บัญชีชุดเดียว ปี 62 มาตรการจากภาครัฐกลับมาอีกครั้ง กระตุ้นเจ้าของธุรกิจทำบัญชีให้ถูกต้อง

บัญชีชุดเดียว

 
Highlight:

  • รัฐบาลได้มีการนำมาตรการให้เจ้าของธุรกิจ SMEs มาจดแจ้งบัญชีชุดเดียวกลับมาพิจารณาอีกครั้ง ซึ่งคาดว่าจะพิจารณาแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนมีนาคมนี้
  • หากมาตรการบัญชีชุดเดียวผ่านการพิจารณาจากคณะ สนช. เจ้าของธุรกิจที่มีการจดแจ้งทำบัญชีชุดเดียวและมีเงื่อนไขตามที่กรมสรรพากรกำหนดจะได้รับการยกเว้นเบี้ยปรับหรือเงินเพิ่ม
  • ซึ่งการทำบัญชีชุดเดียว จะช่วยให้เจ้าของธุรกิจรู้ฐานะการเงินของกิจการอย่างแท้จริง มีความโปร่งใส่ ตรวจสอบได้ และช่วยประหยัดภาษีมากขึ้น

 

เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กระทรวงการคลังออกมาตรการให้เจ้าของธุรกิจ SMEs หันมาจดแจ้งการทำ “บัญชีชุดเดียว” อีกครั้งภายในเดือนมิถุนายน 2562 นี้ หลังจากที่ได้มีการออกมาตรการนี้มาแล้วรอบหนึ่งเมื่อปี 2559 ที่ผ่านมา ซึ่งเหตุผลที่มีการพิจารณาว่าจะนำมาตรการนี้ออกมาใช้อีกครั้งหนึ่ง ก็เพราะเจ้าของธุรกิจ SMEs ที่จดแจ้งทำบัญชีชุดเดียวไปแล้วยังมีการทำบัญชีไม่ถูกต้อง และกระตุ้นให้เจ้าของธุรกิจ SMEs หน้าใหม่ที่ยังไม่เคยจดแจ้งทำบัญชีชุดเดียวมาจดแจ้งเพื่อทำบัญชีและยื่นแบบเสียภาษีให้ถูกต้องนั่นเอง

 
การทำบัญชีที่แสดงตัวเลขกำไร-ขาดทุนไม่ตรงตามสภาพความเป็นจริงของกิจการอาจทำให้เจ้าของธุรกิจถูกเรียกตรวจสอบบัญชีย้อนหลัง และหากมีการดำเนินคดีหลบเลี่ยงการจ่ายภาษีย่อมสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของกิจการ เจ้าของธุรกิจเองก็เสียเครดิต รัฐบาลไม่สามารถจัดเก็บภาษีได้ครบถ้วน การประเมินภาพรวมของเศรษฐกิจเพื่อช่วยนักธุรกิจก็จะเกิดขึ้นได้ยาก

 
สำหรับมาตรการบัญชีชุดเดียวในรอบนี้ ผู้ที่จะได้รับสิทธิประโยชน์คือ

  1. เจ้าของธุรกิจที่มีสถานะเป็นนิติบุคคล ทั้งบริษัทและห้างหุ้นส่วนขนาดกลางและขนาดย่อม ที่มีรายได้ไม่เกิน 500 ล้านบาท ที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีในปี 2559-2561 แต่ยังทำบัญชีไม่ถูกต้อง ให้ปรับปรุงแบบแสดงรายการภาษีใหม่ และยื่นผ่านอินเทอร์เน็ตภายในเดือนมิถุนายน 2562 – มิถุนายน 2563
  2. เจ้าของธุรกิจที่มีสถานะเป็นนิติบุคคล ทั้งบริษัทและห้างหุ้นส่วนขนาดกลางและขนาดย่อม ที่มีรายได้ไม่เกิน 500 ล้านบาท ที่ยังไม่เคยจดแจ้งทำบัญชีชุดเดียว และที่จดแจ้งไปแล้วแต่ยังไม่ปรับปรุงแบบให้ถูกต้องมาจดแจ้งใหม่ ภายในเดือนมิถุนายน 2562

 
ซึ่งหากมาตรการนี้ผ่านการพิจารณาจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ภายในเดือนมีนาคมนี้ เจ้าของธุรกิจ SMEs ที่จดแจ้งการทำบัญชีชุดเดียวและมีเงื่อนไขตรงตามที่กรมสรรพากรกำหนดก็จะได้รับการยกเว้นเบี้ยปรับหรือเงินเพิ่มนั่นเอง ดังนั้นในระหว่างนี้เจ้าของธุรกิจ SMEs ควรทำความเข้าใจว่า บัญชีชุดเดียวคืออะไร และช่วยให้เจ้าของธุรกิจได้ประโยชน์อะไรจากการทำบัญชีชุดเดียว

 

