = ราคาขาย × % GP

 

ตัวอย่าง

  • ราคาขาย 250 บาท
  • GP 30%

 

คำนวณได้ ดังนี้:
250 × 30% = 75 บาท

 

ร้านจะได้รับ:
250 - 75 = 175 บาท

 

ตัวอย่างการคำนวณกำไรจริงของร้านอาหาร

 

ตัวอย่างการคำนวณกำไรจริงของร้านอาหาร

 

ตัวอย่าง คำนวณกำไรจริงของร้านอาหารแบบละเอียด

เมนู: ข้าวผัดกุ้งไข่ดาว

ราคาขายบนแอป: 120 บาท

 

ต้นทุนต่าง ๆ

  • วัตถุดิบ 40 บาท
  • กล่อง/ช้อน 8 บาท
  • ค่าแรงเฉลี่ย 15 บาท
  • GP 30%

 

คำนวณ GP:
120 × 30% = 36 บาท

 

รายได้คงเหลือ:
120 - 36 = 84 บาท

 

หักต้นทุน:
84 - 40 - 8 - 15 = 21 บาท

เท่ากับว่าเมนูนี้ร้านกำไรจริงประมาณ 21 บาท นี่คือเหตุผลว่าทำไมร้านอาหารต้องคิดต้นทุนอย่างละเอียด ไม่ใช่มองแค่ยอดขายเท่านั้น

 

วิธีตั้งราคาขายอาหารอย่างไรให้คุ้มค่า GP

 

ร้านเดลิเวอรีจำนวนมากนิยม “แยกราคา” ระหว่างหน้าร้านกับในแอป เพราะต้นทุนไม่เท่ากัน

ตัวอย่าง

  • หน้าร้านขาย 80 บาท
  • เดลิเวอรีขาย 99 บาท

เหตุผลเพราะเดลิเวอรีมีต้นทุนเพิ่ม เช่น

  • GP
  • ค่ากล่อง
  • ค่าโปรโมชัน
  • ค่า Ads

หากขายราคาเดียวกันทุกช่องทาง ร้านอาจเหลือกำไรน้อยเกินไป

 

ค่า GP กับ VAT ต่างกันอย่างไร?

 

หลายร้านมักสับสนระหว่าง GP และ VAT เพราะทั้งสองอย่างถูกหักจากรายได้เหมือนกัน แต่จริง ๆ แล้วเป็นคนละเรื่องกัน

 

GP คือ ค่าบริการของแพลตฟอร์ม

GP คือ ค่าคอมมิชชันหรือค่าบริการที่แพลตฟอร์มเรียกเก็บจากร้านค้า ถือเป็น “ค่าใช้จ่ายทางธุรกิจ” ที่ร้านต้องจ่ายเพื่อใช้ระบบของแพลตฟอร์ม

 

VAT คือ ภาษีมูลค่าเพิ่ม

VAT คือ ภาษีมูลค่าเพิ่มที่เรียกเก็บตามกฎหมาย โดยปัจจุบันอยู่ที่ 7% อย่างไรก็ตาม ในกรณีของร้านอาหารเดลิเวอรี ส่วนที่ควรทำความเข้าใจคือ VAT ที่พูดถึงในหัวข้อนี้ ไม่ใช่ VAT จากการขายอาหารให้ลูกค้า แต่เป็น VAT ที่เกิดจากค่าบริการของแพลตฟอร์ม เช่น ค่า GP หรือค่าคอมมิชชันที่แพลตฟอร์มเรียกเก็บจากร้านค้า

 

ตัวอย่างเช่น แพลตฟอร์มอาจคิดค่าบริการในลักษณะดังนี้

  • GP 30%
    • VAT 7% ของค่าบริการ GP

 

ตัวอย่างการคำนวณ:

 

ยอดขายอาหาร 100 บาท
ค่า GP = 30 บาท

 

VAT ของค่าบริการ GP:
30 × 7% = 2.10 บาท

 

