บัญชีรับ-จ่าย ช่วยให้ฟรีแลนซ์ตั้งราคารับงาน และประหยัดภาษีได้

บัญชีรับ-จ่าย
 
อ่านสั้นๆ:

  • การจัดทำบัญชีรับ-จ่ายเป็นสิ่งที่ฟรีแลนซ์ควรให้ความสำคัญกับการบริหารเวลาเพื่อรับงานลูกค้า เพราะช่วยทั้งประหยัดภาษี และประเมินการตั้งราคาเวลารับงานครัง้ต่อไปได้
  • ในการเสียภาษี บัญชีรับ-จ่ายช่วยให้สามารถเลือกวิธีรูปแบบการเสียภาษีว่าจะเสียแบบเหมาหรือเลือกหักตามจริงได้
  • บัญชีรับ-จ่าย ยังช่วยฟรีแลนซ์มีกลยุทธ์ในการตั้งราคาโดยคิดค่าบริการเฉพาะค่าแรง แล้วให้ลูกค้ารับผิดชอบต้นทุนได้ตามความเหมาะสม
  •  
     
    ในวันที่ชีวิตฟรีแลนซ์อย่างเราๆ ต้องบริหารจัดการเวลาในการทำงานแต่ละโปรเจกต์ของลูกค้า รวมถึงการบริหารจัดการโครงการและบริหารความคาดหวังของลูกค้า เพื่อให้งานสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี
     
    ยังมีอีกสิ่งหนึ่งทีมีความสำคัญไม่แพ้กันและมักเป็นสิ่งที่ฟรีแลนซ์อาจจะหลงลืมกันไป นั่นก็คือการบริหารจัดการรายรับ รายจ่าย ให้มีความสมดุลและทำให้เรามีสภาพคล่องที่ดีทางด้านการเงิน รวมถึงการบริหารจัดการภาษีต่างๆ จากรายได้ที่เราสร้างขึ้นจากน้ำพักน้ำแรงของเรา
     
    วันนี้ FlowAccount มีคำแนะนำดีๆ เกี่ยวกับการจัดทำบัญชีรับ-จ่ายว่าคืออะไร ทำไมต้องทำ ทำแล้วจะทำให้ชีวิตฟรีแลนซ์ดีขึ้นอย่างไร

     
     

    บัญชีรับ-จ่าย คืออะไร

     
    การจัดทำบัญชีรับ-จ่าย จะว่าไปแล้วก็เหมือนเป็นการส่องแว่นขยายไปที่กระเป๋าเงินของเรา ว่าอะไรทำให้กระเป๋าเงินเรามีเงินมากขึ้น หรือในทางกลับกัน อะไรที่ทำให้กระเป๋าเงินของเรามีเงินน้อยลง หรือนั่นก็คือสิ่งที่เราต้องจ่ายไปเป็นต้นทุนของโปรเจกต์หรืองานที่เราทำให้ลูกค้าในแต่ละรายนั่นเอง

     
    ส่วนที่ทำให้กระเป๋าเงินเรามีเงินมากขึ้น ส่วนนี้เรียกว่า “เงินได้” หรือ “รายรับ” ซึ่งการที่เราทำมาหาได้จากน้ำพักน้ำแรงของเรานี้ ในทางภาษีถือว่าเป็นเงินได้จากการที่เรารับทำงานให้

     
    อีกส่วนหนึ่งคือ “ค่าใช้จ่าย” หรือ “รายจ่าย” ค่าใช้จ่ายหรือรายจ่ายคือเงินที่เราต้องจ่ายออกไปเพื่อ “งาน” ที่เราทำ

     
    โดยปกติค่าใช้จ่ายเหล่านี้จะมีความสัมพันธ์โดยตรงกับรายได้ที่เกิดขึ้น หรือเรียกได้ว่าเป็น “ต้นทุน” ที่อาจจะสัมพันธ์โดยตรงกับงาน เช่น ค่าวัสดุอุปกรณ์ ค่าขนส่ง เป็นต้น หรืออาจจะสัมพันธ์ในทางอ้อม เช่น ค่าเช่าสำนักงานเสมือนค่าน้ำค่าไฟ เป็นต้น

     

    เวลาทำบัญชีรับจ่ายที่เกี่ยวข้องกับงานฟรีแลนซ์ของเรา อย่าเผลอรวมค่าใช้จ่ายส่วนตัวเข้ามา เพราะอาจจะทำให้เรามองภาพของค่าใช้จ่ายผิดเพี้ยนไปได้

     
     

    บัญชีรับ-จ่าย คือไดอารีที่ช่วยประหยัดภาษี

     
    การจัดทำบัญชีรับ-จ่าย จริงๆ แล้วเหมือนเป็นไดอารี่ทางการเงินของเรา เพื่อทำให้เรารู้ว่าในแต่ละช่วงเวลา เรามีการบริหารเงินและต้นทุนอย่างไร มีประสิทธิภาพหรือไม่

     
    และยังทำให้รู้ด้วยว่าจริงๆ แล้วราคาที่เราเสนอไปสำหรับงานก่อนหน้านั้น เรามีเงินเหลือหลังหักค่าใช้จ่ายต่างๆ แล้วเป็นจำนวนเท่าไหร่กันแน่

