
|
เลขประจําตัวผู้เสียภาษี คือ หมายเลขรหัสประจำตัวที่ระบุตัวตนของผู้เสียภาษี โดยผู้ยื่นภาษีทุกคนทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลจะมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีเป็นของตนเองไม่ว่าจะมีการจ่ายภาษีหรือไม่ก็ตาม โดยหมายเลขประจําตัวผู้เสียภาษีคืออะไร บุคคลธรรมดาสามารถใช้เลขประจำตัวประชาชน 13 หลักแทนหมายเลขประจําตัวผู้เสียภาษีอากรได้หรือไม่ และนิติบุคคล เลขเสียภาษี ดูตรงไหน ไปดูกันในบทความนี้
|
เลือกอ่านได้เลย!
Toggleเลขประจําตัวผู้เสียภาษี คืออะไร ?
เลขประจําตัวผู้เสียภาษี คือ หมายเลขประจำตัวที่ทางกรมสรรพากรกำหนดขึ้นเพื่อใช้ในการระบุตัวตนของผู้มีหน้าที่ชำระภาษีอากร ทั้งในรูปแบบของบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล โดยสำหรับบุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทย กฎหมายกำหนดให้ใช้เลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก เป็นหมายเลขทประจำตัวผู้เสียภาษีได้ทันที แต่ในกรณีของบุคคลที่ไม่มีเลขบัตรประชาชนไทย จำเป็นต้องดำเนินการยื่นคำร้องเพื่อขอรับรหัสเฉพาะนี้เพิ่มเติมเพื่อใช้ในธุรกรรมทางภาษี
ในส่วนของภาคธุรกิจหรือนิติบุคคล จะใช้ตัวเลขชุดเดียวกับเลขทะเบียนนิติบุคคล 13 หลัก ซึ่งเรามักจะพบเห็นตัวเลขชุดนี้ปรากฏอยู่บนเอกสารสำคัญอย่างใบกำกับภาษีหรือใบเสร็จรับเงินทั่วไปที่ได้รับจากการซื้อสินค้าและบริการ ทั้งนี้ สำหรับนิติบุคคลที่มีเลขทะเบียนนิติบุคคลเรียบร้อยแล้ว กฎหมายยังคงกำหนดขั้นตอนให้ต้องดำเนินการยื่นคำร้องขอมีหมายเลขประจําตัวผู้เสียภาษีให้ถูกต้องตามระเบียบของกรมสรรพากรด้วยเช่นกัน
ทำไมเราจึงสามารถใช้เลขประจำตัวประชาชน แทนเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรได้
สำหรับผู้เสียภาษีประเภทบุคคลธรรมดาซึ่งมีเลขบัตรประชาชน 13 หลักในระบบทะเบียนราษฎรอยู่แล้ว สามารถใช้เลขบัตรประชาชน 13 หลักแทนเลขประจำตัวในการปฏิบัติการตามประมวลรัษฎากรในการยื่นรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้เลย รวมไปถึงผู้ที่ประกอบธุรกิจส่วนตัวในฐานะบุคคลธรรมดาก็สามารถยื่นรายการภาษีเงินได้และภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ด้วยเลขประจำตัว 13 หลักตามบัตรประชาชนได้เลยเช่นกัน โดยไม่ต้องยื่นคำร้องขอหากไม่ได้ต้องการจด VAT หรือจดทะเบียนธุรกิจเฉพาะ
ผู้มีหน้าที่เสียภาษีอากรที่ต้องยื่นขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร
หากไม่ใช่บุคคลธรรมดาหรือเป็นผู้ที่เข้าเงื่อนไขที่กำลังจะกล่าวถึง จะต้องมีการร้องขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษีจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่แตกต่างกันไปตามประเภทของผู้ร้องขอเลขเสียภาษี ซึ่งสรรพากรได้แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้
1.เงื่อนไขกำหนดเฉพาะ
(1) บุคคลธรรมดาที่ไม่มีเลขประจำตัวประชาชน เช่น คนต่างด้าว และห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล กองมรดกที่ยังมิได้แบ่ง
(2) บุคคลธรรมดาที่ต้องการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือธุรกิจเฉพาะ
(3) ผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มหรือภาษีธุรกิจเฉพาะซึ่งอยู่มาก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2546
ทั้ง 3 กรณีนี้จะต้องยื่นขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรต่อกรมสรรพากรพื้นที่ ภายใน 60 วัน นับตั้งแต่วันที่มีเงินได้พึงประเมิน โดยบุคคลธรรมดาใช้แบบ ล.ป.10.1 และคณะบุคคลใช้แบบ ล.ป.10.2 ในการยื่นคำร้อง
2. นิติบุคคล
นิติบุคคลซึ่งไม่มีเลขบัตรประชาชน 13 หลักสามารถใช้เลขทะเบียนนิติบุคคล 13 หลักที่ออกโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์เป็นหมายเลขประจําตัวผู้เสียภาษีอากรได้ โดยนิติบุคคลต้องร้องขอเลขเสียภาษีบริษัทต่อสรรพากรพื้นที่ภายใน 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลไทย หรือเริ่มประกอบกิจการในประเทศไทยด้วยแบบ ล.ป.10.3
3. นายจ้างซึ่งมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายแต่ไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้
เช่นเดียวกับกรณีนิติบุคคล คือสามารถใช้เลขทะเบียนนิติบุคคล 13 หลัก ที่ออกโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ได้เลย แต่จะต้องยื่นคำร้องต่อสรรพากรพื้นที่ภายใน 60 วัน ก่อนวันจ่ายเงินได้ด้วย แบบ ล.ป.10.4

เอกสารที่ต้องแนบพร้อมกับแบบคำร้องการขอมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร มีอะไรบ้าง ?
