ประกันสังคม ประโยชน์ที่เจ้าของธุรกิจควรรู้ และขั้นตอนการยื่นสิทธิอย่างง่าย!

 

อ่านสั้นๆ

  • ประโยชน์ที่เจ้าของธุรกิจจะได้รับจากประกันสังคม หนึ่งในนั้นคือการสร้างความเชื่อมั่นให้กับธุรกิจ เมื่อพนักงานกำลังตัดสินใจเลือกเข้าทำงาน
  • หากธุรกิจเรามีพนักงานตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป ต้องขึ้นทะเบียน 2 ชุดคือ 1. ขึ้นทะเบียนนายจ้าง 2. ขึ้นทะเบียนลูกจ้างสำหรับจ่ายกองทุนประกันสังคมในครั้งแรก 
  • เมื่อมีพนักงานใหม่เข้าทำงานในบริษัท ต้องขึ้นทะเบียนประกันสังคมภายใน 30 วัน
  • ในแต่ละเดือนต้องนำส่งเงินประกันสังคมที่หักจากเงินเดือนพนักงาน พร้อมทั้งจ่ายสมทบเพิ่มให้กับพนักงาน และยื่นต่อสำนักงานประกันสังคมภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
  • หากมีพนักงานลาออกก็ต้องแจ้งสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนให้ลูกจ้างภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป

ต่อจากบทความ สิทธิประกันสังคม สิทธิประโยชน์ที่คนทำงานควรรู้และต้องได้รับ! ที่คนวัยทำงานควรจะต้องทราบกันไปแล้ว สำหรับบทความนี้จะมาพูดถึงในฝั่งของเจ้าของธุรกิจ ว่าควรจะต้องรู้อะไรเกี่ยวกับประกันสังคมกันบ้างค่ะ
 


 
ประกันสังคม ทำไมเจ้าของธุรกิจต้องทำให้พนักงาน

 
สิทธิประกันสังคมเป็นสิทธิประโยชน์ร่วมกันระหว่างเจ้าของธุรกิจและพนักงาน โดยเงินที่เจ้าของธุรกิจจ่ายสมทบให้กับพนักงานในแต่ละเดือนถือเป็นหนึ่งในสวัสดิการที่พนักงานจะได้รับเพื่อเป็นการสร้างหลักประกันในการใช้ชีวิตตลอดช่วงทำงาน จนไปถึงเกษียณอายุ 
 
ซึ่งประโยชน์ที่พนักงานได้รับมีถึง 8 เรื่องด้วยกัน คือ
 

  1. ค่าหมอ ค่ายา ค่าทำฟัน ยามเจ็บป่วย หรือเกิดอุบัติเหตุ
  2. ค่าเงินชดเชย กรณีทุพพลภาพ
  3. ค่าคลอดบุตร
  4. ค่านมลูก (เงินสงเคราะห์บุตร)
  5. ค่าใช้จ่ายยามตกงาน
  6. ค่าจัดงานกรณีเสียชีวิต
  7. ค่าใช้จ่ายยามเกษียณ

 
และยังส่งผลดีต่อเจ้าของธุรกิจและภาพลักษณ์ของธุรกิจด้วยคือ  

  1. สร้างภาพลักษณ์ที่ดีในด้านความรับผิดชอบต่อชีวิตพนักงานของธุรกิจ ซึ่งพนักงานมองว่าเป็นหลักประกันชีวิตขั้นพื้นฐานที่ควรได้รับ
  2. เพิ่มความเชื่อมั่นให้กับธุรกิจ สำหรับการตัดสินใจเลือกเข้าทำงานของพนักงาน
  3. รักษาพนักงานให้อยู่ทำงานด้วยกันต่อไปในระยะยาว เพราะมั่นใจได้ว่าธุรกิจตั้งใจจะดูแลคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น

 
นั่นก็หมายความว่า เมื่อพนักงานของธุรกิจมีความสุข และมีความมั่นคง ก็ทำให้ธุรกิจดำเนินอย่างมั่นคง ส่งผลต่อลูกค้า และคู่ค้าในเชิงบวกด้วยเช่นกัน
 
หากยังคิดภาพไม่ออก ลองนึกภาพว่า เรากำลังสร้างครอบครัวที่แข็งแรงและมีความสุข เราก็จะหาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับครอบครัว
 
องค์กรในรูปแบบบริษัทก็เช่นกัน หากอยากสร้างองค์กรให้แข็งแรง การมีสวัสดิการที่ดีย่อมช่วยสร้างความมั่นคงให้กับพนักงาน และเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้พนักงานตัดสินใจมาทำงานร่วมกับบริษัทเรา
 
และหากให้พูดตามหลักของกฎหมาย เมื่อกิจการเริ่มมีการจ้างพนักงานตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป นายจ้างจะต้องเป็นผู้จัดทำประกันสังคมให้กับพนักงานทุกคน เพื่อให้ได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานที่ช่วยเป็นหลักประกันในการดำเนินชีวิต
 

 