มาตรการ “บัญชีชุดเดียว” คืออะไร

มาตรการบัญชีชุดเดียว คือแนวทางจากภาครัฐที่ให้เจ้าของธุรกิจจัดทำบัญชีและงบการเงินให้สอดคล้องกับสภาพที่แท้จริงของกิจการเพียงชุดเดียว ต่างจากในอดีตที่เจ้าของธุรกิจหลายรายมักทำบัญชีหลายชุดซึ่งอาจจะทำให้ตัวเลขไม่ตรงตามความเป็นจริงเมื่อมายื่นกรมสรรพากร ส่งผลให้กิจการลดความน่าเชื่อถือ และเป็นผลเสียต่อภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ

 

ทำแล้ว เจ้าของธุรกิจได้อะไร

การมีบัญชีชุดเดียว (บัญชีเล่มเดียว) แน่นอนว่า อย่างแรก ช่วยประหยัดเวลาในการทำงาน ประหยัดค่าใช้จ่ายในการว่าจ้างสำนักงานบัญชีเพื่อจัดทำบัญชีให้ และประหยัดความคิด ไม่ต้องมานั่งกังวลว่าบันทึกจะมีรายการอะไรตกหล่นหรือไม่ โอกาสผิดพลาดน้อยกว่าการทำบัญชีหลายชุด

 
อย่างที่สอง ทำให้เจ้าของธุรกิจสามารถใช้ข้อมูลทางบัญชีสะท้อนผลการดำเนินการที่แท้จริง มีความโปร่งใส่ สามารถตรวจสอบได้ และรู้การเงินของกิจการตัวเอง เพื่อนำมาใช้วางแผนการ ตัดสินใจต่อไป ทำให้ธุรกิจมีความน่าเชื่อถือและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

 
ที่กล่าวมานั้นเป็นข้อดีที่เกิดขึ้นภายในกิจการของคุณ แต่สำหรับภายนอกกิจการ ที่ใกล้ตัวที่สุดคือ ธนาคาร เพราะการมีบัญชีชุดเดียวจะเพิ่มความน่าเชื่อถือของกิจการให้กับสถาบันการเงิน และที่สำคัญช่วยประหยัดภาษีได้ด้วย เนื่องจากนำส่งงบการเงินและเสียภาษีได้ตรงตามสภาพความเป็นจริงของกิจการ

 
ลองดูจากภาพ เมื่อผู้ประกอบการต้องการขอสินเชื่อจากธนาคาร ธนาคารจะตรวจสอบงบการเงินที่เราเคยส่งให้กรมสรรพากร หากเอกสารมีความเรียบร้อยถูกต้องก็จะช่วยให้การอนุมัติสินเชื่อทำได้ง่ายขึ้น

บัญชีชุดเดียว

 

กรมสรรพากรได้ข้อมูลบัญชีชุดเดียวแล้วทำอะไรต่อ

เมื่อกรมสรรพากรได้ข้อมูลจากสถาบันทางการเงินไปแล้ว จะเห็นอะไรบ้างล่ะ

 
คำตอบคือ เลขประจำตัวประชาชน, ชื่อ-สกุล, เลขที่บัญชีเงินฝาก, จำนวนครั้งของการฝาก / รับโอนเงิน และยอดรวมของการฝาก / รับโอนเงิน

 
แล้วข้อมูลดังกล่าวกรมสรรพากรจะเอาไปทำอะไร คำตอบก็ง่ายๆ  คือ อย่างแรก ข้อมูลจะถูกนำไปประมวลผลร่วมกับข้อมูลอื่น วิเคราะห์ผ่านคอมพิวเตอร์เพื่อจัดกลุ่มผู้เสียภาษีและให้บริการที่เหมาะสมต่อไป (ฟังดูเหมือนไม่มีอะไรแต่แอบกลัวกันใช่ไหม)

 
ดังนั้นเจ้าของธุรกิจต้องเตรียมความพร้อมด้วยการจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายอย่างถูกต้อง (ทดลองการทำบัญชีฟรีได้ที่นี่) พร้อมทั้งเก็บเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจ รวมทั้งยื่นแบบแสดงรายการทางภาษีให้ครบถ้วนตรงต่อเวลา

 
สิ่งเหล่านี้อาจฟังดูเหมือนไม่ง่าย แต่ไม่ยากเกินความสามารถเลย เพียงเจ้าของธุรกิจต้องมีความสม่ำเสมอและรอบคอบในการดำเนินการ และการเก็บหลักฐานทางการเงิน ซึ่งจะใช้ตัวช่วยอย่างโปรแกรมบัญชีสำเร็จรูปก็ได้ แค่นี้ก็มีส่วนช่วยให้ประสบความสำเร็จมากแล้ว

 
ข้อมูล

https://www.prachachat.net

ติดตามเรื่องราวอื่นๆของ FlowAccount.com ได้ที่

สมัครทดลองใช้ โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ฟรี
รับฟรี! Premium Package 30 วัน

You may also like