ภาษีอีเพย์เมนต์ บังคับใช้แล้วกับทุกคนที่มีบัญชีฝาก-โอนเงิน 3,000 ครั้งต่อปี

ภาษีอีเพย์เมนต์


อ่านสั้นๆ :

  • กฎหมายภาษีอีเพย์เมนต์ เริ่มบังคับใช้แล้ว มีผลให้สถาบันทางการเงินต้องรายงานข้อมูลบุคคลที่มีธุรกรรมเฉพาะให้แก่กรมสรรพากร
  • โดยบัญชีจะต้องมีเงื่อนไขคือ มียอดฝากหรือโอนเงินเข้าทุกบัญชี 3,000 ครั้งต่อปีขึ้นไป หรือมียอดฝากหรือโอนเงินทุกบัญชีตั้งแต่ 400 ครั้งต่อปี และมียอดเงินรวมตั้งแต่ 2,000,000 บาทต่อปีขึ้นไป
  • แม่ค้าออนไลน์ หรือผู้ทำธุรกิจใดๆ ที่มีบัญชีตรงตามเงื่อนไขจึงควรหัดทำบัญชีรายรับรายจ่าย และจดทะเบียนบริษัทให้ถูกต้อง


ข่าวคราวเรื่องการเก็บภาษีผู้ค้าออนไลน์ว่าทางกรมสรรพากรจะตรวจสอบข้อมูลบัญชีธนาคารซึ่งมีมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ก็ได้มีการประกาศบังคับใช้จริงแล้ว โดยกฎหมายนี้มีชื่อว่ากฎหมาย ภาษีอีเพย์เมนต์ หรือพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 48) พ.ศ. 2562


สาระสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ คือการกำหนดให้สถาบันการเงิน และผู้ให้บริการทางการเงินอิเล็กทรอนิกส์ e-wallet ต้องรายงานข้อมูลผู้มีบัญชีธุรกรรมเฉพาะให้กรมสรรพากร ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดา นิติบุคคล (ผู้ที่จดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือบริษัท) ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ โดยบัญชีธุรกรรมเฉพาะจะต้องมีเงื่อนไข ดังนี้


  • มียอดฝากหรือโอนเงินเข้าทุกบัญชี ตั้งแต่ 3,000 ครั้งต่อปีขึ้นไป ไม่ว่าจะรับครั้งละกี่บาทก็ตาม
  • ฝากหรือโอนเงินเข้าทุกบัญชีตั้งแต่ 400 ครั้งต่อปีขึ้นไป และมียอดเงินรวมกันตั้งแต่ 2,000,000 บาทต่อปีขึ้นไป ซึ่งต้องเข้าเงื่อนไขทั้งจำนวนครั้ง และจำนวนมูลค่าของเงินที่รับฝากหรือโอน



กรมสรรพากรจะได้ข้อมูลอะไรบ้าง


  • เลขประจำตัวประชาชน
  • ชื่อ-สกุล
  • เลขที่บัญชีเงินฝาก
  • จำนวนครั้งของการฝากหรือโอนรับเงิน
  • ยอดรวมของการฝากหรือโอนรับเงิน

ข้อมูลธุรกรรมเฉพาะที่กำหนดจะนับเฉพาะการฝากหรือรับโอนเงินเฉพาะขารับรวมกันทุกบัญชีใน 1 ปี ไม่รวมการโอนออกหรือถอนออก และไม่นับบัญชีต่างธนาคารกัน เช่น หากเปิดบัญชีธนาคาร A 5 บัญชี และธนาคาร B อีก 3 บัญชี แต่ละธนาคารก็จะนับเฉพาะยอดฝากหรือโอนเงินของธนาคารตัวเอง ไม่ไปนับยอดจากบัญชีอีกธนาคารหนึ่ง


หากบัญชีของธนาคารไหนมีเงื่อนไขตรงตามที่กรมสรรพากรกำหนด ก็จะส่งข้อมูลให้กรมสรรพากร ซึ่งถ้าเจ้าของบัญชียังเสียภาษีไม่ถูกต้อง ก็มีหน้าที่ต้องมาเสียภาษีให้ถูกต้อง



คนค้าขายออนไลน์ต้องเตรียมตัวอย่างไรกับ ภาษีอีเพย์เมนต์


ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ทุกคนมีหน้าที่ในการเสียภาษีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ซึ่งกฎหมายอีเพย์เมนต์ไม่ได้ทำให้เจ้าของธุรกิจต้องยื่นแบบเพื่อเสียภาษีเพิ่มขึ้น


แต่เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่หน่วยงานภาครัฐจะใช้ในการตรวจสอบข้อมูล ดังนั้นผู้ที่มีบัญชีตรง หรือไม่ตรงเงื่อนไข ก็ยังคงต้องเสียภาษีประจำปี และอาจจะมีการตรวจสอบข้อมูลในทางอื่นๆ


