มือใหม่ขายของออนไลน์ต้องรู้! “ระบบบัญชี” ช่วยร้านค้าจากการถูกประเมินภาษีย้อนหลัง

มือใหม่ขายของออนไลน์ต้องรู้!

ในปัจจุบันที่กรมสรรพากรมีระบบการตรวจสอบที่เข้มงวดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ที่ใช้วิธีซื้อมา ขายไป ทำด้วยตัวเอง หรือมีทีมงานไม่กี่คน ทำให้สิ่งที่เลือกโฟกัสในช่วงแรกจะไปอยู่ที่วิธีการเพิ่มยอดขาย และละเลยการทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายที่ถูกต้อง เพราะเข้าใจผิดว่าหากรายได้ยังไม่เยอะหรือยังไม่ได้จดทะเบียนบริษัทก็คงไม่เป็นไร

จากจุดนี้ อาจเป็นความเสี่ยงครั้งใหญ่ เพราะหากไม่มีเอกสารและหลักฐานทางบัญชีที่ชัดเจน เมื่อถูกเรียกตรวจสอบ พ่อค้า แม่ค้าออนไลน์ อาจจะต้องเจอกับการประเมินภาษีย้อนหลังในอัตราที่สูงจนถึงขั้นขาดทุนได้ เลยอยากพาไปลองดูกันว่าทำไม "ระบบบัญชี" จะมาช่วยร้านค้าให้รอดจากการถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลังได้


เมื่อไม่มีเอกสารบัญชี สรรพากรประเมินรายได้จากอะไร?


สิ่งแรกที่จะเกิดขึ้นหากร้านค้าถูกเรียกตรวจสอบรายได้ แต่ไม่มีเอกสารบันทึกรายรับ-รายจ่าย หรือไม่มีหลักฐานทางบัญชี เจ้าหน้าที่สรรพากรจะมีอำนาจตามกฎหมายในการประเมินภาษีจาก "หลักฐานแวดล้อมอื่น ๆ" มาใช้ประกอบแทน ซึ่งมักจะส่งผลเสียต่อร้านค้าเป็นอย่างมาก เพราะข้อมูลเหล่านั้นจะไม่ได้ถูกหักต้นทุนที่แท้จริงในการทำธุรกิจออกไป

 

ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบจาก Statement ธนาคารโดยตรง โดยส่วนใหญ่เจ้าหน้าที่จะขอดูรายการเดินบัญชีย้อนหลัง หรือถ้ามีการทำธุรกรรมที่เงินเข้าเกิน 3,000 ครั้งต่อปี หรือ 400 ครั้ง ที่ยอดเงินรวมเกิน 2 ล้านบาท ก็จะเข้าเกณฑ์กฎหมาย e-Payment ธนาคารก็จะส่งข้อมูลให้สรรพากรอัตโนมัติ และจะกลายเป็น ยอดเงินโอนเข้าทั้งหมดคือรายได้ หากคุณไม่มีหลักฐานไปพิสูจน์แยกยอดเงินโอนส่วนตัวออก

 

อีกส่วนคือการตรวจสอบข้อมูลจาก Third Party อย่างการตรวจสอบรายได้จากยอดขายบนแพลตฟอร์ม E-commerce (Shopee, Lazada, TikTok Shop) ซึ่งปัจจุบันแพลตฟอร์มเหล่านี้จะมีการส่งข้อมูลให้สรรพากรตรวจสอบอยู่แล้ว หรือข้อมูลการซื้อสินค้าจากฝั่งซัพพลายเออร์

 

สุดท้ายคือบังคับหักค่าใช้จ่ายแบบเหมา ในกรณีบุคคลธรรมดา หากไม่มีใบเสร็จค่าของมาพิสูจน์ จะทำให้เสียสิทธิ์การหักค่าใช้จ่ายตามจริงทันที และถูกบังคับให้หักแบบเหมา 60% ซึ่งในความเป็นจริง ต้นทุนอาจจะสูงถึง 70-80% ทำให้คุณต้องเสียภาษีจากฐานกำไรที่สูงเกินจริงอย่างมาก

 