นอกจากแบบคำร้อง ล.ป.10 ต่างๆ ที่ใช้สำหรับยื่นขอมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรที่จำเป็นต้องใช้ยื่นแล้ว ยังมีเอกสารอื่นๆ ที่ต้องใช้ประกอบการยื่นคำร้องซึ่งจะแตกต่างไปตามประเภทของบุคคลและประเภทคำร้อง ดังต่อไปนี้
1. ประเภทบุคคลธรรมดา (แนบพร้อมกับแบบ ล.ป.10.1)
(1) สำเนาใบสำคัญคนต่างด้าว / หนังสือเดินทาง / บัตรประจำตัวประชาชน / บัตรประจำตัวข้าราชการ
(2) สำเนาทะเบียนบ้านของผู้เสียภาษี / ผู้จัดการมรดก
(3) สำเนาคำสั่งศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดก
2. ประเภทคณะบุคคล (แนบพร้อมกับแบบ ล.ป.10.2)
(1) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน / ใบสำคัญคนต่างด้าว / หนังสือเดินทางของผู้มีอำนาจจัดการและผู้ร่วมคณะทุกคน
(2) สำเนาทะเบียนบ้านของที่ตั้งสถานประกอบการ
(3) สำเนาสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงในการจัดตั้งคณะบุคคลหรือห้างหุ้นส่วนสามัญ (ถ้ามี)
3. ประเภทนิติบุคคล (แนบพร้อมกับแบบ ล.ป.10.3)
(1) สำเนาทะเบียนบ้านที่ใช้เป็นสถานประกอบการของสำนักงานใหญ่
(2) สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
(3) สำเนาหนังสือรับรองการประกอบกิจการในประเทศไทย
(4) สำเนาหนังสือสัญญาประกอบกิจการร่วมกัน
(5) สำเนาหนังสือสัญญาแต่งตั้งลูกจ้างหรือผู้ทำการแทนฯ ในประเทศไทย
(6) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน / ใบสำคัญคนต่างด้าว / หนังสือเดินทางของกรรมการผู้จัดการ / หุ้นส่วนผู้จัดการผู้มีอำนาจจัดการหรือลูกจ้างผู้ทำการแทนฯ ในประเทศไทย
(7) สำเนาหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ (กรณีที่ใช้สถานที่ของบุคคลอื่นเป็นสถานประกอบการ)
(8) สำเนาบัตรประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้มีอำนาจจัดการ / ลูกจ้าง / ผู้ทำการแทนฯ ในประเทศไทย
4. ประเภทผู้จ่ายเงินได้ (แนบพร้อมกับแบบ ล.ป.10.4)
(1) สำเนาทะเบียนบ้านที่ใช้เป็นที่ตั้งสำนักงาน
(2) สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล / ใบอนุญาตจัดตั้งโรงเรียนราษฎร์
(3) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน / ใบสำคัญคนต่างด้าว / หนังสือเดินทางของผู้มีอำนาจจัดการ
สรุปแล้ว เลขประจําตัวผู้เสียภาษี คือหมายเลขบัตรประชาชน 13 หลัก
หมายเลขประจําตัวผู้เสียภาษีเป็นหมายเลข 13 หลักที่โดยปกติแล้ว บุคคลทั่วไปใช้เลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลักเป็นเลขเสียภาษีได้เลย แต่ถ้าไม่มีเลขบัตรประชาชนหรือเป็นนิติบุคคลถึงจำเป็นต้องยื่นขอเลขเสียภาษีจากกรมสรรพากรด้วยแบบฟอร์มคำร้อง และเอกสารประกอบการยื่นที่ถูกต้องและครบถ้วนเพื่อให้การยื่นคำร้องเป็นไปอย่างราบรื่น สามารถอ่านบทความเรื่องบัญชีและภาษีอากรแบบเข้าใจง่ายสำหรับคนค้าขายต่อได้ที่บล็อกของเรา
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
ใครบ้างที่ต้องมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษี?
ตอบ : บุคคลธรรมดาที่มีเงินได้ถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด, ห้างหุ้นส่วนสามัญ, คณะบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคล, และนิติบุคคลทุกประเภทต้องมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
บุคคลธรรมดาขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษีได้ที่ไหน?
ตอบ : บุคคลธรรมดาจะได้รับเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอัตโนมัติเมื่อมีบัตรประจำตัวประชาชน โดยใช้เลขบัตรประชาชน 13 หลักเป็นเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
นิติบุคคลขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษีได้ที่ไหน?
ตอบ : นิติบุคคลสามารถขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษีได้ที่กรมสรรพากรพื้นที่ หรือที่สำนักงานทะเบียนการค้า กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สำหรับการจดทะเบียนนิติบุคคล
เอกสารที่ใช้ในการขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมีอะไรบ้าง?
ตอบ : สำหรับบุคคลธรรมดาใช้เพียงบัตรประจำตัวประชาชน ส่วนนิติบุคคลใช้เอกสารการจดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือรับรองการจดทะเบียน และสำเนาบัตรประชาชนของผู้มีอำนาจ
ถ้าไม่มีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีจะเกิดอะไรขึ้น?
ตอบ : การไม่มีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอาจทำให้ไม่สามารถยื่นแบบแสดงรายการภาษี, ชำระภาษี, หรือทำธุรกรรมบางอย่างได้ ซึ่งอาจมีผลทางกฎหมายและค่าปรับตามมา
About Author

ชนิสรา กิจศรีโสภณ: SEO content writer และ IT auditor ผู้กระตือรือร้นในการอัปเดตความรู้ นำเสนอเรื่องราวที่น่าสนใจและข้อมูลเชิงลึกพร้อมย่อยให้เข้าใจง่ายเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้อ่าน