
| ในโลกธุรกิจ “งบการเงิน” คือ เครื่องมือสำคัญในการช่วยให้เจ้าของธุรกิจตัดสินใจว่าบริหารธุรกิจในทิศทางไหน และเมื่อพูดถึงงบการเงิน สิ่งที่สำคัญมาก ๆ ก่อนนำงบไปใช้ก็คือ ความถูกต้องและน่าเชื่อถือของตัวเลข นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ การตรวจสอบบัญชี หรือ Audit จึงเข้ามามีบทบาท ไม่ใช่แค่เพื่อทำตามกฎหมาย แต่เพื่อช่วยให้เจ้าของธุรกิจใช้ข้อมูลที่มั่นใจได้จริง |
บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Audit คืออะไร อาชีพออดิทมีกี่ประเภท และทำไมธุรกิจที่คิดจะโตระยะยาวไม่ควรมองข้าม
เลือกอ่านได้เลย!
ToggleAudit คืออะไร?
Audit หรือ ออดิท คือ กระบวนการตรวจสอบข้อมูลทางการเงิน ระบบการทำงาน หรือกระบวนการต่างๆ ภายในขององค์กร โดยผู้ตรวจสอบที่มีความรู้ ความเป็นอิสระ และปฏิบัติงานตามมาตรฐานวิชาชีพ
เป้าหมายของการ Audit ไม่ใช่การ “จับผิด”แต่เพื่อประเมินว่า
- ข้อมูลถูกต้องหรือไม่
- ปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้องหรือไม่
- มีความเสี่ยงหรือจุดอ่อนใดที่ควรปรับปรุง
ผลลัพธ์ของการออดิทจะช่วยให้ผู้เจ้าของธุรกิจ นักลงทุน และผู้มีส่วนได้เสีย ใช้ข้อมูลในการตัดสินใจและบริหารธุรกิจได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
ตำแหน่งออดิท (Audit) มีกี่ประเภท?
หลายคนอาจคิดว่า “ออดิท” คือ การตรวจสอบบัญชีโดยผู้สอบบัญชีภายนอก ที่ต้องจ้างมาตรวจสอบงบการเงินประจำปีเพียงอย่างเดียว แต่ในความเป็นจริง งานตรวจสอบแบ่งออกได้หลายประเภท ตามขอบเขตและความเชี่ยวชาญ โดยประเภทหลักที่พบได้บ่อย ได้แก่
- ผู้ตรวจสอบบัญชีภายนอก (External Audit)
- ผู้ตรวจสอบภายใน (Internal Audit)
- ผู้ตรวจสอบระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Audit)
แต่ละประเภททำงานต่างกัน แต่เป้าหมายเดียวกัน คือ ทำให้บริษัทมีระบบที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และลดความเสี่ยงในระยะยาว ดังนี้
1. ผู้ตรวจสอบบัญชีภายนอก (External Audit)
ผู้ตรวจสอบบัญชีภายนอก (External Audit) คือ ผู้ตรวจสอบบัญชีจากภายนอกองค์กร
มีหน้าที่ตรวจสอบงบการเงิน และแสดงความเห็นว่า งบการเงินนั้นจัดทำถูกต้องตามมาตรฐานการบัญชีหรือไม่
จุดเด่นของ ผู้ตรวจสอบบัญชีภายนอก (External Audit) คือ
- ต้องมีความเป็นอิสระจากกิจการ
- ปฏิบัติงานตามมาตรฐานการสอบบัญชี
- รายงานผลต่อผู้ถือหุ้น หน่วยงานรัฐ หรือสาธารณะ
ตามกฎหมายไทย บริษัทมหาชนจำกัด บริษัทจำกัด และห้างหุ้นส่วนจำกัดจะต้องมีผู้สอบบัญชีภายนอกตรวจสอบและรับรองงบการเงิน ก่อนส่งงบให้กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและสรรพากรเสมอ
2. ผู้ตรวจสอบภายใน (Internal Audit)
ผู้ตรวจสอบภายใน (Internal Audit) คือ ผู้ตรวจสอบที่เป็นพนักงานภายในองค์กร ซึ่งอาจเป็นทั้งพนักงานภายในหรือผู้ให้บริการภายนอก โดยจะตรวจสอบระบบควบคุมภายใน การบริหารความเสี่ยง และประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของแผนกต่าง ๆ ภายในองค์กรเป็นหลัก และการตรวจสอบกระบวนการทำงานของแผนกบัญชี ก็เป็นส่วนหนึ่งในงานของผู้ตรวจสอบภายในด้วย
บทบาทสำคัญของผู้ตรวจสอบภายใน (Internal Audit) คือ