ส่วนใครที่ยังไม่เคยเริ่มเสียภาษีอะไรใดๆ หรือไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง ก็ต้องลองเริ่มจากการหัดทำบัญชีก่อน


  • เก็บหลักฐานทุกเม็ด เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการค้า การทำธุรกรรมทางการเงิน จะเล็กจะน้อย หรือมากแค่ไหน อย่าละเลย เก็บให้เป็นระเบียบและเป็นหมวดหมู่ เพราะต้องใช้ในเวลาที่จะยื่นแบบภาษี
  • ศึกษาเรื่องเกี่ยวกับภาษีให้ดีๆ คนทำธุรกิจมีหน้าที่ที่จะต้องรู้ว่า ประเภทธุรกิจที่ทำอยู่มีภาษีอะไรที่เกี่ยวข้องบ้าง เช่น เป็นนิติบุคคล หรือบุคคลธรรมดา จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วหรือไม่ ฯลฯ หากเพิ่งเริ่มธุรกิจใหม่ๆ ก็คอยเก็บเอกสารไว้ หรือหาโปรแกรมบัญชีฟรีช่วยบันทึกเอกสารไปก่อน แล้วรวบรวมไปขอคำปรึกษาการทำบัญชีและเสียภาษีกับสำนักงานบัญชี หรือพนักงานบัญชีอิสระที่คุณรู้จักอยู่
  • ทำบัญชีรายรับ รายจ่ายไว้ไม่เสียหาย ทำไว้ก่อนอุ่นใจดี ทำให้ละเอียดเท่าไหร่ยิ่งดี ถ้ายังทำไม่เป็น ลองเริ่มต้นหัดทำบัญชีรายรับรายจ่ายผ่านโปรแกรมบัญชี FlowAccount ที่ช่วยบันทึกค่าใช้จ่าย และแสดงรายรับรายจ่ายในแต่ละเดือนให้ดูได้อย่างง่ายๆ

แม้จะเป็นเจ้าของธุรกิจคนเดียวก็สามารถทำงานใหญ่ได้ด้วยโปรแกรมบัญชี คลาวด์ ที่เชื่อมโยงฐานข้อมูลจากในเว็บไซต์ และมือถือ ให้คุณสามารถเปิดบิลได้ครบ และบันทึกค่าใช้จ่ายระหว่างที่อยู่นอกออฟฟิศได้เลย เริ่มต้นใช้งานโปรแกรมบัญชีฟรีได้ที่นี่




  • เมนูเอกสารขาย-ซื้อ

การทำเอกสารก็คือการทำบัญชีเบื้องต้น ซึ่งเรามีเอกสารที่ครอบคลุม ช่วยให้คุณเปิดเอกสารซื้อขายได้อย่างมืออาชีพ เพียงทำตามขั้นตอนง่ายๆ ในระบบบัญชี


  • เมนูค่าใช้จ่าย

อยู่ที่ไหนก็บริหารค่าใช้จ่ายธุรกิจง่ายๆ ด้วยการถ่ายรูปบิลอัพโหลดลงโปรแกรมบัญชี ออนไลน์ ช่วยแยกค่าใช้จ่ายให้เป็นหมวดหมู่ ทำให้คุมค่าใช้จ่ายได้ง่ายขึ้น


เพียงเท่านี้ก็มั่นใจได้แล้วว่า การบันทึกบัญชีมีความถูกต้องครบถ้วน ไม่เปิดช่องโหว่ให้ต้องแก้ไข หรือหาหลักฐานมาประกอบเมื่อเวลาผ่านไป


สถาบันการเงินและผู้ให้บริการทางการเงินอิเล็กทรอนิกส์จะเริ่มมีการเก็บข้อมูลบัญชีตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป เพื่อรายงานแก่กรมสรรพากรภายในเดือนมีนาคม ปี 2563 นี้ เพื่อให้เป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ ที่กำหนดให้นำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้กับการดำเนินการจัดเก็บภาษีตามลักษณะการทำธุรกรรมที่เปลี่ยนไปในปัจจุบัน และมีการติดตามข้อมูลในการจัดเก็บภาษีอากรอย่างมีประสิทธิภาพ


ข้อมูล
http://www.rd.go.th
https://voicetv.co.th

ติดตามเรื่องราวอื่นๆของ FlowAccount.com ได้ที่

มั่นใจด้วยผู้ประกอบการกว่า 40,000 ราย
ที่ใช้โปรแกรมบัญชี คลาวด์ ของเราเริ่มต้นธุรกิจ สมัครเลย!

You may also like