
| เวลาสั่งซื้อสินค้าเข้ามาขายหรือใช้ในธุรกิจ ปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อย คือ สินค้าที่ได้รับไม่ตรงกับที่สั่ง ไม่ว่าจะเป็นจำนวนขาด สินค้าผิดรายการ หรือการรับของซ้ำซ้อน หากไม่มีเอกสารตรวจรับสินค้าให้ชัดเจน ปัญหาเล็ก ๆ เหล่านี้ อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่เพราะทำให้สต็อกสินค้าผิด แถมยังเสียเวลาตรวจสอบ แก้ไขย้อนหลังอีกด้วย |
หนึ่งในเอกสารที่ช่วยจัดการเรื่องนี้คือ ใบรับสินค้า ซึ่งทำหน้าที่เชื่อมระหว่างการสั่งซื้อ การรับของจริงเข้าสต็อก มาดูกันว่าใบรับสินค้า คืออะไร ควรมีข้อมูลอะไร และต่างจากใบส่งของหรือใบสั่งซื้ออย่างไรบ้าง
เลือกอ่านได้เลย!
Toggleใบรับสินค้า คืออะไร?
ใบรับสินค้า คือ เอกสารที่กิจการจัดทำขึ้นเพื่อบันทึกและยืนยันว่าได้รับสินค้าจากผู้ขายแล้ว โดยใช้ตรวจสอบว่ารายการและจำนวนสินค้าที่ได้รับจริงตรงกับรายการที่สั่งซื้อ และเอกสารจากผู้ขายหรือไม่
พูดง่าย ๆ คือ เมื่อมีของมาส่ง ฝั่งผู้ซื้อจะทำใบรับสินค้าเพื่อเป็นหลักฐานเช็กว่า “รับของรายการนี้จริง วันที่เท่าใด และเป็นจำนวนเท่าไร”
โดยทั่วไป เอกสารรับสินค้าจะใช้เช็กประกอบกับเอกสารใบสั่งซื้อ (Purchase Order หรือ PO) และใบส่งของจากผู้ขาย เพื่อให้มั่นใจว่าตรวจรับสินค้าเข้าคลังถูกต้องครบถ้วนจริง
ประโยชน์ของใบรับสินค้า มีอะไรบ้าง?
แม้ใบรับสินค้าจะเป็นเอกสารภายใน แต่มีประโยชน์โดยตรงกับงานจัดซื้อ คลังสินค้า และบัญชี ดังนี้
- ช่วยยืนยันการรับสินค้า ว่าได้รับสินค้าจริงแล้วเมื่อใด
- ตรวจสอบจำนวนและรายการสินค้า ว่าตรงกับที่สั่งซื้อหรือไม่
- ลดความผิดพลาดในการรับสินค้าเข้าสต็อก เช่น รับเกิน รับขาด หรือบันทึกสินค้าผิดรายการ
- ช่วยตรวจสอบย้อนหลัง เมื่อพบว่าสินค้าในคลังไม่ตรงกับข้อมูลในระบบ
- เชื่อมโยงข้อมูลการซื้อและสินค้าคงเหลือได้ มั่นใจว่าทุกรายการที่สั่งซื้อเข้ามาถูกรับเข้าระบบคลัง ไม่สูญหายระหว่างขั้นตอนรับเข้า
สำหรับธุรกิจที่มีสินค้าเข้า-ออกเป็นประจำ การมีใบรับสินค้าจะช่วยลดปัญหาข้อผิดพลาดในการรับของเข้าคลังได้อย่างดี
ใบรับสินค้า มีข้อมูลอะไรบ้าง?
