นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy)

บริษัท โฟลว์แอคเคาท์ จำกัด (“บริษัท”) เป็นผู้ให้บริการโปรแกรมบัญชีและระบบจัดการธุรกิจออนไลน์ ซึ่งในการดำเนินการดังกล่าว บริษัทอาจมีความจำเป็นจะต้องเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (“ท่าน”) โดยบริษัทมีความรับผิดชอบในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่อยู่ภายใต้ความดูแลของบริษัท และมุ่งมั่นที่จะจัดการข้อมูลด้วยวิธีการที่มั่นคง ปลอดภัย และน่าเชื่อถือ

ด้วยการให้ความสำคัญต่อความเป็นส่วนตัว และความปลอดภัยของท่าน บริษัทจึงได้จัดทำนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ (“นโยบาย”) ซึ่งอธิบายถึงวิธีการที่บริษัทปฏิบัติต่อข้อมูลส่วนบุคคล และข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวของท่าน เช่น การเก็บรวบรวม การจัดเก็บรักษา การใช้ การเปิดเผย รวมถึงสิทธิต่าง ๆ ของท่าน ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของเงื่อนไขการใช้บริการ

โดยบริษัทขอแนะนำให้ท่านทำความเข้าใจนโยบายฉบับนี้ก่อนใช้บริการ ทั้งนี้ เมื่อท่านเริ่มต้นใช้บริการของบริษัท โดยเฉพาะเมื่อท่านเริ่มต้นลงทะเบียนเพื่อสมัครใช้งานแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ หรือติดต่อสื่อสารมายังบริษัทผ่านช่องทางที่กำหนด

ในการใช้บริการแต่ละครั้ง ถือว่าท่าน ตกลงและยอมรับนโยบายฉบับนี้แล้ว หากท่านปฏิเสธหรือไม่ยอมรับนโยบายฉบับนี้ บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการปฏิเสธการให้บริการต่าง ๆ แก่ท่าน

1. คำนิยาม
“กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายลำดับรอง และแนวทางปฏิบัติภายใต้กฎหมายดังกล่าว

“ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลธรรมดา ซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรม ข้อมูลของนิติบุคคล ข้อมูลสำหรับการติดต่อทางธุรกิจที่ไม่ได้ระบุถึงตัวบุคคล ข้อมูลนิรนาม (Anonymous Data) หรือข้อมูลแฝงที่ทำให้ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้อีกโดยวิธีการทางเทคนิค (Pseudonymous Data) เป็นต้น

“ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว” หมายถึง ข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อน และอาจสุ่มเสี่ยงในการเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม เช่น เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิศาสนาปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใด ซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกัน ตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด

“ข้อมูลทางเทคนิค” หมายถึง ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบและรักษาความปลอดภัยของระบบ รวมถึงการบังคับใช้นโยบายอุปกรณ์

“มาตรการทางเทคนิค” หมายถึง วิธีการทางเทคโนโลยีที่ใช้ในการตรวจสอบ ป้องกัน และบังคับใช้เงื่อนไขการใช้บริการ

“ประมวลผล” หมายถึง การดำเนินการใด ๆ กับข้อมูลส่วนบุคคลไม่ว่าด้วยวิธีการอัตโนมัติหรือไม่ก็ตาม เช่น การเก็บรวบรวม การบันทึก การจัดระบบ การจัดเก็บ การปรับเปลี่ยนหรือการดัดแปลง การเรียกคืน การปรึกษา การใช้ การเปิดเผย (โดยการส่ง โอน การเผยแพร่หรือการทำให้สามารถเข้าถึงหรือพร้อมใช้งานโดยวิธีใด ๆ) การจัดเรียง การนำมารวมกัน การบล็อกหรือจำกัด การลบหรือการทำลาย เป็นต้น

“การประมวลผลเพื่อการบังคับใช้นโยบาย” หมายถึง การดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขการใช้บริการ

“ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

“ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล โดยที่บุคคลหรือนิติบุคคลดังกล่าวไม่ได้เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

“คุกกี้” หมายถึง ไฟล์คอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก ที่จัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลชั่วคราวที่จำเป็นลงในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการติดต่อสื่อสารซึ่งจะมีผลในขณะที่เข้าใช้งานระบบเว็บไซต์เท่านั้น

“เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง บุคคลซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากบริษัทให้มีหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

“ข้อมูลใช้งานอุปกรณ์” หมายถึง ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการระบุและตรวจสอบอุปกรณ์ที่ใช้ในการเข้าถึงบริการ ซึ่งรวมถึง Device ID, IP Address, และข้อมูลทางเทคนิคอื่นๆ

“การประมวลผลเพื่อความปลอดภัย” หมายถึง การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อตรวจสอบและป้องกันการใช้งานที่ไม่ได้รับอนุญาตตามนโยบายอุปกรณ์ Single User per Account

2. ประเภทของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลดังต่อไปนี้ ทั้งนี้ บริษัทอาจกำหนดประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) สำหรับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลแต่ละประเภท เพื่อแจ้งรายละเอียดในการประมวลผลต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลแต่ละประเภทต่อไป

2.1 ลูกค้า/ผู้ใช้บริการ
(ก) บุคคลที่ใช้บริการจากบริษัท ผู้ลงทะเบียนสมัครใช้บริการและ/หรือสมัครใช้บริการแอปพลิเคชันของบริษัท ภายใต้ชื่อ FlowAccount, FlowPayroll, Autokey และ Mobile POS รวมถึงเว็บไซต์ของบริษัท flowaccount.com, flowaccount.com/payroll และ flowaccount.com/autokey (“แอปพลิเคชัน”) และหมายความรวมถึง บุคคลที่เกี่ยวข้อง หรือเป็นตัวแทน หรือมีอำนาจดำเนินการแทนลูกค้า
(ข) บุคคลทั่วไปที่มีนิติสัมพันธ์หรือติดต่อกับบริษัท เช่น ผู้เข้ามาเยี่ยมชมหน้าเว็บไซต์ของบริษัท ผู้ติดต่อมายังบริษัทเพื่อการประสานงานสนับสนุนผ่าน Call Centre, LINE Official Account, Facebook, และ X ผู้ที่ติดต่อเพื่อขอรับข้อมูลจากบริษัท ผู้ตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับบริการของบริษัท (บริการทั้งหมดเรียกรวมกันว่า “บริการ”)
(ค) ผู้ลงทะเบียนสัมมนา การเรียน การทดสอบเพื่อผ่านเกณฑ์ประเมินของเรา

โปรดดู ประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) สำหรับลูกค้าและผู้รับบริการ

2.2 คู่ค้า

  • บุคคลธรรมดา ตัวแทนของนิติบุคคล เช่น กรรมการ ผู้มีอำนาจลงนาม ผู้รับมอบอำนาจ ผู้รับมอบอำนาจช่วง ผู้ปฏิบัติงาน พนักงาน และลูกจ้างของนิติบุคคลที่ได้เข้าร่วม หรือจะเข้าร่วม หรือพิจารณาที่จะเข้าร่วมทำธุรกรรมต่าง ๆ กับบริษัท
  • ผู้ที่ข้อมูลส่วนบุคคลปรากฏในเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงบุคคลที่เข้าเสนอราคาเพื่อขายสินค้า และ/หรือให้บริการแก่บริษัท อาทิ ผู้ให้บริการ ที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ วิทยากร ผู้เข้าร่วมโครงการธุรกิจ คู่สัญญา หรือมีความสัมพันธ์อื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันกับบริษัท เป็นต้น

2.3 บุคลากรของบริษัท

  • ลูกจ้าง หรือบุคคลซึ่งทำงาน หรือปฏิบัติหน้าที่ใด ๆ ให้กับบริษัท และได้รับเงินเดือน ค่าจ้าง สวัสดิการ หรือค่าตอบแทนจากบริษัท เช่น ผู้บริหาร ผู้จัดการ พนักงาน บุคลากร หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน
  • บุคคลที่เกี่ยวข้องกับบุคลากรของบริษัท และผู้ที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ปรากฏในเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการรับสมัครงาน เช่น บุคคลในครอบครัว บิดา มารดา คู่สมรส และบุตร บุคคลที่สามารถติดต่อได้ในกรณีฉุกเฉิน บุคคลอ้างอิง (Reference Person) ผู้รับผลประโยชน์ เป็นต้น

2.4 ผู้สมัครงาน

  • บุคคลที่ได้ยื่นใบสมัครงาน/สมัครฝึกงาน หรือบุคคลอื่นใดที่ส่งรายละเอียดเกี่ยวกับประวัติส่วนตัวมาที่บริษัท มีวัตถุประสงค์เพื่อสมัครงาน/สมัครฝึกงาน เป็นพนักงานประจำ หรือพนักงานอัตราจ้าง
  • พนักงานที่อยู่ภายใต้การจ้างงานของผู้ให้บริการจัดหางาน outsource/พนักงาน freelance /ผู้ฝึกงาน ซึ่งยังไม่ได้รับคัดเลือกจากบริษัท และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับผู้สมัคร
  • ผู้ที่ข้อมูลส่วนบุคคลปรากฏในเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสมัคร เช่น บุคคลในครอบครัว บุคคลอ้างอิง และบุคคลที่สามารถติดต่อได้ในกรณีฉุกเฉิน เป็นต้น

2.5 ผู้ถูกถ่ายภาพและ/หรือเสียง

  • นายแบบ นางแบบ พรีเซนเตอร์ ผู้ที่รับจ้างหรือได้รับค่าตอบแทนจากการถ่ายภาพ
  • บุคลากรของบริษัท ผู้ที่ได้รับรางวัล รวมถึงบุคคลที่ยินยอมให้บริษัทบันทึกภาพนิ่ง หรือภาพเคลื่อนไหว ระหว่างการสัมภาษณ์ การอบรม การเรียน บรรยากาศระหว่างการจัดกิจกรรม หรือการถ่ายภาพรวม (ภาพหมู่)