เจ้าของธุรกิจ ต้องทำอย่างไรเมื่อเริ่มมีพนักงานคนแรก

 
ขั้นตอนแรก เจ้าของธุรกิจต้องเตรียมเอกสารเพื่อขึ้นทะเบียนนายจ้างภายใน 30 วัน นับจากวันที่เริ่มรับพนักงาน
 
เอกสารขึ้นทะเบียนนายจ้างมีดังนี้

  1. แบบขึ้นทะเบียนนายจ้าง (สปส.1-01)
  2. แผนที่ตั้งและภาพถ่ายของสถานประกอบการ 3-4 ภาพ
  3. หลักฐานแสดงการมีตัวตนของธุรกิจ เช่น สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลของธุรกิจ, ภ.พ. 20, ภ.พ.01, ภ.พ.09
  4. หนังสือสัญญาเช่า หรือหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ ในกรณีที่เช่าสถานที่
  5. หนังสือมอบอำนาจ ในกรณีที่กรรมการไม่ได้ไปดำเนินการเอง
  6. หนังสือนำส่งแบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส.1-02) พร้อมใบแนบแบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส.1-03) ของพนักงาน พร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชน
  7. ข้อมูลเงินสมทบ ตารางสรุปเงินพนักงานประจำเดือน (เลขบัตรประจำตัวประชาชน, คำนำหน้า, ชื่อ-นามสกุล, ตำแหน่ง, เงินเดือน และเงินสมทบ)

 
ตามข้อ 7 โปรแกรมบัญชี New FlowAccount มีเมนูเงินเดือนที่ช่วยนายจ้างจัดทำไฟล์ข้อมูลอัตราเงินเดือนตามรายชื่อพนักงานได้อย่างรวดเร็ว โดยให้โปรแกรมคำนวณเงินยื่นส่งประกันสังคมได้อัตโนมัติ (หากเป็นกรณีรูปแบบบริษัท คุณสามารถนำรายชื่อกรรมการบริษัทออก เนื่องจากกรรมการบริษัทถือว่าเป็นนายจ้างตามหลักของประกันสังคม)
 

3 ขั้นตอนจัดทำไฟล์ “ข้อมูลเงินสมทบ” ผ่านโปรแกรม New FlowAccount

 

 

  1. เข้าเมนูบริหารเงินเดือน
  2. คลิกเลือกเมนูจ่ายเงินเดือน ซึ่งจะแสดงรายงานเงินเดือนแต่ละเดือน
  3. คลิกที่เครื่องหมาย … เลือก “ดาวน์โหลดไฟล์ยื่นประกันสังคม”

 
ซึ่งคุณสามารถทดลองใช้งาน New FlowAccount ได้ฟรี 30 วัน เริ่มต้นสมัครได้ที่ปุ่มด้านล่างนี้
 

 

วิธีการใช้งานเมนูบริหารเงินเดือน

 
การเตรียมเอกสารเหล่านี้อาจเป็นขั้นตอนที่ดูยุ่งยาก และใช้เวลานานสำหรับคนที่เพิ่งเป็นเจ้าของธุรกิจ 
 

แต่จริงๆ แล้วทั้งหมดที่กล่าวมาจะใช้เวลาแค่เพียงครั้งแรก ที่ต้องยื่นเอกสารขึ้นทะเบียนนายจ้างที่สำนักงานประกันสังคมพื้นที่เท่านั้น ซึ่งในวันเดียวกัน นายจ้างสามารถยื่นเอกสารขอทำธุรกรรมผ่านทางออนไลน์ได้ 

 

 

ขั้นตอนยื่นข้อมูลเงินสมทบ 10 นาทีเสร็จ! ผ่านทางออนไลน์ของทางประกันสังคม

 
ในเดือนถัดไป หลังจากที่ยื่นเอกสารเพื่อนำส่งประกันสังคมในครั้งแรกแล้ว นายจ้างก็สามารถเข้าใช้งานผ่านเว็บไซต์ของประกันสังคมในหัวข้อ  “บริการอิเล็กทรอนิกส์” เพื่อยื่นเอกสารดังต่อไปนี้
 
1. เอกสารแจ้งพนักงานเข้าใหม่ (ส.ป.ส. 1-03)
2. เอกสารแจ้งพนักงานลาออก (ส.ป.ส. 6-09)
3. ข้อมูลเงินสมทบ
 
ลดระยะเวลาในการเดินทางไปที่สำนักงานประกันสังคมพื้นที่ และการจัดเตรียมเอกสารหลายขั้นตอนได้ทันที
 

ขั้นตอนยื่นเอกสารพนักงานเข้าใหม่

 