ข้อมูลในใบรับสินค้าควรมีเพียงพอที่จะระบุได้ว่า รับสินค้าอะไร จากใคร เมื่อใด และจำนวนเท่าไร
ข้อมูลในแบบฟอร์มใบรับสินค้าที่ควรมีโดยทั่วไป ได้แก่
- เลขที่ใบรับสินค้า
- วันที่รับสินค้า
- ชื่อและข้อมูลผู้ขายหรือผู้จำหน่าย
- เลขที่ใบสั่งซื้อที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)
- เลขที่ใบส่งของหรือเอกสารอ้างอิงจากผู้ขาย
- รหัสหรือชื่อสินค้า
- รายละเอียดสินค้า
- จำนวนสินค้าที่สั่งซื้อ
- จำนวนสินค้าที่รับจริง
- หน่วยนับ
- หมายเหตุ เช่น รับไม่ครบ
- ชื่อหรือลายมือชื่อผู้ตรวจรับสินค้า
ตัวอย่างใบรับสินค้า
ตัวอย่างแบบฟอร์มใบรับสินค้าที่ถูกต้อง มีดังนี้

ขั้นตอนการรับสินค้า มีอะไรบ้าง?

ขั้นตอนการรับสินค้าไม่ควรจบแค่รับกล่องจากขนส่ง แต่ควรมีการตรวจสอบให้ครบก่อนบันทึกสินค้าเข้าคลัง โดยสามารถแบ่งเป็น 5 ขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้
Step 1: ตรวจสอบเอกสารการสั่งซื้อ
เริ่มจากดูใบสั่งซื้อหรือข้อมูลที่ฝ่ายจัดซื้อได้สั่งไว้ เพื่อทราบว่าสั่งสินค้าอะไร จำนวนเท่าไร และจากผู้ขายรายใด
Step 2: ตรวจสอบสินค้าที่ได้รับจริง
เมื่อสินค้ามาถึง ให้ตรวจสอบชนิด รุ่น รหัสสินค้า จำนวน รวมถึงสภาพของสินค้า ว่าตรงกับที่สั่งซื้อหรือไม่
Step 3: เปรียบเทียบกับใบส่งของ
ตรวจสอบรายการสินค้าจริงกับใบส่งของที่ผู้ขายแนบมา รวมถึงเปรียบเทียบกับใบสั่งซื้อของกิจการ เพื่อดูว่าข้อมูลทั้งหมดตรงกันหรือไม่
ถ้าพบว่าสินค้าขาด เกิน ชำรุด ควรแจ้งกลับผู้ขายและขนส่งทันที เพื่อแก้ไขใหม่ และบันทึกเอาไว้เป็นหลักฐาน
Step 4: จัดทำใบรับสินค้า
เมื่อผ่านการตรวจรับแล้ว จึงจัดทำใบรับสินค้า ระบุจำนวนที่ได้รับจริง วันที่รับ และรายละเอียดที่จำเป็น พร้อมให้ผู้รับผิดชอบตรวจสอบหรืออนุมัติตามขั้นตอนของกิจการ
Step 5: รับสินค้าเข้าสต็อก
ขั้นตอนสุดท้ายคือบันทึกจำนวนสินค้าที่รับจริงเข้าสู่ระบบสต็อก เพื่อให้ยอดสินค้าคงเหลือเป็นปัจจุบัน
ใบรับสินค้า ต่างจากใบส่งของอย่างไร?

สรุปง่าย ๆ คือ ใบส่งของบอกว่า “ผู้ขายส่งอะไรมา” ส่วนใบรับสินค้าบอกว่า “ผู้ซื้อรับอะไรจริง” ดังนั้นสองเอกสารนี้จึงต้องสัมพันธ์กัน แต่ไม่ได้ทำหน้าที่เดียวกัน
ธุรกิจแบบไหนควรใช้ใบรับสินค้า?