2.6 ผู้เข้าร่วมกิจกรรม

  • ผู้เข้าร่วมกิจกรรม แคมเปญต่าง ๆ ของบริษัท หรือที่บริษัทจัดขึ้น หรือผู้ลงทะเบียน ผู้เข้าร่วมอบรม สัมมนา รวมถึง บุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน เป็นต้น

2.7 ผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของบริษัท

บริษัทอาจใช้เทคโนโลยีอัตโนมัติในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล เมื่อท่านใช้งานเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน ผ่านคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เคลื่อนที่ คอมพิวเตอร์ ได้แก่ ที่อยู่ไอพี (IP Address) เบราว์เซอร์ที่ใช้งาน หรือระบบปฏิบัติการ หน้าเว็บไซต์ที่เข้าชม และเว็บไซต์ต้นทางที่ผู้เข้าชมเชื่อมโยงมาที่เว็บไซต์ ซึ่งเทคโนโลยีอัตโนมัตินี้อาจรวมถึงการใช้คุกกี้ (Cookies) หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่คล้ายคลึงกัน โปรดดู นโยบายการใช้คุกกี้


3. การคุ้มครองความเป็นส่วนตัว
เพื่อเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายที่กำหนดเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทได้แจ้งประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) ที่ระบุถึงการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล โดยมีการแจ้งถึงรายละเอียดการรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล รับรู้ ทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือโดยข้อความสั้น หรือตามแบบวิธีการอื่นใด ที่บริษัทกำหนด ซึ่งบริษัทจะดำเนินการแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบก่อน หรือในขณะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ถึงรายละเอียด อย่างน้อยตามหัวข้อดังต่อไปนี้ เว้นแต่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ทราบถึงรายละเอียดนั้นอยู่แล้ว

1.ระบุประเภทของกลุ่มบุคคลที่บริษัทมีการเก็บรวบข้อมูลส่วนบุคคล

2.อธิบายถึงวัตถุประสงค์และวิธีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

3.ระบุถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวม

4.ระบุฐานทางกฎหมายที่บริษัทใช้เพื่อการเก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

5.ระบุระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

6.ระบุสิทธิทั้งหมดของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

7.ระบุวิธีการใช้สิทธิแก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และการถอนความยินยอมจากการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล

8.ระบุถึงมาตรการที่ดำเนินการทั้งหมดเพื่อปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

9.ระบุช่องทางการติดต่อผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถติดต่อ หรือสอบถามเพิ่มเติม หรือใช้สิทธิในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

10.ระบุประเภทของบุคคลหรือหน่วยงานภายนอกองค์กรที่อาจนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ และรวมถึงประเทศปลายที่อาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคล


4. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทกำหนดให้มีมาตรการในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างเหมาะสม และสอดคล้องกับการรักษาความลับ เพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง ทำลาย ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลโดยมิชอบ ซึ่งบริษัทและบุคคลภายนอกที่ได้รับมอบหมายจากบริษัท จะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ภายใต้เงื่อนไข ดังนี้

4.1 การเก็บข้อมูลทั่วไป
บริษัทจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านให้ไว้โดยมีการจำกัดสิทธิการเข้าถึงและใช้วิธีการที่ชอบด้วยกฎหมาย และเป็นธรรม ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล และจะประมวลผลภายใต้วัตถุประสงค์ที่บริษัทกำหนดเท่านั้น ทั้งนี้ ก่อนการดำเนินการดังกล่าว บริษัทจะแจ้งให้เจ้าของข้อมูลทราบถึงวัตถุประสงค์การประมวลผลดังกล่าว ทางอิเล็กทรอนิกส์ ด้วยข้อความสั้น หรือตามแบบวิธีการของบริษัท รวมถึงการขอความยินยอมจากท่านในกรณีที่กฎหมายกำหนดให้ต้องขอความยินยอมดังกล่าว

4.2 ข้อยกเว้นการให้ความยินยอม
บริษัทจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์อันชอบด้วยกฎหมายที่ได้แจ้งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไว้ก่อนหรือในขณะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล โดยบริษัทจะขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ในกรณีดังต่อไปนี้ บริษัทสามารถเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลได้โดยไม่ต้องขอความยินยอม

  • เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุ เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติ โดยบริษัท จะจัดให้มีมาตรการป้องกันเหมาะสม เพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
  • เพื่อป้องกัน หรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล
  • เป็นการจำเป็นเพื่อปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือเพื่อดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญา
  • เป็นการจำเป็นเพื่อปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะหรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบหมายให้แก่บริษัท
  • เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญน้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
  • เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย

