
| เมื่อถึงช่วงต้นปี สิ่งที่พนักงานออฟฟิศทุกคนต่างรอคอยคงหนีไม่พ้น เงินโบนัส ที่ถือเป็นของขวัญชิ้นใหญ่ที่เป็นเหมือนการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับพนักงานที่ทุ่มเททำงานมาตลอดทั้งปี ในขณะเดียวกัน สำหรับองค์กรแล้ว โบนัสก็เป็นเครื่องมือสำคัญในการกระตุ้นและรักษาพนักงานที่มีคุณภาพไว้กับทีมอีกด้วย |
บทความนี้ FlowAccount จะพา HR และเจ้าของธุรกิจไปทำความเข้าใจเรื่อง เงินโบนัส ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ตั้งแต่ความหมาย ประเภทต่าง ๆ ไปจนถึงวิธีคิดโบนัส เพื่อให้คุณ สามารถนำไปปรับใช้และวางแผนการให้รางวัลพนักงานได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพสูงสุด
เงินโบนัส คืออะไร ?
เงินโบนัส คือ เงินรางวัลพิเศษที่บริษัทหรือองค์กรจ่ายให้กับพนักงานนอกเหนือจากเงินเดือนหรือค่าจ้างตามปกติ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อตอบแทนความเหนื่อยยาก ความทุ่มเทของพนักงานที่มีส่วนช่วยให้บริษัทเติบโตและบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจได้สำเร็จ ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ผู้มีสิทธิ์ได้รับมักจะเป็นพนักงานประจำที่ผ่านการประเมินตามเกณฑ์ที่บริษัทกำหนด
เงินโบนัส จำเป็นต้องจ่ายให้พนักงานหรือไม่ ?
คำตอบคือ แล้วแต่นโยบายของแต่ละองค์กร เนื่องจากการจ่าย เงินโบนัส ไม่ได้มีข้อบังคับทางกฎหมายว่าทุกบริษัทต้องจ่าย แต่เป็น "สวัสดิการพนักงาน" ที่บริษัทมอบให้ตามความสมัครใจ ดังนั้น การจ่ายโบนัสจึงขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างประกอบกัน เช่น ผลประกอบการของบริษัทในปีนั้น ๆ, ผลการปฏิบัติงานของพนักงาน, เงื่อนไขที่ระบุไว้ในสัญญาจ้าง หรือข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างของแต่ละองค์กร
รูปแบบการให้โบนัสพนักงาน มีกี่ประเภท อะไรบ้าง ?
การให้เงินโบนัส สามารถแบ่งได้หลายประเภท เพื่อให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันไป โดยประเภทของการจ่ายเงินโบนัส ที่นิยมใช้กันในองค์กรไทยส่วนใหญ่ มีดังนี้
โบนัสประจำปี (Annual Bonus)
โบนัสประจำปี คือ รูปแบบโบนัสที่เป็นที่รู้จักมากที่สุด โดยปกติจะจ่ายปีละ 1-2 ครั้ง (กลางปีและ/หรือปลายปี) โบนัสประเภทนี้มักจะอ้างอิงจากผลประกอบการโดยรวมของบริษัทในปีนั้น ๆ เพื่อเป็นรางวัลและคำขอบคุณสำหรับความทุ่มเทของพนักงานทุกคนที่มีส่วนร่วมในความสำเร็จตลอดทั้งปี ถือเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจของพนักงานในองค์กรได้เป็นอย่างดี
โบนัสตามผลงาน (Performance Bonus)
โบนัสตามผลงาน คือ โบนัสที่เป็นการตอบแทนผลลัพธ์ในการทำงานของพนักงาน เป็นรายบุคคลหรือรายทีมโดยตรง โดยจะผูกกับตัวชี้วัดผลงาน (KPIs) ที่ชัดเจนและวัดผลได้ ใครที่ทำผลงานได้โดดเด่นทะลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ ก็จะได้รับโบนัสในอัตราที่สูงขึ้นตามลำดับขั้น โบนัสประเภทนี้เป็นเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมในการกระตุ้นให้และผลักดันให้พนักงานพัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างต่อเนื่อง