ธุรกิจที่มีสต็อกสินค้า ซื้อสินค้าเข้ามาเป็นประจำ และต้องควบคุมสินค้าคงเหลือ ควรใช้ใบรับสินค้า เพื่อควบคุมบริหารคลัง ตัวอย่างเช่น
- ธุรกิจซื้อมาขายไป
- ร้านค้าปลีกและค้าส่ง
- ธุรกิจนำเข้าสินค้า
- โรงงานหรือธุรกิจผลิตที่ต้องรับวัตถุดิบเข้าคลัง
- ธุรกิจที่แยกฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายคลังสินค้า และฝ่ายบัญชีออกจากกัน
จัดการใบรับสินค้า เชื่อมข้อมูลจัดซื้อและสต็อกในระบบเดียว ด้วย FlowAccount
ลดปัญหารับของเข้าไม่ตรงกับที่สั่ง FlowAccount ช่วยให้ธุรกิจสร้างใบรับสินค้าต่อจากใบสั่งซื้อได้อัตโนมัติ ไม่ต้องกรอกข้อมูลซ้ำ และบันทึกจำนวนสินค้าที่รับจริงเข้าสต็อกตามวันที่รับของ เชื่อมโยงเอกสารจัดซื้อ ระบบรับสินค้า ระบบจัดการสต็อกสินค้า และบัญชีเข้าด้วยกันแบบง่าย ไม่ต้องลงทุนสูง
ใบรับสินค้าอาจเป็นเอกสารเล็ก ๆ ในกระบวนการซื้อ แต่มีบทบาทสำคัญในการทำให้ธุรกิจรู้ว่า “ของที่สั่ง” กับ “ของที่ได้รับจริง” ตรงกันหรือไม่
เมื่อมีการตรวจรับและบันทึกสินค้าอย่างเป็นระบบ ธุรกิจก็จะลดปัญหาสต็อกคลาดเคลื่อน ตามหาสาเหตุได้ง่ายขึ้น และเชื่อมโยงงานจัดซื้อ คลังสินค้า และบัญชีเข้าด้วยกันได้อย่างเป็นระเบียบ
เพราะการจัดการสต็อกที่ดี ไม่ได้เริ่มตอนนับของปลายเดือน แต่เริ่มตั้งแต่วันที่รับสินค้าเข้าคลังนั่นเอง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับ ใบรับสินค้า
1. ใบรับสินค้า คืออะไร?
ตอบ: ใบรับสินค้า คือ เอกสารที่ผู้ซื้อหรือผู้รับสินค้าจัดทำขึ้น เพื่อยืนยันว่าได้รับสินค้าแล้ว พร้อมระบุรายการ จำนวน และวันที่รับสินค้า เพื่อใช้ตรวจสอบกับใบสั่งซื้อและเอกสารจากผู้ขาย
2. ใบรับสินค้า จำเป็นหรือไม่?
ตอบ: จำเป็น สำหรับธุรกิจที่มีการซื้อสินค้าเข้าสต็อกเป็นประจำ เพราะใบสั่งซื้อช่วยควบคุมการตรวจรับและลดปัญหาสินค้าคงเหลือไม่ตรงกับของจริงได้
3. ใครเป็นคนออกใบรับสินค้า?
ตอบ: โดยทั่วไปฝ่ายที่รับผิดชอบการตรวจรับสินค้า เช่น ฝ่ายคลังสินค้า ฝ่ายจัดซื้อ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย จะเป็นผู้จัดทำใบรับสินค้า หลังจากตรวจสอบสินค้าที่ได้รับจริงแล้ว
4. ใบรับสินค้า ใช้แทนใบส่งของได้หรือไม่?
ตอบ: ไม่ควรใช้แทนกัน เพราะใบรับสินค้าเป็นเอกสารฝั่งผู้ซื้อที่ยืนยันการรับสินค้า ส่วนใบส่งของเป็นเอกสารฝั่งผู้ขายที่ใช้แสดงรายการสินค้าที่นำส่ง ทั้งสองเอกสารมีวัตถุประสงค์ต่างกัน
5. ใบรับสินค้า ใช้เป็นใบกำกับภาษีได้หรือไม่?
ตอบ: ไม่ได้ เพราะใบรับสินค้าเป็นเอกสารสำหรับการตรวจรับสินค้าภายใน ไม่ใช่ใบกำกับภาษีซื้อที่ต้องจัดทำโดยผู้ขายตามที่กฎหมายกำหนด
About Author

นักบัญชี ผู้สอบบัญชี และผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ cpdacademy.co คอร์สอบรมบัญชี CPD ออนไลน์สำหรับผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชี ที่มีประสบการณ์ในวิชาชีพมากกว่า 10 ปี และอยากส่งต่อความรู้เพื่อเพื่อนนักบัญชีให้มีทักษะอย่างมืออาชีพและก้าวทันโลกดิจิทัล
ร่วมสมัครเป็นนักเขียนกับ FlowAccount ได้ที่นี่