4.3 ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว
การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว บริษัทจะต้องขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อน หรือขณะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวดังกล่าว ตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทกำหนดโดยไม่ขัดต่อกฎหมาย โดยบริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว เพื่อการให้บริการบางรูปแบบ เมื่อได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน หรือเมื่อท่านสมัครใจเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ หรือเมื่อเป็นกรณีที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด โดยอ้างอิงฐานที่ชอบด้วยกฎหมาย (Lawful Basis) อย่างน้อยฐานใดฐานหนึ่งตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด ดังนี้

  • เป็นการดำเนินการโดยได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
  • เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล โดยที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถให้ความยินยอมได้
  • เพื่อการดำเนินกิจกรรมโดยชอบด้วยกฎหมายของมูลนิธิ สมาคม องค์กรไม่แสวงหากําไรที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการเมือง ศาสนา ปรัชญา หรือสหภาพแรงงานโดยมีมาตรการคุ้มครองที่เหมาะสม
  • เป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะด้วยความยินยอมโดยชัดแจ้งของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
  • เป็นการจําเป็นเพื่อก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
  • เป็นการจําเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ด้านเวชศาสตร์ป้องกันหรืออาชีวเวชศาสตร์ การประเมิน ความสามารถในการทำงานของลูกจ้าง ประโยชน์ด้านสาธารณสุข การคุ้มครองแรงงาน การประกันสังคม หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล การศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ สถิติ หรือประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ

4.4 การเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยในการใช้งานและการบังคับใช้นโยบาย
บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลทางเทคนิคที่จำเป็นเพื่อ:

  • รักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบและข้อมูล
  • ป้องกันการใช้งานที่ไม่ได้รับอนุญาต
  • บังคับใช้นโยบายและเงื่อนไขการใช้บริการ
  • รักษาความยุติธรรมในการให้บริการแก่ผู้ใช้ทั้งหมด
ข้อมูลดังกล่าวครอบคลุมข้อมูลที่ระบุลักษณะเฉพาะของอุปกรณ์ รูปแบบการใช้งาน และพฤติกรรมการเข้าถึงระบบ โดยมีรายละเอียดตามที่ระบุไว้ในประกาศความเป็นส่วนตัว ที่เกี่ยวข้อง

4.5 นโยบายหรือประกาศเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้อง
ในกรณีที่บริษัทจะดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในลักษณะ และ/หรือเพื่อวัตถุประสงค์ที่ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่กำหนด บริษัทจะจัดให้มีนโยบายหรือประกาศเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่มเติม และ/หรือมีหนังสือไปยังท่านเพื่ออธิบายการประมวลผลข้อมูลในลักษณะดังกล่าว โดยท่านควรอ่านนโยบายหรือประกาศเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องร่วมกับนโยบายฉบับนี้ และ/หรือหนังสือดังกล่าว (แล้วแต่กรณี)

5. ปัญญาประดิษฐ์ - การใช้ข้อมูล
บริษัทอาจใช้เทคโนโลยีช่วยประมวลผลอัตโนมัติ รวมถึงปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อช่วยอ่าน ดึง แปลง ตรวจสอบ วิเคราะห์ ค้นหา และสรุปข้อมูลจากเอกสารหรือข้อมูลที่ลูกค้านำเข้าระบบ เช่น ใบเสร็จรับเงิน ใบแจ้งหนี้ ใบกำกับภาษี รายการเดินบัญชีธนาคาร และเอกสารทางการเงินประเภทอื่นๆ ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มความถูกต้องและความแม่นยำของข้อมูล ลดความผิดพลาดที่อาจเกิดจากการประมวลผลโดยมนุษย์ และช่วยให้การใช้งานระบบ รวมถึงการค้นหาข้อมูลในภาษาต่างๆ และการสรุปผลข้อมูล มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

บริษัทอาจใช้ข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลที่ลูกค้านำเข้าระบบเพื่อพัฒนาและปรับปรุงความสามารถด้านปัญญาประดิษฐ์ของบริษัทเอง รวมถึงการพัฒนาโมเดล อัลกอริทึม และฟังก์ชันการประมวลผลอัตโนมัติต่างๆ ของระบบ เพื่อการพัฒนาและปรับปรุงความสามารถด้านปัญญาประดิษฐ์ในการให้บริการที่มีประสิทธิภาพและแม่นยำมากยิ่งขึ้นแก่ลูกค้าเท่าที่สามารถดำเนินการได้ตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ดังที่ระบุในประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice)

นอกจากนี้ บริษัทอาจมีบริการบางประเภทที่เปิดให้ลูกค้าเลือกใช้งานฟังก์ชันที่เชื่อมต่อกับผู้ให้บริการปัญญาประดิษฐ์ภายนอก โดยการเชื่อมต่อจะดำเนินการเท่าที่จำเป็นตามหลักการ Least Privilege Principle และ Know-to-know basis อย่างไรก็ตาม สำหรับการเก็บรักษาข้อมูล การใช้ข้อมูลในการฝึกอบรมหรือพัฒนาโมเดล และข้อกำหนดอื่นๆ ของผู้ให้บริการปัญญาประดิษฐ์ภายนอกนั้น จะเป็นไปตามนโยบายและเงื่อนไขของผู้ให้บริการภายนอกที่เกี่ยวข้อง ท่านจึงมีหน้าที่ในการศึกษาและทำความเข้าใจนโยบายของผู้ให้บริการภายนอกก่อนเลือกใช้บริการดังกล่าว