รวมยอดที่แพลตฟอร์มหัก:
32.10 บาท

 

ดังนั้นเจ้าของร้านควรตรวจสอบรายละเอียดในใบแจ้งยอดหรือใบกำกับภาษีให้ชัดเจนว่า GP ที่ถูกเรียกเก็บ “รวม VAT แล้วหรือยัง” เพื่อคำนวณต้นทุนได้แม่นยำมากขึ้น

 

Tips: สำหรับร้านอาหารที่จด VAT แล้ว VAT ที่เกิดจากค่าบริการ GP ของแพลตฟอร์มถือเป็น VAT ซื้อ (Input VAT) ซึ่งสามารถนำไปใช้เครดิตภาษีได้ หากมีเอกสารภาษีครบถ้วน จึงควรเก็บใบกำกับภาษีและเอกสารจากแพลตฟอร์มไว้ทุกเดือนเพื่อใช้ในการทำบัญชีและยื่นภาษีอย่างถูกต้อง

 

ร้านอาหารสามารถนำ GP ไปเป็นค่าใช้จ่ายได้ไหม?

 

สามารถทำได้ เพราะ ค่า GP ถือเป็นค่าใช้จ่ายของกิจการ สามารถนำไปบันทึกบัญชีเพื่อลดกำไรทางภาษีได้ หากมีเอกสารหรือใบกำกับภาษีถูกต้อง

ร้านที่จด VAT ควรเก็บเอกสารจากแพลตฟอร์มไว้ทุกเดือน เพื่อใช้ทำบัญชีและยื่นภาษี

 

ปัญหาที่ร้านอาหารมักเจอเกี่ยวกับค่า GP

 

แม้เดลิเวอรีจะช่วยเพิ่มยอดขาย แต่หลายร้านกลับเจอปัญหากำไรลดลง เพราะบริหาร GP ไม่ถูกวิธี

 

1. ขายดีแต่กำไรน้อย

ปัญหานี้เกิดบ่อยมาก โดยเฉพาะร้านที่ตั้งราคาตามหน้าร้านโดยไม่บวกต้นทุนเดลิเวอรีเพิ่ม

ยิ่งขายเยอะ ยิ่งโดน GP เยอะ สุดท้ายเงินเข้าเยอะแต่กำไรจริงน้อย

 

2. เข้าร่วมโปรโมชันมากเกินไป

บางแคมเปญของแพลตฟอร์มอาจให้ร้าน “ร่วมออกส่วนลด”

ตัวอย่าง

  • ลูกค้าลด 50 บาท
  • ร้านร่วมจ่าย 25 บาท
  • แพลตฟอร์มช่วย 25 บาท

หากร้านไม่คำนวณต้นทุนก่อน อาจกลายเป็นขายขาดทุนโดยไม่รู้ตัว

 

3. ไม่แยกต้นทุนเดลิเวอรี

ร้านอาหารจำนวนมากรวมต้นทุนทุกอย่างไว้ก้อนเดียว ทำให้ไม่รู้ว่าเมนูไหนกำไรจริงหรือขาดทุน

ทางที่ดีควรแยกต้นทุน เช่น

  • Food Cost
  • Packaging
  • GP
  • Ads
  • Promo
  • ค่าแรง

เพื่อวิเคราะห์กำไรต่อเมนูได้ชัดเจน

 

วิธีบริหารร้านอาหารเดลิเวอรีให้ยังมีกำไรแม้มีค่า GP

 

ถึงค่า GP จะเป็นต้นทุนสำคัญ แต่ไม่ได้หมายความว่าร้านจะทำกำไรไม่ได้ หากบริหารถูกวิธี ร้านยังสามารถเติบโตได้ดีบนแพลตฟอร์ม

 