- ประเมินระบบควบคุมภายใน
- ตรวจสอบการปฏิบัติตามนโยบายองค์กรและขั้นตอนขององค์กร
- ให้ข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุงกระบวนการทำงาน
ในปัจจุบัน กฎหมายไม่ได้บังคับให้ต้องมีผู้ตรวจสอบภายใน (Internal Audit) สำหรับบริษัทที่ไม่ได้อยู่ในตลาดทุน เช่น ไม่ได้เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หรือกำลังขอจดทะเบียนเข้า IPO
แต่อย่างไรก็ตาม บางบริษัทเลือกที่จะมีผู้ตรวจสอบภายใน (Internal Audit) เพราะว่าจะช่วยตรวจสอบระบบการทำงานภายในอย่างสม่ำเสมอ เสมือนหนึ่งเป็น “ที่ปรึกษาภายใน” ที่ช่วยให้เจ้าของธุรกิจเห็นความเสี่ยงก่อนจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ และจัดการได้ทัน โดยไม่ต้องรอผู้ตรวจสอบภายนอกมาตรวจสอบปีละครั้ง
3. ผู้ตรวจสอบระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Audit)
ผู้ตรวจสอบระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Audit) คือ ผู้ตรวจสอบความปลอดภัย ประสิทธิภาพ และความสอดคล้องของระบบ IT ภายในองค์กร ทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ข้อมูล และการบริหารจัดการ เพื่อลดความเสี่ยงจากการโจมตีทางไซเบอร์ ข้อมูลรั่วไหล หรือการใช้งานที่ไม่ถูกกฎหมาย
ขอบเขตงานของผู้ตรวจสอบระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Audit) ที่สำคัญ คือ
- ตรวจสอบความปลอดภัยของข้อมูล
- ประเมินระบบ ERP หรือโปรแกรมบัญชี
- ตรวจสอบการควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูล
ผู้ตรวจสอบระบบสารสนเทศ (IT Audit) มีทั้งรูปแบบ Internal (ภายใน) และ External (ภายนอก) และขอบเขตงานอาจเกี่ยวข้องกับข้อมูลที่นำมาใช้ในการบันทึกบัญชีและจัดทำงบการเงินด้วย
ธุรกิจที่ต้องมี IT Audit ได้แก่ สถาบันการเงิน, บริษัทประกัน, และบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ นอกจากนี้ธุรกิจที่ใช้ระบบดิจิทัลเป็นหลักหรือมีข้อมูลสำคัญจำนวนมาก ก็ต้องพึ่งพา IT Audit ในการป้องกันความเสี่ยงทางเทคโนโลยีระยะยาวเช่นเดียวกัน
การตรวจสอบบัญชีสำคัญสำหรับธุรกิจอย่างไร?
การตรวจสอบ (Audit) ไม่ได้มีไว้แค่ “ทำตามกฎหมาย” แต่ช่วยสร้างคุณค่าให้ธุรกิจในหลายมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตรวจสอบบัญชี มีประโยชน์กับธุรกิจหลายด้าน ดังนี้
- เพิ่มความน่าเชื่อถือของงบการเงิน
- ช่วยผู้บริหารตัดสินใจบนข้อมูลที่ถูกต้อง
- ลดความเสี่ยงจากความผิดพลาดหรือการทุจริต
- สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและคู่ค้า
- เตรียมความพร้อมสำหรับการขยายธุรกิจหรือขอสินเชื่อ
สำหรับบริษัทเล็ก ๆ ที่เพิ่งเริ่มต้นอาจเริ่มจากการการมีผู้ตรวจสอบบัญชีภายนอกเพื่อตรวจสอบงบตามกฎหมาย และเมื่อวันใดขยับขยายธุรกิจใหญ่ขึ้น อาจตัดสินใจมีผู้ตรวจสอบภายใน (Internal Audit) ช่วยตรวจสอบกระบวนการควบคุมภายใน และการปฏิบัติงานในองค์กร จากนั้น ถ้าเริ่มเกี่ยวข้องกับระบบดิจิทัลมากขึ้น ก็ค่อยมีผู้ตรวจสอบระบบสารสนเทศ (IT Audit) ภายในเป็นของตัวเองตามความเหมาะสม เพราะนี่คือหนทางการวางโครงสร้างบริหารที่แข็งแรงในระยะยาว
ทุกบริษัทต้องมีผู้ตรวจสอบบัญชีไหม?