โบนัสจากรายได้บริษัท (Profit-Sharing Bonus)
โบนัสจากรายได้บริษัท คือ โบนัสที่เป็นการแบ่งปันผลกำไร โดยจะผูกโดยตรงกับเป้าหมายด้านการเงินของบริษัท เช่น รายได้รวม หรือกำไรสุทธิ หากบริษัทสามารถทำผลประกอบการได้ทะลุเป้าที่กำหนดไว้ ส่วนหนึ่งของกำไรนั้นจะถูกแบ่งมาจัดสรรเป็นโบนัสให้แก่พนักงาน วิธีนี้ช่วยทำให้พนักงานทุกคนรู้สึกว่าพวกเขามีส่วนได้ส่วนเสียกับความสำเร็จของบริษัท
โบนัสเพื่อสร้างแรงจูงใจ (Incentive Bonus)
โบนัสเพื่อสร้างแรงจูงใจ คือ โบนัสที่ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นให้พนักงานบรรลุเป้าหมายอะไรบางอย่าง มักจะเป็นเงินรางวัลพิเศษที่จ่ายทันทีเมื่อภารกิจสำเร็จ เช่น โบนัสสำหรับทีมที่สามารถปิดโปรเจกต์ใหญ่ได้ก่อนกำหนด หรือโบนัสพิเศษสำหรับทีมบริการลูกค้าที่ทำคะแนนความพึงพอใจได้สูงสุดในไตรมาส ฯลฯ เป็นรูปแบบการจ่ายเงินโบนัส ที่ช่วยกระตุ้นให้ทีมเร่ง Performance ในการทำงานได้ดี
โบนัสจากการแนะนำพนักงาน / ลูกค้า (Referral Bonus)
โบนัสจากการแนะนำ คือโบนัสพิเศษที่มอบให้แก่พนักงานที่ช่วยแนะนำคนรู้จักที่มีความสามารถเข้ามาทำงานกับองค์กร (Employee Referral) หรือแนะนำลูกค้ารายใหม่ที่สร้างรายได้ให้กับบริษัทได้ (Client Referral) โบนัสประเภทนี้ถือเป็นกลยุทธ์ที่คุ้มค่าสำหรับองค์กร เพราะนอกจากจะได้พนักงานหรือลูกค้าใหม่แล้ว ยังเป็นการส่งเสริมให้พนักงานปัจจุบันมีส่วนร่วมในการเติบโตของบริษัทอีกด้วย

ข้อดีของการให้เงินโบนัสพนักงาน มีอะไรบ้าง ?
การให้ เงินโบนัส ไม่ใช่แค่การสร้างความสุขให้พนักงาน แต่ยังส่งผลดีต่อองค์กรในหลายมิติ ดังนี้
- สร้างแรงจูงใจและเพิ่มประสิทธิภาพ: โบนัสเป็นเหมือนรางวัลที่ช่วยกระตุ้นให้พนักงานทำงานอย่างเต็มที่และกระตือรือร้นที่จะบรรลุเป้าหมายที่ท้าทายยิ่งขึ้น
- รักษาพนักงานที่มีคุณภาพ (Employee Retention): การให้รางวัลที่เหมาะสมช่วยลดอัตราการลาออก (Turnover Rate) ได้ ซึ่งทำให้องค์กรสามารถรักษาพนักงานเก่ง ๆ ที่เป็นกำลังหลักไว้กับทีมได้ในระยะยาว
- สร้างความภักดีและความผูกพันต่อองค์กร: โบนัสทำให้พนักงานรู้สึกว่าองค์กรเห็นคุณค่าในความทุ่มเทของพวกเขา ส่งผลให้เกิดความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จและมีความผูกพันกับองค์กรมากขึ้น
- ช่วยให้องค์กรดึงคนเก่งเข้ามาร่วมงานได้ง่าย: องค์กรที่มีชื่อเสียงด้านการให้โบนัสที่ดีและสม่ำเสมอ จะกลายเป็นที่ต้องการในตลาดแรงงาน ช่วยดึงดูดผู้สมัครที่มีศักยภาพสูง (Top Talent) ให้สนใจเข้ามาร่วมงานได้ง่ายขึ้น
- ช่วยให้พนักงานโฟกัสที่ ‘ผลลัพธ์’ ของการทำงาน: การจ่ายเงินโบนัสที่ขึ้นกับ Performance เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าองค์กรให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ช่วยกระตุ้นให้พนักงานโฟกัสกับการสร้างผลงานให้บรรลุเป้าหมายมากกว่าแค่ทำงานไปวัน ๆ
วิธีคิดโบนัสแบบมาตรฐาน มีหลักในการคิดเงินโบนัสอย่างไร ?
