อัปเดตคุณสมบัติและเงื่อนไขผู้ทำบัญชีใหม่ ปี 2569

คุณสมบัติผู้ทำบัญชีใหม่ ปี 2569

ตามที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ได้ออกประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง กำหนดคุณสมบัติและเงื่อนไขของการเป็นผู้ทำบัญชี พ.ศ. 2568 เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2568 

โดยประกาศดังกล่าว ได้มีแก้ไขเกี่ยวกับคุณสมบัติและเงื่อนไขของการเป็นผู้ทำบัญชีรวมถึงหลักปฏิบัติเกี่ยวกับชั่วโมงพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพบัญชี (CPD) ของผู้ทำบัญชี ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อยกระดับมาตรฐานและความโปร่งใสของธุรกิจไทยกว่า 9 แสนราย สำหรับผู้ทำบัญชีมากกว่า 8 หมื่นคน ต้องมีคุณสมบัติครบตามข้อกำหนด เพื่อให้ธุรกิจและผู้ทำบัญชีสามารถดำเนินงานได้อย่างถูกต้องและโปร่งใส


บทความนี้จะสรุปทุกข้อควรรู้เกี่ยวกับคุณสมบัติและเงื่อนไขผู้ทำบัญชีใหม่ รวมถึงระบบ e-Accountant เวอร์ชันใหม่ ที่ช่วยให้การตรวจสอบข้อมูลสะดวกและรวดเร็ว


เลือกอ่านได้เลย!

คุณสมบัติผู้ทำบัญชีใหม่ 


ผู้ทำบัญชีต้องมีคุณสมบัติครบ 6 ข้อ ดังนี้

  1. มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร
  2. มีความรู้ภาษาไทยเพียงพอที่จะทำหน้าที่เป็นผู้ทำบัญชีได้
  3. มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามที่จะประกอบวิชาชีพเป็นผู้ทำบัญชีและต้องเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี ตาม พ.ร.บ.วิชาชีพบัญชี 2547
  4. ไม่เคยต้องโทษจำคุกตามมาตรา 39 (3) ของ พ.ร.บ.วิชาชีพบัญชี 2547
  5. จบวุฒิการศึกษาตามที่กำหนด (ด้านบัญชี)
  6. ผ่านการทดสอบตามหลักเกณฑ์ที่กรมกำหนด (ใหม่)

เงื่อนไขการเป็นผู้ทำบัญชีใหม่


ผู้ทำบัญชีต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไข ดังนี้

 

เมื่อเป็นผู้ทําบัญชีแล้ว ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของการเป็นผู้ทําบัญชีตามที่ประกาศกรมฯ กําหนด ดังนี้

  • แจ้ง/ยกเลิกธุรกิจที่รับทำบัญชี - ภายใน 30 วันนับแต่วันที่รับทำบัญชี หรือวันที่ยกเลิกทำบัญชี แล้วแล้วแต่กรณี
  • ยืนยันการทำบัญชี - โดยสามารถยืนยันได้หลังวันสิ้นรอบปีบัญชี แต่ต้องยืนยันก่อนที่ธุรกิจนำส่งงบการเงินต่อกรม (เปลี่ยนแปลงตามกฎหมายใหม่)
  • รับทำบัญชีได้ไม่เกิน 100 งบการเงิน ต่อปีปฏิทิน (เดิม รับทำบัญชีได้ไม่เกิน 100 ราย ต่อปีปฏิทิน) 
  • เข้ารับการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพบัญชี (CPD) - ไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมงต่อปีปฏิทิน (ด้านบัญชีไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง และด้านจรรยาบรรณไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง เดิม ไม่ได้กำหนดด้านจรรยาบรรณ) 
  • แจ้งรายละเอียดการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพบัญชี (CPD) หลังทำกิจกรรม และต้องไม่เกินวันสิ้นปีปฏิทินที่พัฒนาความรู้ฯ ภายในวันที่ 31 ธันวาคมของของทุกปี (เดิม ภายในวันที่ 30 มกราคมของปีถัดไป)
  • กรณีชั่วโมง CPD ไม่ครบ ต้องชดเชยให้ครบสุดไม่เกิน 12 ชั่วโมง และต้องเป็นด้านบัญชีทั้งหมด โดยให้นำมารวมเพิ่มจากจำนวนชั่วโมงในปีถัดไป (เดิม ต้องชดเชยให้ครบสูงสุดไม่เกิน 24 ชั่วโมง)
  • แจ้งยกเลิกเป็นผู้ทำบัญชี ผู้ทำบัญชีไม่ประสงค์เป็นผู้ทำบัญชีแล้ว ต้องแจ้งแจ้งยกเลิกเป็นผู้ทำบัญชี
  • แจ้งขอกลับมาเป็นผู้ทำบัญชี
    • ต้องมีคุณสมบัติของผู้ทำบัญชีครบถ้วน
    • กรณีที่แจ้งยกเลิกเป็นผู้ทำบัญชีมีจำนวนชั่วโมงการพัฒนาความรู้ฯ ไม่ครบตามที่กำหนด ต้องเข้ารับการพัฒนาความรู้ฯ ให้ครบ ตามจำนวนชั่วโมงที่ขาดหายไปก่อน โดยชั่วโมงที่ชดเชยเมื่อรวมกันแล้วไม่เกิน 12 ชัวโมง และต้องเป็นด้านบัญชีทั้งหมด    (เปลี่ยนแปลงตามกฎหมายใหม่)