     
    สำหรับฟรีแลนซ์บางคนที่อาจทำงานที่ตนเองรักจนสามารถจะเริ่มเป็นธุรกิจหรือทางการค้ามากขึ้น การรู้ค่าใช้จ่ายของงานที่ทำจริงๆ นั้นมีความสำคัญอย่างมากในการบริหารภาษี (ใครที่เป็นเจ้าของธุรกิจเต็มตัวแล้วลองอ่าน การทำ “บัญชีรายรับ รายจ่าย” เบื้องต้น เลย)

     
    เนื่องจากเวลาเรายื่นภาษีปลายปี สรรพากรจะกำหนดให้เราหักค่าใช้จ่ายในรูปแบบเหมา (เช่น ถ้าเราทำงานโปรเจกต์ใหญ่แบบเหมาค่าแรงและค่าของแล้ว ก็จะเข้าเป็นรายได้ประเภทที่ 7 หรือรายได้ประเภทที่ 8 สรรพากรจะกำหนดให้เราหักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมา 40-60% ของรายได้ โดยไม่ต้องมีหลักฐาน)

     
    แต่มีใครรู้บ้างว่าจริงๆ แล้ว สรรพากรให้เราเลือกหักตามจริงก็ได้ ถ้ามีการเก็บเอกสารหลักฐานค่าใช้จ่ายต่างๆ

     
    หากเราได้ทำบัญชีรับ-จ่ายไว้ ใครจะรู้ว่าบางทีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง อาจจะเกินค่าใช้จ่ายที่คิดแบบเหมาตามเปอร์เซ็นต์ที่สรรพากรกำหนดก็ได้

     
    เห็นไหมว่าจริงๆ แล้วการจดบัญชีรับ-จ่าย นอกจากจะทำให้เรารู้สภาพคล่องของเราแล้ว ยังเป็นการบริหารจัดการภาษีได้ในอีกทางหนึ่งด้วย

     
     

    บัญชีรับ-จ่าย ทำให้เราสามารถตั้งราคาได้อย่างชาญฉลาด

     
    ปกติฟรีแลนซ์อย่างเราๆ มักจะตั้งราคาโดยอิงจากราคาตลาดแล้วลดราคาลงมาส่วนหนึ่งเพื่อเป็นแรงจูงใจให้ลูกค้าเลือกมาใช้บริการกับเรา แต่อาจจะขาดมุมมองในเรื่องต้นทุนว่าจริงๆ แล้วทั้งโปรเจกต์นั้นมีต้นทุนที่เกิดขึ้นจริงเท่าไหร่ แล้วตั้งราคาให้ครอบคลุมต้นทุนนั้น

     
    แต่การจะตั้งราคาได้แบบนี้หมายความว่า เราจะต้องมีข้อมูลในอดีตว่า สำหรับโปรเจกต์ที่คล้ายๆ กันนั้นมีต้นทุนที่เกิดขึ้นจริงเท่าไหร่กันแน่ ซึ่งนี่ก็เป็นประโยชน์อย่างหนึ่งของการจดบัญชีรับ-จ่าย

     
    นอกจากนั้นแล้ววิธีการตั้งราคาอย่างมีกลยุทธ์ เราอาจจะเลือกได้ว่า งานบางอย่างมีทั้งค่าแรงของเรา และต้นทุน ถ้าเราบริหารจัดการได้ดี

     

    ฟรีแลนซ์อย่างเราอาจเลือกที่จะเสนอราคาและคิดค่าบริการเฉพาะค่าแรง แล้วให้ลูกค้ารับผิดชอบส่วนของต้นทุนแทนเรา หรือจะคิดเหมาทั้งต้นทุนและค่าแรง ซึ่งอันนี้ก็แล้วแต่ประเภทของงานและความเหมาะสมไปในแต่ละกรณี

     
    การตั้งราคาเช่นนี้จะเป็นการใช้ประโยชน์จากบัญชีรับ-จ่าย และยังช่วยให้บริหารภาษีหัก ณ ที่จ่ายและเงินได้ของเราอีกด้วย

     
    ดังนั้น! สำหรับฟรีแลนซ์รุ่นใหม่ที่มีความกล้าออกจากคอมฟอร์ตโซน มีไอเดียสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ แล้ว ก็อย่าลืมในเรื่องของการบริหารจัดการเงินและบริหารภาษี โดยเริ่มต้นจากจุดที่ง่ายที่สุดคือ การบันทึกและหมั่นดูบัญชีรับ-จ่ายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ชีวิตฟรีแลนซ์ของเราสบายขึ้นในระยะยาว ลองเริ่มต้นบันทึกบัญชีรับ-จ่ายโดยใช้โปรแกรมบัญชีเป็นตัวช่วยในการบันทึกค่าใช้จ่ายและคำนวณตัวเลขให้อัตโนมัติได้ฟรี
     

    ติดตามเรื่องราวอื่นๆของ FlowAccount.com ได้ที่

    มั่นใจด้วยผู้ประกอบการกว่า 40,000 ราย
    ที่ใช้โปรแกรมบัญชี คลาวด์ ของเราเริ่มต้นธุรกิจ สมัครเลย!

You may also like