บริษัทไม่จำหน่ายหรือขายข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า และจะไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลภายนอกนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในนโยบายฉบับนี้

หากท่านมีคำถามหรือข้อกังวลเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ โปรดติดต่อบริษัทตามรายละเอียดที่ระบุไว้ในหัวข้อที่ 13 ของนโยบายนี้

6. การใช้และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
6.1 ข้อจำกัดในการใช้ข้อมูล
บริษัทจะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งแก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น โดยในกรณีใด ๆ ที่บริษัทต้องการเก็บรวมรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่มเติมหรือมีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย บริษัทจะแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบก่อนที่จะดำเนินการกับข้อมูลส่วนบุคคลนั้น เว้นแต่เป็นกรณีที่กฎหมายกำหนดหรืออนุญาตให้ดำเนินการได้

6.2 ผู้ให้บริการ
บริษัทจะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเหมาะสม และในกรณีที่บริษัทใช้บริการสารสนเทศของผู้ให้บริการซึ่งเป็นบุคคลภายนอก บริษัทจะจัดให้มีการรักษาความมั่นคงปลอดภัยและมีการควบคุมการเข้าถึง ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยบริษัทจะกำกับดูแลพนักงาน ผู้ให้บริการเจ้าหน้าที่ หรือผู้ปฏิบัติงานของบริษัทมิให้ใช้และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านนอกเหนือไปจากวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทกำหนดหรือเปิดเผยต่อบุคคลภายนอก

6.3 การเปิดเผยข้อมูลต่อคู่ค้า
บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ที่บริษัทจัดเก็บในปัจจุบัน และที่จะได้จัดเก็บในอนาคต ให้แก่พันธมิตร คู่ค้า บุคคล หรือนิติบุคคลอื่นภายในขอบเขตตามที่มีข้อตกลงร่วมกัน และที่ท่านสามารถคาดหมายได้

6.4 การใช้ข้อมูลเพื่อบริหารจัดการและบังคับใช้นโยบาย
6.4.1 ขอบเขตในการใช้ข้อมูล
บริษัทจะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการบริหารจัดการระบบและการบังคับใช้นโยบาย การใช้ข้อมูลจะจำกัดเฉพาะในส่วนที่จำเป็นต่อ:

  • การตรวจสอบการปฏิบัติตามเงื่อนไขการใช้บริการ
  • การป้องกันและแก้ไขปัญหาในการใช้งาน
  • การรักษาคุณภาพและความเสถียรของบริการ
  • การสร้างความเป็นธรรมระหว่างผู้ใช้บริการ

7. หลักการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
7.1 ความรับผิดชอบ

บริษัทจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลทั้งในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้องตามกฎหมาย เป็นธรรม โปร่งใสและคำนึงถึงความถูกต้องของข้อมูลส่วนบุคคลทั้งนี้การกำหนดขอบเขตวัตถุประสงค์การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลและระยะเวลาในการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลให้ทำได้เท่าที่จำเป็นภายใต้วัตถุประสงค์อันชอบด้วยกฎหมายและแนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัท

7.2 กระบวนการและการควบคุม

บริษัทจะจัดให้มีกระบวนการและการควบคุมเพื่อบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคลในทุกขั้นตอนให้สอดคล้องกับกฎหมายและนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท

7.3 การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (ROPA)

บริษัทจะจัดทำและรักษาบันทึกการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Records of Processing Activities: ROPA) สำหรับบันทึกรายการและกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้สอดคล้องกับกฎหมาย รวมทั้งจะปรับปรุงบันทึกการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรายการหรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง

7.4 ความโปร่งใสและการให้ความยินยอม

บริษัทจะจัดให้มีกระบวนการที่ชัดเจนเพื่อให้มั่นใจได้ว่าการแจ้งวัตถุประสงค์การเก็บรวบรวมและรายละเอียดการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notices) และการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสอดคล้องกับกฎหมายรวมทั้งจัดให้มีมาตรการดูแลและตรวจสอบในเรื่องดังกล่าว

7.5 การควบคุมการเข้าถึง

บริษัทจัดให้มีแนวทางในการอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลได้เฉพาะบุคคลที่จำเป็นต้องรู้ และเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้บริษัทสามารถปฏิบัติหน้าที่ของตนตามสัญญากับท่าน หรืออยู่ในขอบเขตของการให้บริการเท่านั้น โดยในกรณีที่บริษัทเป็นผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งที่เป็นลายลักษณ์อักษรตามที่ระบุในสัญญา และอยู่ในขอบเขตหน้าที่กับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น และจะปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในส่วนที่เกี่ยวกับหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