วิธีคิดโบนัส นั้นไม่มีสูตรตายตัวและแตกต่างกันไปในแต่ละองค์กร แต่มีหลักการคำนวณที่นิยมใช้กันโดยทั่วไป คือ การคำนวณโดยอิงจากฐานเงินเดือนและอายุงานของพนักงานแต่ละคน เช่น โบนัส 1 เดือน, 2 เดือน หรืออาจเป็นโบนัส 0.5 เดือน ขึ้นอยู่กับผลประกอบการและนโยบาย โดยหลักวิธีคิดเงินโบนัส คือ
เงินเดือนของพนักงาน x จำนวนเดือนของโบนัส = เงินโบนัสที่พนักงานได้รับ
สำหรับคำถามที่ว่า เงินโบนัส คิดยังไง ให้ยุติธรรมที่สุด ? หลายบริษัทจึงนิยมใช้ระบบเกรดประเมินผลงาน (Performance Grade) มาเป็นตัวคูณเพิ่มเติม เช่น
- เกรด A (ผลงานดีเยี่ยม): ได้โบนัส 2 เท่าของเงินเดือน ตัวอย่างเช่น พนักงานได้เงิน 20,000 บาท จะได้รับเงินโบนัส 40,000 บาท (20,000 × 2 = 40,000 บาท)
- เกรด B (ผลงานดี): ได้โบนัส 1.5 เท่าของเงินเดือน ตัวอย่างเช่น พนักงานได้เงิน 20,000 บาท จะได้รับเงินโบนัส 30,000 บาท (20,000 × 1.5 = 30,000 บาท)
- เกรด C (ผลงานตามมาตรฐาน): ได้โบนัส 1 เท่าของเงินเดือน ตัวอย่างเช่น พนักงานได้เงิน 20,000 บาท จะได้รับเงินโบนัส 20,000 บาท (20,000 × 1 = 20,000 บาท)
- สำหรับพนักงานใหม่ที่เพิ่งเริ่มงานได้ไม่กี่เดือน หรือ พนักงานที่ Performance ไม่ถึงตามเป้าหมายของบริษัท องค์กรอาจให้โบนัส 0.5 เดือน เพื่อเป็นรางวัลปลอบใจได้ ตัวอย่างเช่น พนักงานได้เงิน 20,000 บาท จะได้รับเงินโบนัส 10,000 บาท (20,000 × 0.5 = 10,000 บาท)
ซึ่งหลักการคำนวณเหล่านี้ต้องอาศัยความละเอียดอ่อนเช่นเดียวกับการคำนวณค่าตอบแทนอื่น ๆ เช่น วิธีคิดโอที เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรมกับพนักงานทุกคน
จัดการจ่ายโบนัส และ เงินเดือนอย่างเป็นระบบ ด้วยโปรแกรมเงินเดือน FlowAccount Payroll
เงินโบนัส คือ รางวัลแห่งความสำเร็จที่องค์กรมอบให้เพื่อตอบแทนความทุ่มเทของพนักงานตลอดทั้งปี แม้จะไม่ใช่ข้อบังคับทางกฎหมาย แต่ก็เป็นสิ่งที่ช่วยสร้างแรงจูงใจ ช่วยรักษาคนเก่ง และสะท้อนถึงวัฒนธรรมองค์กรที่ใส่ใจในบุคลากร การทำความเข้าใจรูปแบบและวิธีการคำนวณที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับ HR และผู้ประกอบการทุกคน
เมื่อถึงเวลาที่ต้องจ่ายเงินโบนัส การมีเครื่องมือที่ช่วยให้กระบวนการจ่ายเงินเป็นไปอย่างราบรื่น ถูกต้อง และปลอดภัย คือหัวใจสำคัญ ให้โปรแกรมเงินเดือน FlowAccount Payroll เป็นผู้ช่วยจัดการจ่าย เงินโบนัส พร้อมส่งสลิปเงินเดือนและใบ 50 ทวิ ให้พนักงานของคุณได้ทันที ด้วยระบบจ่ายเงินเดือนออนไลน์ที่เชื่อมต่อตรงกับ K-Cash Connect ของธนาคารกสิกรไทย ทำให้การจ่ายเงินเดือนและโบนัสเป็นเรื่องง่าย ปลอดภัย และสร้างความประทับใจให้พนักงานของคุณ
คำถามที่พบบ่อย (FAQs) สำหรับการให้โบนัสพนักงาน
รวบรวมคำถามที่ HR และพนักงานมักสงสัยเกี่ยวกับการจ่ายเงินโบนัส มาไว้ที่นี่แล้ว
เงินโบนัส หักภาษีอย่างไร? ต้องเสียภาษีอะไรบ้าง
ตอบ : สำหรับคำถามที่ว่า เงินโบนัส หักภาษีอย่างไร? ต้องอธิบายว่า เงินโบนัส ถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(1) เช่นเดียวกับเงินเดือน ดังนั้นจึงต้องถูกนำไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตอนสิ้นปี และต้องมีการหัก ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ณ เดือนที่จ่ายโบนัสตามปกติ
พนักงานใหม่ต้องทำงานกี่เดือนถึงจะได้โบนัส?