1. ปรับราคาอาหารให้เหมาะกับเดลิเวอรี

ร้านจำนวนมากใช้วิธีตั้งราคาบนแอปสูงกว่าหน้าร้านประมาณ 10–30%

เพราะเดลิเวอรีมีต้นทุนเพิ่มเติม เช่น

  • GP
  • กล่องอาหาร
  • ค่าโปรโมชั่น
  • ค่าโฆษณา

การตั้งราคาใหม่ช่วยให้ร้านรักษากำไรต่อจานได้ดีขึ้น

 

2. เพิ่มยอดขายต่อบิล

แทนที่จะพยายามเพิ่มจำนวนลูกค้าอย่างเดียว ร้านสามารถเพิ่ม “มูลค่าต่อออร์เดอร์” ได้ เช่น

  • ทำชุดเซต
  • เพิ่มท็อปปิ้ง
  • ขายเครื่องดื่มคู่
  • เพิ่มเมนูของทานเล่น

วิธีนี้ช่วยเฉลี่ยต้นทุน GP ต่อบิลให้คุ้มขึ้น

 

3. เลือกเมนูที่กำไรดีมาดันขาย

บางเมนูอาจขายดีแต่กำไรน้อย ในขณะที่บางเมนูกำไรสูงกว่า

ร้านควรวิเคราะห์ว่าเมนูไหน

  • Food Cost ต่ำ
  • ทำง่าย
  • ขายซ้ำได้
  • ลูกค้าชอบ

แล้วใช้เมนูเหล่านี้เป็นตัวดันยอดขาย

 

4. สร้างฐานลูกค้านอกแพลตฟอร์ม

แม้แพลตฟอร์มช่วยเพิ่มลูกค้าใหม่ได้ดี แต่ระยะยาวร้านควรมีช่องทางของตัวเองด้วย เช่น

  • LINE OA
  • Facebook Page
  • เว็บไซต์ร้าน
  • ระบบสั่งตรง

เพื่อลดการพึ่งพาแพลตฟอร์มและลดต้นทุน GP ในอนาคต

 

ร้านอาหารควรเข้าร่วมเดลิเวอรีไหม หากมีค่า GP สูง?

 

คำตอบขึ้นอยู่กับ “โมเดลธุรกิจ” ของแต่ละร้าน สำหรับบางร้าน "เดลิเวอรี" อาจช่วยเพิ่มยอดขายมหาศาล แม้ต้องเสีย GP แต่ยังคุ้มค่า เพราะได้ลูกค้าใหม่และสร้างแบรนด์แต่สำหรับบางร้าน โดยเฉพาะร้านที่ Margin ต่ำมาก อาจต้องคำนวณอย่างละเอียดก่อนเข้าร่วม สิ่งสำคัญคืออย่าดูแค่ยอดขาย แต่ต้องดู ดังนี้

  • กำไรสุทธิ
  • ต้นทุนรวม
  • จำนวนลูกค้าซ้ำ
  • ความสามารถในการทำกำไรระยะยาว

 

วิธีจัดการค่า GP ให้เป็นระบบด้วยโปรแกรมบัญชี

 

สำหรับร้านอาหารเดลิเวอรีที่ขายผ่านหลายแพลตฟอร์ม การจัดการรายได้ ต้นทุน และค่า GP อาจกลายเป็นเรื่องซับซ้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะเมื่อร้านเริ่มมีออร์เดอร์จำนวนมาก การใช้ระบบบัญชีออนไลน์อย่าง FlowAccount

จะช่วยให้เจ้าของร้านติดตามยอดขายจากแต่ละช่องทางได้ง่ายขึ้น พร้อมแยกบันทึกค่าใช้จ่ายสำคัญ เช่น ค่า GP ค่าโฆษณา ค่ากล่องอาหาร และค่าวัตถุดิบได้อย่างเป็นระบบ ทำให้เห็นกำไรสุทธิจริงของร้านชัดเจนกว่าเดิม อีกทั้งยังช่วยจัดการเอกสารทางบัญชี ภาษี และรายงานต่าง ๆ ได้สะดวก ลดปัญหาเอกสารตกหล่น และเหมาะกับร้านที่ต้องการขยายธุรกิจหรือมีหลายสาขา เพราะช่วยให้วิเคราะห์ได้ว่าเมนูไหนกำไรดี ช่องทางไหนสร้างยอดขายคุ้มที่สุด และธุรกิจยังมีกำไรจริงเท่าไรในแต่ละเดือน