7.6 ข้อตกลงการใช้ข้อมูลร่วมกัน

ในกรณีที่บริษัท ส่ง โอน หรือให้บุคคลอื่นใช้ข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะจัดทำข้อตกลงเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้น เพื่อกำหนดสิทธิและหน้าที่ให้สอดคล้องกับกฎหมายและนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท

7.7 การโอนย้ายข้อมูลระหว่างประเทศ

บริษัทอาจมีความจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้บริการ การประมวลผลข้อมูล การจัดเก็บข้อมูล การสนับสนุนการให้บริการ หรือการใช้บริการจากผู้ให้บริการภายนอกของบริษัท ซึ่งอาจตั้งอยู่หรือมีระบบประมวลผลข้อมูลอยู่ในต่างประเทศ โดยประเทศปลายทางดังกล่าวอาจมีมาตรฐานด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่แตกต่างจากประเทศไทย รวมถึงประเทศสหรัฐอเมริกา ในกรณีที่บริษัทใช้ผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีประมวลผลอัตโนมัติหรือปัญญาประดิษฐ์บางประเภท

ในการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ บริษัทจะดำเนินการเท่าที่จำเป็นและจะจัดให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม เช่น มาตรการด้านสัญญา มาตรการด้านความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล การจำกัดสิทธิการเข้าถึงข้อมูล และมาตรการอื่นใดตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดหรืออนุญาต ทั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะได้รับการคุ้มครองอย่างเหมาะสม

ในกรณีที่การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศไม่สามารถดำเนินการได้โดยอาศัยหลักเกณฑ์หรือมาตรการคุ้มครองตามที่กฎหมายกำหนด บริษัทจะดำเนินการขอความยินยอมจากท่านก่อนการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว เว้นแต่เป็นกรณีที่กฎหมายกำหนดหรืออนุญาตให้ดำเนินการได้โดยไม่ต้องขอความยินยอม

7.8 การเก็บรักษาข้อมูลและการทำลายข้อมูล

บริษัทจะทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อครบกำหนดระยะเวลาโดยปฏิบัติให้สอดคล้องกับกฎหมายและแนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัท

7.9 การบริหารความเสี่ยง

บริษัทจะประเมินความเสี่ยงและจัดทำมาตรการเพื่อบรรเทาความเสี่ยงและลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

7.10 การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

บริษัทจะจัดให้มีการทบทวนและปรับปรุงนโยบาย (Policy) มาตรฐานการปฏิบัติงาน (Standards) แนวปฏิบัติ (Guidelines) ขั้นตอนปฏิบัติ (Procedures) และเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นประจำ เพื่อให้ทันสมัยสอดคล้องกับกฎหมายและสถานการณ์ในแต่ละช่วงเวลา

8. ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทจะเก็บข้อมูลเจ้าของข้อมูลไว้ตามประเภทกิจกรรม และวัตถุประสงค์ของการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังที่ระบุใน ประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) บนเว็บไซต์ของบริษัท

หลังจากครบกำหนดระยะเวลาดังกล่าวข้างต้น บริษัทจะลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว จากการจัดเก็บจากระบบของบริษัท และของบุคคลอื่นซึ่งให้บริการแก่บริษัท (ถ้ามี) หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวเจ้าของข้อมูลได้ หรือดำเนินการอื่นใดตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด เพื่อให้การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เว้นแต่จะเป็นกรณีที่บริษัท สามารถเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวได้ต่อไปตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกำหนด

  • บริษัทอาจเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลเป็นระยะเวลาเกินกว่าระยะเวลาดังกล่าวหากกฎหมายอนุญาตหรือ
  • การเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว จำเป็นต่อการปฏิบัติตามกฎหมาย หรือเป็นการปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงาน หรือหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจผู้เกี่ยวข้อง
  • การเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวจำเป็นต่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องทางกฎหมายของบริษัทและเพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจหรือโดยชอบตามกฎหมาย

9. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทให้สิทธิแก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลให้มีสิทธิตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดดังต่อไปนี้

9.1 สิทธิในการถอนความยินยอม

สิทธิในการถอนความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตลอดระยะเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคคลอยู่กับบริษัท

9.2 สิทธิในการขอเข้าถึงและขอรับสำเนา

สิทธิในการขอเข้าถึง และขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล และสิทธิในการร้องขอให้เปิดเผยการได้มาของข้อมูลส่วนบุคคล

9.3 สิทธิในการโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล

สิทธิในการขอรับข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไป รวมถึงการขอให้ส่งหรือโอนข้อมูลดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

9.4 สิทธิในการคัดค้าน

สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อใดก็ได้

9.5 สิทธิในการลบข้อมูล

สิทธิในการร้องขอให้บริษัทลบ หรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้