 

สรุปผลกระทบต่อการเก็บชั่วโมงพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพบัญชี (CPD) ของผู้ทำบัญชีใหม่


เปรียบเทียบผลกระทบต่อการเก็บชั่วโมง CPD ของผู้ทำบัญชีใหม่


ระบบ e-Accountant เวอร์ชันใหม่ดีอย่างไร?


กรมพัฒน์ได้อัปเดตระบบ e-Accountant ให้เชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่ออำนวยความสะดวกและละลดภาระของผู้ทำบัญชี ในการกรอกและแนบเอกสาร ช่วยลดระยะเวลาการพิจารณาคำขอ ทำให้คำขอสามารถอนุมัติได้ไว้ขึ้น

 

คุณสมบัติเด่นของระบบใหม่:

  • ตรวจสอบสถานะผู้ทำบัญชี และธุรกิจที่รับทำบัญชีแบบเรียลไทม์
  • ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน
  • สนับสนุนธุรกิจไทยสู่ความโปร่งใสและดิจิทัลเต็มรูปแบบ

โดยจะเปิดใช้งานระบบผู้ทำบัญชี e-Accountant ใหม่ ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป 


 

เก็บ CPD กับคอร์สสัมมนา ที่ FlowAccount


เพื่อให้ผู้ทำบัญชีสามารถปฏิบัติตามเกณฑ์ใหม่ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้อย่างถูกต้องและต่อเนื่อง FlowAccount มีคอร์สสัมมนาและกิจกรรมอบรมที่ช่วยให้ผู้ทำบัญชีสามารถ พัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพบัญชี (CPD) ครอบคลุมทั้งด้านมาตรฐานการบัญชี โปรแกรมสําเร็จรูปทางการบัญ และจรรยาบรรณวิชาชีพ

 

คอร์สสัมมนาของ FlowAccount ถูกออกแบบให้สอดคล้องกับข้อกำหนดเรื่อง ชั่วโมงพัฒนาความรู้ไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมงต่อปี ช่วยให้ผู้ทำบัญชีสามารถสะสมชั่วโมง CPD ได้อย่างเป็นระบบ สะดวก และมั่นใจว่าชั่วโมงการอบรมเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด พร้อมเพิ่มทักษะการใช้โปรแกรมบัญชี Flowacoount อีกด้วย

 

นอกจากนี้ FlowAccount ยังมี บริการค้นหาสำนักงานบัญชี ที่ตอบโจทย์ทั้งในด้านคุณภาพการให้บริการและความครบถ้วนของคุณสมบัติผู้ทำบัญชี โดยคัดเลือกสำนักงานบัญชีที่มีผู้ทำบัญชีซึ่งปฏิบัติตามเกณฑ์กฎหมายและมาตรฐานวิชาชีพอย่างเคร่งครัด ช่วยให้เจ้าของธุรกิจมั่นใจได้ว่าการจัดทำบัญชีเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และลดความเสี่ยงด้านกฎหมายในระยะยาว