ค่า GP คือค่าคอมมิชชันหรือส่วนแบ่งรายได้ที่แพลตฟอร์มเดลิเวอรีเรียกเก็บจากร้านอาหาร ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญที่ส่งผลต่อกำไรของธุรกิจโดยตรง แม้ GP จะทำให้ต้นทุนสูงขึ้น แต่หากร้านเข้าใจวิธีคำนวณ ตั้งราคาขายเหมาะสม และบริหารต้นทุนอย่างเป็นระบบ ก็ยังสามารถสร้างกำไรและเติบโตบนแพลตฟอร์มเดลิเวอรีได้อย่างยั่งยืน

 

สิ่งสำคัญที่สุดคือ “อย่าดูแค่ยอดขาย” แต่ต้องดูว่าหลังหัก GP และค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว ร้านเหลือกำไรจริงเท่าไร เพราะนั่นคือหัวใจของการทำธุรกิจร้านอาหารให้ไปต่อได้ในระยะยาว

 

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับ ค่า GP

 

1. ค่า GP ร้านอาหารเดลีเวอรีปกติอยู่ที่กี่เปอร์เซ็นต์?

ตอบ: โดยทั่วไป GP ของแพลตฟอร์มเดลิเวอรีมักอยู่ประมาณ 20–35% ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละแพลตฟอร์มและแพ็กเกจที่ร้านเลือก บางร้านอาจได้เรตต่ำหากมียอดขายสูงหรือเข้าร่วมในฐานะพาร์ตเนอร์ระยะยาว

 

2. ค่า GP สามารถต่อรองได้ไหม?

ตอบ: ในบางกรณีสามารถต่อรองได้ โดยเฉพาะร้านที่มียอดขายสูง มีหลายสาขา หรือมีฐานลูกค้าชัดเจน ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละแพลตฟอร์มด้วย

 

3. ร้านอาหารเล็กควรขายเดลิเวอรีไหม?

ตอบ: ควรขายเดลิเวอรี หากคำนวณต้นทุนอย่างเหมาะสมแล้ว เพราะขายเดลิเวอรีจะช่วยให้ร้านเล็กเข้าถึงลูกค้าได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องลงทุนหน้าร้านขนาดใหญ่ แต่ต้องวางแผนราคาและต้นทุนให้รอบคอบ

 

4. ค่า GP บันทึกบัญชีอย่างไร?

ตอบ: ค่า GP ถือเป็นค่าใช้จ่ายของกิจการ สามารถบันทึกในหมวดค่าบริการหรือค่าคอมมิชชันได้

ร้านค้าจึงควรเก็บเอกสารจากแพลตฟอร์ม เช่น

  • ใบแจ้งยอด
  • ใบกำกับภาษี
  • รายงานรายได้

เพื่อใช้ทำบัญชีและยื่นภาษีอย่างถูกต้อง

 

5. ค่า GP คิดยังไง?

ตอบ: โดยทั่วไป ค่า GP จะคำนวณจากราคาขายอาหารคูณกับเปอร์เซ็นต์ GP ที่ร้านตกลงกับแพลตฟอร์ม เช่น ขายอาหาร 200 บาท และ GP 30% แพลตฟอร์มจะหัก 60 บาท ร้านจะได้รับ 140 บาทก่อนหักต้นทุนอื่น ๆ 

About Author

รับวันใช้งานฟรี 30 วัน
เมื่อสมัครทดลองใช้ FlowAccount วันนี้
สมัครเลย