
| ในโลกของการทำธุรกิจ ผู้ประกอบการต่างรู้กันดีว่า “เงินสด คือ เส้นเลือดของธุรกิจ” เพราะเงินสด ทำให้ธุรกิจดำเนินได้อย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดชะงัก บางทีเราอาจได้รับเงินจากลูกค้าช้ากว่ากำหนด แต่ทุกเดือนจะต้องจ่ายเงินเดือน ค่าสินค้า และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ให้ตรงเวลา ทำให้ผู้ประกอบการหลายคนประสบปัญหาหมุนเงินไม่ทัน |
รู้หรือไม่ สินเชื่อที่เรียกว่า เงินเบิกเกินบัญชี (OD: Overdraft) อาจช่วยแก้ไขปัญหาการหมุนเงินในระยะสั้นได้ บทความนี้จะพาทุกคนมาทำความเข้าใจว่า OD คืออะไร? ข้อดี ข้อควรระวัง และต่างกับสินเชื่อเงินก้อนอย่างไร
เลือกอ่านได้เลย!
Toggleสินเชื่อ OD (Overdraft) คืออะไร?
สินเชื่อ OD (Overdraft) คือ วงเงินเบิกเกินบัญชี ที่ธนาคารอนุมัติให้ผู้กู้สามารถใช้เงิน “เกินยอดเงินฝากที่มีอยู่” ได้ โดยที่ธนาคารจะกำหนดวงเงินเบิกเกินในบัญชีกระแสรายวันไว้ และธุรกิจสามารถเบิกใช้ในยามจำเป็น และธนาคารจะคิดดอกเบี้ยตามจำนวนเงินและระยะเวลาที่เบิกเกินบัญชี จนกว่าเราจะเอาเงินส่วนนี้มาฝากคืนในบัญชีกระแสรายวัน
ตัวอย่างเช่น
- ธุรกิจมีเงินในบัญชี 10,000 บาท
- ธนาคารอนุมัติวงเงิน OD 100,000 บาท
- ในเดือนนี้ได้รับเงินจากลูกค้าช้า แต่ต้องจ่ายเงินเดือนลูกน้อง 50,000 บาท จึงใช้เงินในบัญชี 10,000 บาท กับเงิน OD 40,000 บาท
- ธุรกิจต้องจ่ายดอกเบี้ยเนื่องจากใช้เงิน OD 40,000 บาท จนกว่าจะเอาเงินมาฝากคืนบัญชีกระแสรายวัน
แต่ถ้าในเดือนนี้ไม่ได้ใช้เงิน OD ก็ไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ย
อธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ คือ สินเชื่อ OD (Overdraft) เปรียบเสมือนถังสำรองน้ำ เวลาที่น้ำไม่พอ ระบบจะดึงน้ำจากถังสำรองให้ใช้อัตโนมัติ ส่วนเมื่อมีน้ำใหม่เข้ามา (ลูกค้าจ่ายเงิน) ถังสำรองก็จะถูกเติมกลับจนเต็มวงเงิน
สินเชื่อเงินก้อน (Loan) คืออะไร?
สินเชื่อเงินก้อน (Loan) คือ เงินให้กู้ยืมก้อนใหญ่จากธนาคาร ที่ธนาคารโอนเงินกู้ไว้ให้ธุรกิจเต็มจำนวนตามสัญญาเงินกู้ เพื่อไว้ใช้ตามวัตถุประสงค์ แล้วธุรกิจต้องผ่อนคืนเป็นงวดรายเดือนตามระยะเวลาที่กำหนด เช่น 12 เดือน, 24 เดือน หรือ 36 เดือน พร้อมทั้งดอกเบี้ยตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้กับธนาคาร
ตัวอย่าง:
เจ้าของร้านกาแฟอยากเปิดสาขาใหม่ ต้องใช้เงินลงทุน 2,000,000 บาท เพื่อก่อสร้างร้าน ซื้อเครื่องชงกาแฟ ของตกแต่งร้าน จึงทำสัญญาสินเชื่อเงินก้อนกับธนาคาร เพื่อรับเงินกู้ก้อนใหญ่ แล้วค่อยทยอยผ่อนจ่ายชำระเป็นเวลา 5 ปี
สินเชื่อ OD แตกต่างกับสินเชื่อเงินก้อนอย่างไร?