 

 

ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป ผู้ทำบัญชีต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ใหม่ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยต้องผ่านการทดสอบผ่านระบบ e-Accountant และปฏิบัติตามเงื่อนไขของการเป็นผู้ทำบัญชีอย่างต่อเนื่อง หากไม่ปฏิบัติตามอาจมีโทษปรับเป็นพินัยตามกฎหมาย ทั้งผู้ทำบัญชีและเจ้าของธุรกิจจึงควรตรวจสอบสถานะและคุณสมบัติผ่านระบบ e-Accountant เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และสอดคล้องกับกฎหมาย


คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับ คุณสมบัติและเงื่อนไขผู้ทำบัญชีใหม่ ปี 2569


1. ประกาศคุณสมบัติและเงื่อนไขผู้ทำบัญชีใหม่ เริ่มใช้วันไหน

ตอบ: ประกาศฉบับใหม่ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้ามีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป ผู้ทำบัญชีและเจ้าของธุรกิจควรเตรียมความพร้อมล่วงหน้าเพื่อให้ปฏิบัติได้ถูกต้องตามกฎหมาย


2. ใครบ้างที่ได้รับผลกระทบจากประกาศนี้

ตอบ: ประกาศคุณสมบัติและเงื่อนไขผู้ทำบัญชีใหม่ส่งผลต่อ

  • ผู้ทำบัญชีมากกว่า 80,000 คน
    • ผู้ทำบัญชีเดิม ต้องเพิ่มการจำนวนชั่วโมงการพัฒนาความรู้ต่อเนื่อง (CPD) หัวข้อจรรยาบรรณ 1 ชั่วโมง
    • ผู้ทำบัญชีใหม่ ต้องผ่านการทดสอบตามหลักเกณฑ์ที่กรมกำหนด
  • เจ้าของธุรกิจและนิติบุคคลกว่า 900,000 ราย
    ที่ต้องใช้บริการผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กำหนด

3. คุณสมบัติผู้ทำบัญชีใหม่มีกี่ข้อ และมีอะไรบ้าง

ตอบ: ผู้ทำบัญชีต้องมีคุณสมบัติครบ 6 ข้อ ได้แก่

  1. มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย
  2. มีความรู้ภาษาไทย
  3. มีวุฒิการศึกษาด้านบัญชี
  4. เป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี
  5. ไม่มีประวัติความผิดตามกฎหมาย
  6. ผ่านการทดสอบ e-Accountant

4. ผู้ทำบัญชีเดิมต้องสอบ e-Accountant ทุกคนหรือไม่

ตอบ: ไม่จำเป็น เพราะ ผู้ทำบัญชีที่ คงสถานะก่อนปี 2569 และต่ออายุสมาชิกทันตามกำหนด จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องผ่านการทดสอบ e-Accountant


5. ผู้ทำบัญชีสามารถรับทำบัญชีได้กี่บริษัทต่อปี

ตอบ: ตามเงื่อนไขใหม่ ผู้ทำบัญชีสามารถรับทำบัญชีได้ ไม่เกิน 100 งบการเงินต่อปี เพื่อควบคุมคุณภาพงานและมาตรฐานวิชาชีพ


6. ผู้ทำบัญชีต้องเก็บ CPD ต่อเนื่องหรือไม่

ตอบ: ผู้ทําบัญชีต้องเข้ารับการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพบัญชีไม่น้อยกว่า 12ชั่วโมงต่อปีปฏิทิน โดยต้องมีเนื้อหาเกี่ยวกับการบัญชีไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง และเนื้อหาเกี่ยวกับจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง


7. หากผู้ทำบัญชีไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข จะเกิดผลอย่างไร

ตอบ: ผู้ทำบัญชีที่ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขอาจ

  • จะมีโทษปรับเป็นพินัยตามกฎหมาย
  • ถูกเพิกถอนสถานะผู้ทำบัญชี

ไม่สามารถรับทำบัญชีให้ธุรกิจได้อย่างถูกต้องซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของธุรกิจที่ใช้บริการ

About Author

รับวันใช้งานฟรี 30 วัน
เมื่อสมัครทดลองใช้ FlowAccount วันนี้
สมัครเลย