  1. เข้าสู่ระบบและเลือกเมนู “ทะเบียนผู้ประกันตน”
  2. คลิกเลือกข้อ 1 กรณีที่พนักงานเข้าใหม่ไม่เคยขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนกับทางประกันสังคม คลิกเลือกข้อ 2 กรณีที่ พนักงานเคยขึ้นทะเบียนแล้ว และเลือกสถานพยาบาลเดิม
  3. เพิ่มข้อมูลพนักงานใหม่ทั้งหมด กรณีพนักงานใหม่ไม่เคยขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน
    ใส่เลขที่บัตรประชาชน กรณีพนักงานใหม่เลือกสถานพยาบาลเดิม
  4. ตรวจสอบข้อมูล
  5. ยืนยันบันทึกข้อมูล

 

ขั้นตอนยื่นข้อมูลเงินสมทบ

ก่อนยื่นข้อมูลเงินสมทบ นายจ้างต้องแน่ใจว่าจัดเตรียมไฟล์ “ข้อมูลเงินสมทบ” ตามอัตราเงินเดือนของพนักงานแต่ละรายชื่อเรียบร้อยแล้ว
 
ถ้าจะให้ง่าย และสะดวกรวดเร็ว ลองให้โปรแกรม New FlowAccount ช่วยคำนวณเงินยื่นส่งประกันสังคมอัตโนมัติ พร้อมจัดทำไฟล์สำหรับอัพโหลดในระบบประกันสังคม ลดความยุ่งยาก และการทำงานที่ซ้ำซ้อนแทนการคำนวณเองด้วย Excel ได้เลย 

 

จากนั้นเข้าเว็บไซต์ประกันสังคม และทำตามขั้นตอนดังนี้

 

  1. เข้าสู่ระบบและเลือกเมนู “ส่งข้อมูลเงินสมทบ”
  2. เลือก วิธียื่นข้อมูลการส่งเงินสมทบ
  3. เลือกสถานประกอบการ
  4. เลือกวิธีการนำส่ง กรอกเดือน, ปี, อัตราเงินสมทบ
  5. เลือกอัพโหลดไฟล์ “ข้อมูลเงินสมทบ”
  6. สรุปข้อมูลเงินสมทบ
  7. ส่งข้อมูลเงินสมทบสำเร็จ
  8. จากนั้นประกันสังคมจะส่งข้อมูลยืนยันตามแบบรายการแสดงการส่งเงินสมทบ (สปส.1-10 ส่วนที่ 1 และส่วนที่ 2) ผ่านทางอีเมลเพื่อดำเนินการชำระเงินต่อไป

 

 
อ่านวิธีการจ่ายเงินกองทุนทดแทนต่อที่บทความ มีลูกจ้างแล้ว นายจ้างอย่าลืมทำเอกสารกองทุนเงินทดแทน กท.25 ค ก่อนสิ้นเดือน มี.ค. นี้
 

 

เจ้าของธุรกิจ ต้องจ่ายค่าประกันสังคมเท่าไหร่/เมื่อไหร่

 
เจ้าของธุรกิจจะต้องจ่ายสมทบประกันสังคมในส่วนที่หักจากพนักงาน และส่วนที่สมทบให้กับพนักงาน ตามแบบ สปส.1-10 (ส่วนที่ 1 และส่วนที่ 2) จะต้องส่งในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป หลังจากที่ยื่นเอกสารเพื่อนำส่งประกันสังคมในครั้งแรก
 

วิธีการคำนวณเงินสมทบกองทุนประกันสังคม

 
ฐานของเงินค่าจ้างพนักงานขั้นต่ำตั้งแต่ 1,650 บาท แต่ไม่เกิน 15,000 บาท
 

พนักงานจะถูกหักจากเงินเดือน 5% + เจ้าของธุรกิจจ่ายสมทบ 5% + รัฐบาลร่วมจ่ายสมทบ 2.75%

 
ดังนั้นเจ้าของธุรกิจจึงออกเงินสมทบประกันสังคมให้ 1 เท่าของเงินที่พนักงานถูกหักออกจากเงินเดือนในแต่ละเดือนตามมาตรา 33 (แต่ในกรณีที่ต้องนำส่งด้วยตัวเองในสถานะฟรีแลนซ์ก็จะยื่นนำส่งในมาตรา 39 โดยมีเงื่อนไขว่า เคยยื่นมาตรา 33 มาแล้วไม่ต่ำกว่า 12 เดือน และว่างงานมาไม่เกิน 6 เดือน)
 
ยกตัวอย่างวิธีคำนวณ

ให้เงินเดือนพนักงาน 18,000 บาท (คำนวณจากฐานเงินเดือนสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท) ดังนั้นเงินประกันสังคมที่จะต้องยื่นคือ 5% เท่ากับ 15,000 x 5% = 750 บาท และทางนายจ้างจ่ายสมทบเพิ่มอีกหนึ่งเท่า รวมเป็น 750+750 = 1,500 บาท 
 

 
ข้อมูลจาก

sso,

mol,

labour

ติดตามเรื่องราวอื่นๆของ FlowAccount.com ได้ที่

มั่นใจด้วยผู้ประกอบการกว่า 40,000 ราย
ที่ใช้โปรแกรมบัญชี คลาวด์ ของเราเริ่มต้นธุรกิจ สมัครเลย!

You may also like