พอจะเข้าใจแล้วว่า สินเชื่อ OD คืออะไร และสินเชื่อเงินก้อนคืออะไร ถัดมาลองมาดูกันว่า สินเชื่อทั้งสองแบบนั้นแตกต่างกันอย่างไร

สรุปง่ายๆ ก็คือ สินเชื่อ OD (Overdraft) จะเหมาะกับการเบิกใช้ระยะสั้นๆ เพื่อเป็นเงินหมุนในธุรกิจ แต่ สินเชื่อเงินก้อน (Loan) จะเหมาะกับการกู้เงินก้อนใหญ่เพื่อมาลงทุนในระยะยาวมากกว่า
ข้อดี และข้อควรระวังของสินเชื่อ OD
พอจะเข้าใจความหมายของเงินสินเชื่อ OD และความแตกต่างจากสินเชื่อเงินก้อนแล้ว ถัดมาหลายคนน่าจะอยากขออนุมัติวงเงิน OD ไว้เป็นแหล่งน้ำสำรองสำหรับธุรกิจในยามฉุกเฉินบ้าง เงิน OD มีข้อดีอย่างไร และก่อนตัดสินใจเบิกใช้เงิน OD มีข้อควรระวังอะไรบ้าง
ข้อดีของสินเชื่อ OD
- คล่องตัวสูง เบิกใช้ได้ตลอดเมื่อจำเป็น ไม่มีระยะเวลาจำกัด
- วงเงินกลับมาทันทีหลังมีเงินเข้า (ชำระคืน)
- ใช้เท่าไหร่ เสียดอกเท่านั้น ไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยเต็มวงเงิน
- ไม่ต้องทำเรื่องยื่นกู้ใหม่บ่อย ๆ
ข้อควรระวังของ OD
- เช็กอัตราดอกเบี้ยก่อน เพราะอัตราดอกเบี้ยต่อปีเงิน OD สูงกว่าสินเชื่อเงินก้อน ต้องวางแผนเบิกใช้เท่าที่จำเป็น เพื่อจ่ายดอกเบี้ยให้น้อยที่สุด
- การอนุมัติวงเงิน ธนาคารจะต้องตรวจสอบสถานะการเงินของกิจการเสียก่อนที่จะให้อนุมัติวงเงิน
- ใช้ให้ถูกวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นเงินหมุนระยะสั้นในธุรกิจ ไม่ใช่เพื่อใช้จ่ายส่วนตัว เพราะหากใช้เกินวงเงินอาจทำให้เสียเครดิต เพราะเช็กเด้ง
- ระมัดระวังสภาพคล่อง หากใช้จนเต็มวงเงินตลอดเวลา อาจเสียสภาพคล่อง หากไม่มีแหล่งเงินกู้อื่น
หมายเหตุ: ก่อนตัดสินใจขอวงเงิน OD อย่าลืมเช็กอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อ
สินเชื่อ OD เหมาะกับใคร?