ตอบ : ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละบริษัท บางแห่งกำหนดว่าพนักงานต้องผ่านการทดลองงานก่อน หรือบางแห่งอาจกำหนดว่าต้องมีอายุงานครบ 1 ปี แต่บริษัทส่วนใหญ่จะเลือกจ่ายเงินโบนัสตามสัดส่วน (Pro-rate) เช่น หากทำงานมา 6 เดือน ก็จะได้รับโบนัสครึ่งหนึ่งของอัตราปกติ เป็นต้น
สถิติการลาของพนักงานในแต่ละปี มีผลต่อการคำนวณโบนัสหรือไม่ ?
ตอบ : ขึ้นอยู่กับนโยบายและหลักเกณฑ์การประเมินผลงานของแต่ละองค์กรโดยตรง ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 2 กรณี ดังนี้
- การลาตามสิทธิ์: โดยทั่วไปแล้ว การลาตามสิทธิ์ที่กฎหมายกำหนดหรือตามระเบียบของบริษัท เช่น การลาพักร้อนประจำปี หรือการลาป่วยโดยมีใบรับรองแพทย์ ส่วนใหญ่จะ ไม่มีผลโดยตรง ต่อการประเมินโบนัส เพราะถือเป็นสิทธิ์ที่พนักงานพึงได้รับ
- การลาที่เกินกว่าสิทธิ์หรือส่งผลกระทบต่องาน: หากพนักงานมีการลาป่วยบ่อยครั้งโดยไม่มีใบรับรองแพทย์, การมาสาย, หรือการขาดงาน ซึ่งถูกบันทึกไว้และส่งผลกระทบต่อการทำงาน ซึ่งอาจถูกนำไปพิจารณา เป็นส่วนหนึ่งของการประเมินผลงานของพนักงานได้
ดังนั้น องค์กรควรมีนโยบายที่โปร่งใสและสื่อสารให้พนักงานทราบอย่างชัดเจนว่า สถิติการลามีผลต่อการประเมินผลงานในด้านใดบ้าง เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้น
โบนัสต้องนำไปรวมคำนวณประกันสังคมหรือไม่?
ตอบ : ไม่จำเป็นต้องนำไปรวม เพราะการคำนวณเงินสมทบประกันสังคมจะคิดจากฐานเงินเดือนปกติเท่านั้น (สูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท) โบนัสถือเป็นเงินได้พิเศษจึงไม่ถูกนำมาคำนวณในส่วนนี้
โบนัสกับค่าคอมมิชชัน แตกต่างกันอย่างไร?
ตอบ : ค่าคอมมิชชันมักจะผูกกับยอดขายโดยตรงเป็นเปอร์เซ็นต์ที่ชัดเจน และเป็นรายได้หลักสำหรับตำแหน่งงานขาย ส่วนโบนัสมักจะเป็นเงินก้อนที่ให้ปีละครั้งหรือสองครั้ง โดยอิงจากภาพรวมของผลงานและผลประกอบการบริษัท ซึ่งพนักงานในตำแหน่งอื่น ๆ ที่ไม่ได้ทำยอดขายโดยตรงก็มีสิทธิ์ได้รับ
About Author

Senior Marketer – Inbound / CRO ที่มีพื้นฐานประสบการณ์จากสายสื่อสารมวลชน ยังคงรักในการสัมภาษณ์และอัปเดตข่าวสารอยู่เสมอ หากมีอะไรใหม่ๆ เกี่ยวกับ FlowAccount จะรีบนำมาเล่าให้ทุกคนได้รู้ไปพร้อมๆ กันค่ะ