9.6 สิทธิเกี่ยวกับการจำกัดการใช้ข้อมูล

สิทธิในการขอให้บริษัทระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลได้

9.7 สิทธิเกี่ยวกับการแก้ไขข้อมูล

สิทธิในการร้องขอให้บริษัทดำเนินการให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

9.8 สิทธิในการร้องเรียน

สิทธิในการร้องเรียนกรณีที่บริษัท หรือลูกจ้าง หรือผู้รับจ้างของบริษัทฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลผ่าน แบบฟอร์มร้องเรียนการประมวลผลข้อมูล หรือต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ทั้งนี้ บริษัทเคารพสิทธิส่วนบุคคลของท่าน และเปิดโอกาสให้ท่านสามารถเลือกวิธีการควบคุม หรือวิธีการที่บริษัทใช้ติดต่อท่าน โดยบริษัทจะปฏิบัติตามที่ท่านได้ร้องขอ เพื่อช่วยให้เกิดความโปร่งใส และเพื่อคุณภาพของข้อมูล และความถูกต้องของข้อมูล โดยการร้องขอใด ๆ เพื่อการใช้สิทธิของท่านตามที่กฎหมายกำหนด จะต้องกระทำเป็นลายลักษณ์อักษรผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งบริษัทได้จัดให้มีขึ้นในเว็บไซต์ของบริษัท


10. การรักษาความปลอดภัยสำหรับข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน บริษัทจึงกำหนดให้มีมาตรการอย่างเหมาะสมเพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง ทำลาย ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไขหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย รวมถึงกำหนดนโยบาย ระเบียบ แนวปฏิบัติ และขั้นตอนวิธีการต่าง ๆ ดังนี้

10.1 กำหนดนโยบายและขั้นตอนการปฏิบัติงาน

กำหนดนโยบายและขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ชัดเจน เพื่อการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และเพื่อจัดการข้อมูลให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดอย่างปลอดภัย

10.2 ความมุ่งมั่นต่อความเป็นส่วนตัวของข้อมูล

ไม่จำหน่ายหรือขายข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่ว่ากรณีใด และจะไม่โอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท

10.3 การควบคุมการเข้าถึง

จำกัดสิทธิลูกจ้างของบริษัท ในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล และกำหนดสิทธิในการเข้าถึง หรือการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อรักษาความลับและความปลอดภัยของข้อมูล

10.4 มาตรการป้องกันทางเทคนิค

ป้องกันการเข้าถึงนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยจัดให้มีการเข้ารหัสข้อมูล การตรวจสอบตัวตนและเทคโนโลยีการตรวจจับไวรัส ตามความจำเป็น

10.5 ความปลอดภัยที่ใช้กำกับดูแลบุคคลภายนอก

ตรวจสอบสถานะ คู่ค้าของบริษัท กำหนดให้คู่ค้าที่ทำธุรกิจกับบริษัท ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ตามกฎหมายและระเบียบต่าง ๆ ว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและกำหนดข้อจำกัดการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล

10.6 การตรวจสอบเว็บไซต์

ติดตามตรวจสอบเว็บไซต์ของบริษัท ผ่านหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและการรักษาความมั่นคงปลอดภัย

10.7 การฝึกอบรมพนักงาน

กำหนดให้ลูกจ้างของบริษัท เข้ารับการฝึกอบรมเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล

10.8 การตรวจสอบเป็นประจำ

ประเมินผลแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล การจัดการข้อมูล และการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลทางเทคนิค ทางกายภาพ และทางธุรการที่เหมาะสม รวมถึง ทบทวนมาตรการรักษาความปลอดภัยเมื่อมีความจำเป็น หรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไป

10.9 กระบวนการลบข้อมูล

จัดให้มีระบบการตรวจสอบ เพื่อดำเนินการลบ หรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลนั้น

10.10 การรายงานการละเมิดข้อมูล

จัดให้มีระบบการแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลภายใน 72 (เจ็ดสิบสอง) ชั่วโมง นับแต่ทราบเหตุเท่าที่จะสามารถกระทำได้ เว้นแต่การละเมิดดังกล่าวไม่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล


11. การเชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์ บริการของบุคคลภายนอก

11.1 เว็บไซต์ของบุคคลที่สามและข้อมูลผู้ใช้

เว็บไซต์และแอปพลิเคชันของบริษัทอาจมีลิงค์เชื่อมโยงไปยังแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ของบุคคลภายนอก ซึ่งบุคคลภายนอกเหล่านั้นอาจเก็บรวบรวมข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับการใช้บริการ และข้อมูลส่วนบุคคล โดยบริษัทไม่สามารถรับผิดชอบในความปลอดภัยหรือความเป็นส่วนตัวของข้อมูลใด ๆ ที่เก็บรวบรวมโดยแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ของบุคคลภายนอกดังกล่าว

เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลควรใช้ความระมัดระวังและตรวจสอบนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ ของบุคคลภายนอกเหล่านั้นให้ละเอียดก่อนการใช้บริการแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ของบุคคลภายนอก ดังต่อไปนี้