ตามกฎหมายไทย บริษัทจำกัด (บจก.) และห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) ที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลจะต้องมีการจัดทำงบการเงินประจำปี และให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) หรือผู้ตรวจสอบและรับรองบัญชี (TA) รับรองก่อนส่งงบให้กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและสรรพากรเสมอ
หมายเหตุ:
- บริษัทจำกัด (บจก.) ต้องให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ตรวจสอบเท่านั้น
- ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) ขนาดเล็กทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้าน สินทรัพย์รวมไม่เกิน 30 ล้าน และรายได้รวมไม่เกิน 30 ล้าน ไม่จำเป็นต้องมีผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) รับรอง แต่จะต้องมีผู้ตรวจสอบและรับรองบัญชี (TA) รับรอง
ที่สำคัญผู้สอบบัญชีต้องไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจการนะ หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ ต้องมีความอิสระจากกิจการ และนอกเหนือจากที่กฎหมายกำหนดแล้ว การมีหน้างบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีก็จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับกิจการได้อย่างมากเลย
ใช้ FlowAccount ช่วยหาสำนักงานบัญชีให้คุณ ฟรี!
เมื่อเข้าใจแล้วว่าการออดิท (Audit) หรือตรวจสอบบัญชี มีความสำคัญต่อธุรกิจอย่างมาก อีกหนึ่งคำถามที่มักเกิดขึ้นคือ ควรเลือกผู้สอบบัญชีอย่างไรให้เหมาะสมกับกิจการ
FlowAccount มีบริการช่วยหาสำนักงานบัญชี ฟรี! เพื่อให้เจ้าของธุรกิจหาผู้สอบบัญชีภายนอก (External Audit) ที่มีความสามารถ และความเชี่ยวชาญตรงกับประเภทธุรกิจ มาตรวจสอบงบการเงินและให้คำแนะนำเพื่อให้ธุรกิจเติบโตในระยะยาว
สิ่งที่ต้องเตรียมสำหรับตรวจสอบบัญชีประจำปีมีอะไรบ้าง?
เมื่อหาผู้ตรวจสอบบัญชีภายนอก (External Audit) ได้แล้ว อย่าลืมเตรียมข้อมูลสำคัญต่อไปนี้เกี่ยวกับบริษัทไว้ให้เรียบร้อย ก่อนนัดหมายผู้ตรวจสอบบัญชีเข้าตรวจสอบประจำปี
- งบการเงิน ได้แก่ งบฐานะการเงิน งบกำไรขาดทุน งบแสดงการเปลี่ยนแปลงของผู้ถือหุ้น
- งบทดลอง
- บัญชีแยกประเภท
- รายงานต่าง ๆ เช่น ลูกหนี้-เจ้าหนี้คงค้าง รายงานสินค้าคงคลัง และทะเบียนทรัพย์สินถาวร
- รายการเดินบัญชีธนาคาร (Bank Statement)
- เอกสารรายรับ-รายจ่าย เช่น ใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษี และสัญญาซื้อขาย
- แบบยื่นภาษีต่าง ๆ เช่น ภ.ง.ด.1, ภ.ง.ด.3, ภ.ง.ด. 50 และ ภ.พ.30
- หนังสือรับรองบริษัท รายงานประชุม
- สัญญาสำคัญต่างๆ ที่เกิดขึ้นในกิจการ
หากมีข้อมูลครบ ก็จะช่วยให้ผู้สอบบัญชีได้โฟกัสในการตรวจสอบได้เต็มที่ และให้คำแนะนำกับธุรกิจได้อย่างเหมาะสมนั่นเอง
การตรวจสอบ หรือออดิท (Audit) ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวเสมอไปสำหรับธุรกิจ แต่เป็นกระบวนการสำคัญที่ช่วยตรวจสอบ สร้างความถูกต้อง โปร่งใส และความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบงบการเงิน ระบบงาน หรือระบบไอที ถ้าหากอยากเติบโตในระยะยาว การมีกระบวนการตรวจสอบที่ดี ทั้งจากภายในและภายนอก เป็นเรื่องที่สำคัญและไม่ควรมองข้ามอย่างเด็ดขาด
คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับ ออดิท (Audit) คือ
1. Audit คืออะไร?
ตอบ: Audit คือ กระบวนการตรวจสอบความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของงบการเงิน ระบบงาน หรือกระบวนการภายในองค์กร
2. Audit แตกต่างจากการทำบัญชีอย่างไร?
ตอบ: การทำบัญชี คือ การบันทึกและจัดทำข้อมูลทางการเงินออกมาเป็นรายงาน เช่น งบการเงิน ส่วน Audit คือ การตรวจสอบข้อมูลทางบัญชีนั้นว่าถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นไปตามมาตรฐานบัญชีหรือไม่
3. Internal Audit ต่างกับ External Audit อย่างไร?
ตอบ: Internal Audit (ผู้ตรวจสอบภายใน) คือ พนักงานภายในที่เน้นตรวจสอบและปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน ลดความเสี่ยง และดูแลการควบคุมภายใน เพื่อประโยชน์ของผู้บริหาร ส่วน External Audit (ผู้สอบบัญชีภายนอก) คือ คนนอกองค์กรที่เป็นอิสระ มีหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของงบการเงิน เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้ใช้ภายนอก
4. Internal Audit จำเป็นต้องมีไหม?
ตอบ: กฎหมายไม่ได้บังคับให้ต้องมีผู้ตรวจสอบภายใน (Internal Audit) ในทุกๆ บริษัท บริษัทที่ต้องมีผู้ตรวจสอบภายในตามกฎหมาย ได้แก่ สำหรับบริษัทอยู่ในตลาดทุน เข่น บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หรือกำลังขอจดทะเบียนเข้า IPO แต่สำหรับบริษัททั่วไป การมีผู้ตรวจสอบภายในเป็นสิ่งที่แนะนำ ในกรณีที่ธุรกิจมีขนาดใหญ่และซับซ้อนขึ้น เพื่อให้ผู้บริหารเชื่อมั่นได้ว่าการทำงานภายในมีระบบการควบคุมภายในที่ดี และทุกแผนกทำงานอย่างมีประสิทธิภาพตามนโนบายของบริษัท
5. ธุรกิจขนาดเล็กจำเป็นต้องมี Audit หรือไม่?
ตอบ: ถ้าทำธุรกิจส่วนตัวแบบบุคคลธรรมดา กฎหมายไม่ได้บังคับให้ต้องมีผู้สอบบัญชี แต่สำหรับธุรกิจรูปนิติบุคคลขนาดเล็ก เช่น บริษัทจำกัด หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด กฎหมายบังคับว่าต้องมีผู้สอบบัญชีภายนอก (External Audit) ตรวจสอบงบการเงินก่อนที่จะนำส่งงบแก่หน่วยงานรัฐ
About Author

นักบัญชี ผู้สอบบัญชี และผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ cpdacademy.co คอร์สอบรมบัญชี CPD ออนไลน์สำหรับผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชี ที่มีประสบการณ์ในวิชาชีพมากกว่า 10 ปี และอยากส่งต่อความรู้เพื่อเพื่อนนักบัญชีให้มีทักษะอย่างมืออาชีพและก้าวทันโลกดิจิทัล
ร่วมสมัครเป็นนักเขียนกับ FlowAccount ได้ที่นี่