สินเชื่อ OD จะเหมาะสำหรับผู้ประกอบธุรกิจ ที่มีรายได้ไม่สม่ำเสมอ และต้องบริหารเงินหมุนระยะสั้นอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจที่กระแสเงินสดเข้า ไม่พร้อมกับเงินออก
ตัวอย่าง:
- ร้านค้า ที่ต้องสต็อกของก่อนขาย
- โรงงานผลิต ที่รับออเดอร์มาผลิตก่อน แต่เก็บเงินลูกค้าทีหลัง
- ธุรกิจรับเหมา / ผู้ให้บริการ ที่ออกใบแจ้งหนี้แล้วรอเก็บเงิน 30–60 วัน แต่ยังจำเป็นต้องจ่ายเงินเดือนตรงรอบทุกเดือน
เน้นย้ำว่า เงินสินเชื่อ OD จะเหมาะสำหรับการทำธุรกิจ (ไม่ควรเบิกใช้ส่วนตัว) ที่ต้องใช้ในยามฉุกเฉินชั่วคราวเท่านั้น ถ้าธุรกิจใครเข้าข่ายนี้ การขออนุมัติเงิน OD ไว้ก็ไม่เสียหาย
ตัวอย่างการใช้งาน OD กับธุรกิจแบบเข้าใจง่าย
ตัวอย่างธุรกิจ SME
บริษัท A รับออกแบบบ้านเพิ่งเปิดใหม่ ไม่ได้มีเงินสดสำรองมาก ได้รับงานแรกจำนวน 200,000 บาท แจ้งหนี้ลูกค้าแล้ว แต่ลูกค้ายังไม่จ่ายเนื่องจากได้เครดิต 45 วัน ระหว่างนี้บริษัทต้องจ่ายเงินเดือนพนักงาน 120,000 บาท
วิธีแก้ด้วยสินเชื่อ OD คือ เบิกเงิน OD มาใช้จ่ายเงินเดือนก่อน เมื่อเงินลูกค้าเข้าบัญชี ระบบจะปิด OD อัตโนมัติ ทำให้บริษัทจ่ายเงินเดือนตรงเวลาให้กับลูกน้อง และงานไม่ชะงัก ในขณะที่รอเงินเข้าจากลูกค้า
ตัวอย่างธุรกิจส่วนตัวนามบุคคล
นาย B เป็นเจ้าของร้านนาฬิกาขายออนไลน์ใน Shopee / Lazada จะมีเงินเข้าเป็นรอบ ทุก 7–14 วัน ในระหว่างเดือนจำเป็นต้องจ่ายค่าสินค้าล็อตใหม่ 30,000 บาททันที แต่ยังไม่ได้รับเงินจากแพลตฟอร์ม
นาย B ใช้เงิน OD จ่ายค่าสต็อกสินค้าไปก่อน เมื่อเงินจากแพลตฟอร์มเข้าบัญชีจะปิดยอด OD ทำให้ไม่พลาดโอกาสขายลูกค้าในอนาคต ไม่ต้องทำเรื่องขอกู้สินเชื่อก้อนใหญ่ธนาคารเพราะอาจจะไม่ผ่าน และใช้เวลานาน
ทำบัญชีด้วย FlowAccount ช่วยให้เห็นผลประกอบการแบบ Real-time
อยากรู้ว่าเงินสดเหลือเท่าไร และจำเป็นต้องขอสินเชื่อเงิน OD ไว้ล่วงหน้าหรือไม่ ทำบัญชีด้วย FlowAccount จะช่วยให้เห็นผลประกอบการแบบ Real-time สามารถเช็กรายรับ-รายจ่าย ลูกหนี้ค้างรับ เจ้าหนี้ค้างจ่าย และเงินสดคงเหลือได้ทันที ช่วยให้ผู้ประกอบการวางแผนใช้เงิน OD แบบไม่เกินตัว
เงิน OD คือ วงเงินเบิกเกินบัญชีที่เป็นสินเชื่อรูปแบบหนึ่ง เหมาะสำหรับธุรกิจไว้ใช้ในยามฉุกเฉินเพื่อให้มีเงินหมุนเวียนใช้จ่ายภายในธุรกิจ ข้อดีของเงิน OD คือ มีความคล่องตัว เบิกใช้ง่าย และเสียดอกเบี้ยเมื่อเบิกเกินบัญชีเท่านั้น แต่ในทางกลับกันผู้ประกอบการต้องระมัดระวัง ไม่ใช้วงเงิน OD ผิดวัตถุประสงค์ เพราะว่าดอกเบี้ยเงิน OD นั้นสูงกว่าสินเชื่อเงินก้อน และถ้าเผลอไปใช้เกินวงเงิน อาจทำให้เราเสียเครดิตจากการที่จ่ายเช็กเด้ง เมื่อเข้าใจแล้วว่าสินเชื่อ OD คืออะไร อย่าลืมใช้เครื่องมือทางการเงินนี้วางแผนใช้จ่าย อย่างชาญฉลาดเพื่อให้ธุรกิจเติบโตด้วยนะ
คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับ สินเชื่อ OD
1. สินเชื่อ OD คิดดอกเบี้ยอย่างไร?