  • เมื่อส่งออกข้อมูลดังกล่าว แสดงว่าท่านอาจกำลังเปิดเผยข้อมูลของผู้ใช้ให้กับบุคคลอื่นหรือองค์กรอื่นที่รับผิดชอบด้านการดำเนินการและบำรุงรักษาแอปพลิเคชันและ/หรือเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม
  • บุคคลอื่นที่เข้ามาดูหรือใช้แอปพลิเคชันและเว็บไซต์เหล่านั้นอาจเข้าถึงข้อมูลของท่านได้
  • บริษัทไม่ได้เป็นเจ้าของหรือดูแลจัดการแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่ท่านเชื่อมต่อ บริษัทจึงขอแนะนำให้ท่านระมัดระวังเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวในลักษณะนี้
  • ท่านควรทบทวนนโยบายความเป็นส่วนตัวของแอปพลิเคชันและเว็บไซต์นั้นเพื่อรับรองว่าผู้ใช้พอใจกับวิธีที่แอปพลิเคชันและเว็บไซต์เหล่านั้นใช้ข้อมูลที่ท่านมอบให้กับพวกเขา

11.2 การส่งออกข้อมูลของผู้ใช้ให้กับบุคคลอื่นหรือองค์กรอื่น

บริษัทมีตัวเลือกให้ท่านส่งออกข้อมูลไปยังแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม รวมถึงเว็บไซต์เครือข่ายสังคม เมื่อท่านทำเช่นนี้ แสดงว่าท่านอาจกำลังเปิดเผยข้อมูลของท่านให้กับบุคคลอื่นหรือองค์กรอื่น

  • บริษัทไม่ได้เป็นเจ้าของหรือควบคุมแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม
  • บริษัทจึงขอแนะนำให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลใช้ความระมัดระวังในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อใช้ฟีเจอร์เหล่านั้น
  • กรุณาตรวจสอบนโยบายความเป็นส่วนตัวของแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ของบุคคลที่สามเหล่านี้เพื่อรับรองว่าท่านพอใจกับวิธีที่เว็บไซต์เหล่านั้นใช้ข้อมูลที่ท่านมอบให้กับพวกเขา

11.3 การวิเคราะห์ข้อมูล

บริษัทมีการใช้งานเพื่อการวิเคราะห์ข้อมูล เช่น Google Analytics และ Growthbook เพื่อจุดประสงค์ในการพัฒนาปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานแพลตฟอร์มให้ดียิ่งขึ้น เช่น ข้อมูลการท่องเว็บ ข้อมูลของอุปกรณ์ ประเทศที่อยู่ และตำแหน่งที่อยู่โดยประมาณของท่าน

  • บริษัทใช้ข้อมูลนี้เพื่อปรับปรุงแพลตฟอร์มและส่งโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของท่าน
  • บริษัทไม่มีการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้กับบุคคลอื่นใดนอกเหนือจากใช้งานภายในบริษัท

การยกเลิกการใช้บริการวิเคราะห์ข้อมูล หากท่านไม่ต้องการให้ Google Analytics สามารถเข้าถึงข้อมูลการใช้งานของท่านได้ ท่านสามารถเลือกที่จะปิดการบันทึกการใช้งานผ่านเครื่องมือของ Google ทาง https://marketingplatform.google.com/about/analytics/

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Growthbook ท่านสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Growthbook ได้ทางเว็บไซต์ https://www.growthbook.io/legal/privacy-policy/01-01-2020

12. การใช้ข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์เดิม
ในกรณีที่บริษัท เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ก่อนวันที่ กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลมีผลใช้บังคับ บริษัทจะเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อไปตามวัตถุประสงค์เดิม ซึ่งท่านมีสิทธิยกเลิกความยินยอมเมื่อใดก็ได้ โดยติดต่อมายังบริษัทผ่านการ กรอกแบบฟอร์มขอถอนความยินยอม


13. ช่องทางการติดต่อ
บริษัท ได้มอบหมายให้ นายวโรดม กสิโอฬาร เป็นผู้ประสานงานเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลมีข้อสงสัยใด ๆ หรือต้องการใช้สิทธิตามที่กำหนดไว้ในนโยบายนี้ ผ่านช่องทาง ดังนี้

เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer)

  • อีเมล : dpo@flowaccount.com
  • ที่อยู่ : 141/12 ชั้น 11 ยูนิต 12บี อาคารชุด สกุลไทย สุรวงศ์ ทาวเวอร์ ถนนสุรวงศ์ แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร

14. การทบทวนนโยบาย
บริษัทอาจปรับปรุงเปลี่ยนแปลง หรือแก้ไขเพิ่มเติมนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้เป็นครั้งคราว เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด โดยบริษัทจะประกาศแจ้งการเปลี่ยนแปลงให้ท่านทราบผ่านช่องทางที่เว็บไซต์ และ/หรือแพลตฟอร์มของบริษัท

ปัจจุบัน นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลถูกทบทวนครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569