ทางออกที่ดีที่สุดคือการเริ่มใช้โปรแกรมบัญชีออนไลน์ตั้งแต่เพิ่งเริ่มต้นธุรกิจ หรือขณะที่ธุรกิจยังมีขนาดเล็ก เพราะ FlowAccount สามารถช่วยบันทึกรายรับ-รายจ่าย ต้นทุน จัดเก็บเอกสารทางบัญชี และ ภาษี อย่างเป็นระบบตั้งแต่แรก ก็ยิ่งช่วยให้มีหลักฐานรองรับเมื่อต้องยื่นภาษีหรือถูกตรวจสอบย้อนหลังได้ง่ายขึ้น ลดความเสี่ยงจากการถูกประเมินภาษีจากข้อมูลเพียงบางส่วนที่อาจไม่สะท้อนผลประกอบการจริงของธุรกิจ

 

อีกทั้ง FlowAccount ยังรองรับการเชื่อมต่อยอดขาย และระบบตัดสต็อกจากแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ทำให้เห็นสภาพคล่องของร้านค้าตลอดเวลา ช่วยลดการคีย์ข้อมูลซ้ำ และรวบรวมข้อมูลจากหลายช่องทางไว้ในระบบเดียว ทำให้เจ้าของธุรกิจเห็นภาพรวมของธุรกิจได้ชัดเจนยิ่งขึ้นผ่านแดชบอร์ดสรุปภาพรวมธุรกิจ

 

และที่สำคัญ เมื่อข้อมูลบัญชีและงบกำไรขาดทุนที่ถูกต้อง แม่นยำ จะเป็นหลักฐานสำคัญอย่างมากในการนำไปใช้ยื่นกู้เงินจากธนาคาร หรือชวนนักลงทุนมาร่วมลงทุนเพื่อขยายธุรกิจในอนาคต รวมถึงช่วยให้การเตรียมความพร้อมเมื่อธุรกิจเติบโตจนต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) หรือจัดตั้งบริษัทเป็นเรื่องง่าย เพราะมีข้อมูลทางการเงินย้อนหลังที่ครบถ้วนตั้งแต่เริ่มต้น


ทดลองใช้งานฟรี 2 เดือน กับ แพ็กสำหรับคนขายออนไลน์ จาก AIS


สำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ขนาดย่อมที่อยากเริ่มต้นทำระบบหลังบ้านให้ถูกต้องเพื่อความปลอดภัยของธุรกิจ และกำลังมองหาแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตมาใช้งานกับธุรกิจ ลูกค้า AIS ที่สมัครใช้งานแพ็กเกจ AIS 5G Social Commerce หรือ AIS 5G TikTok Shop, AIS 5G Seller จะได้สิทธิ์ใช้งานระบบบัญชี FlowAccount ฟรี 2 เดือน* ทันที

 

 

สิทธิพิเศษนี้มอบให้ทดลองใช้งาน FlowAccount โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ฟรี! เพื่อให้เจ้าของธุรกิจได้เริ่มจัดการรายรับ-รายจ่าย และข้อมูลทางบัญชีอย่างเป็นระบบ ช่วยให้ติดตามผลประกอบการได้ง่ายขึ้น พร้อมลดความเสี่ยงจากการจัดเก็บเอกสารไม่ครบและปัญหาด้านภาษีในอนาคต

 

หากทดลองใช้แล้วรู้สึกไม่ชอบหรือไม่เหมาะ ก็สามารถยกเลิกได้ง่าย ๆ ไม่มีข้อผูกมัดใด ๆ ถือเป็นการลองทำระบบหลังบ้านใหม่ที่คุ้มค่าและไม่มีความเสี่ยง สมัครง่าย ๆ ผ่าน AIS Shop, Telewiz ทุกสาขา หรือช่องทาง AIS Online

 

*เฉพาะลูกค้าใหม่ FlowAccount เท่านั้น / เงื่อนไขเป็นตามที่บริษัทกำหนด

About Author

รับวันใช้งานฟรี 30 วัน
เมื่อสมัครทดลองใช้ FlowAccount วันนี้
สมัครเลย

บทความที่คุณน่าจะสนใจ