ตอบ: สินเชื่อ OD จะ คิดดอกเบี้ยเฉพาะยอดเงินที่ใช้จริง ไม่ได้คิดจากวงเงินทั้งหมด โดยดอกเบี้ยจะคำนวณแบบ รายวัน ตามจำนวนวันที่มีการใช้วงเงิน
เช่น วงเงิน OD 500,000 บาท ใช้จริง 100,000 บาท เป็นเวลา 10 วัน ดอกเบี้ยจะคิดจาก 100,000 บาท × 10 วัน x อัตราดอกเบี้ย เท่านั้น
2. ขอวงเงิน OD ต้องมีเอกสารอะไรบ้าง?
ตอบ: เอกสารที่ธนาคารใช้พิจารณาอนุมัติวงเงิน OD สำหรับธุรกิจ โดยทั่วไปมีดังนี้
- Bank Statement ย้อนหลัง 6–12 เดือน
- เอกสารจดทะเบียนธุรกิจ ได้แก่ หนังสือรับรอง ทะเบียนพาณิชย์ หรือเอกสารแสดงการประกอบธุรกิจของบุคคลธรรมดา
- งบการเงินปีล่าสุด หรือรายงานรายรับ–รายจ่าย
- เอกสารแสดงรายได้ เช่น ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ ใบกำกับภาษี
- หลักทรัพย์ค้ำประกัน (ในบางกรณี)
3. OD ต่างจากบัตรเครดิตยังไง?
ตอบ: เงิน OD (Overdraft) กับ บัตรเครดิต ต่างกันที่วัตถุประสงค์หลักในการใช้ โดย OD จะใช้เพื่อเป็นเงินหมุนในธุรกิจ ส่วนบัตรเครดิตมักจะใช้สำหรับค่าใช้จ่ายส่วนตัว ซึ่ง OD จะเหมาะกับเสริมสภาพคล่องระยะสั้นให้ธุรกิจมีดอกเบี้ยสูงแต่ยืดหยุ่นคิดตามจำนวนเงินที่เบิกเกินบัญชี ส่วนบัตรเครดิตเหมาะใช้จ่ายทั่วไป มีเวลาปลอดดอกเบี้ยนาน แต่ต้องคืนตามกำหนด
4. สินเชื่อเงินก้อนกับเงินหมุนต่างกันอย่างไร ควรเลือกแบบไหนดี ?
ตอบ: ต้องพิจารณาวัตถุประสงค์ในการใช้เงิน
- ถ้าต้องใช้เงินลงทุนระยะยาว เช่น ซื้อเครื่องจักร เปิดสาขาใหม่ จะเหมาะกับสินเชื่อเงินก้อน
- ถ้าต้องใช้เงินหมุนระยะสั้น เช่น รอเงินลูกค้า จ่ายค่าใช้จ่ายประจำเดือนก่อน จะเหมาะกับสินเชื่อ OD
ในทางปฏิบัติ ธุรกิจจำนวนมากเลือกใช้สินเชื่อเงินก้อน ควบคู่กับ OD เพื่อใช้ในการ “ลงทุน” และ “หมุนเงิน” ไปพร้อม ๆ กัน แต่ต้องมั่นใจว่าจะสามารถหาเงินมาจ่ายชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยได้ด้วย
5. มีสินเชื่อ OD แล้ว จะทำให้ธุรกิจเสี่ยงเป็นหนี้สะสมหรือไม่?
ตอบ: ค่อนข้างเสี่ยง หากใช้เงิน OD ผิดวิธี เช่น ใช้เงิน OD แทนเงินลงทุน, ไม่มีการควบคุมกระแสเงินสดเพื่อมาจ่ายคืน OD, ใช้ OD ต่อเนื่องยาวโดยไม่ปิดหนี้ นอกจากจะมีภาระเรื่องสภาพคล่องแล้ว ยังต้องจ่ายดอกเบี้ยราคาแพงอีกด้วย
About Author

นักบัญชี ผู้สอบบัญชี และผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ cpdacademy.co คอร์สอบรมบัญชี CPD ออนไลน์สำหรับผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชี ที่มีประสบการณ์ในวิชาชีพมากกว่า 10 ปี และอยากส่งต่อความรู้เพื่อเพื่อนนักบัญชีให้มีทักษะอย่างมืออาชีพและก้าวทันโลกดิจิทัล
ร่วมสมัครเป็นนักเขียนกับ FlowAccount ได้ที่นี่