บริษัท จดภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ดีหรือเปล่า?

 

จดภาษีมูลค่าเพิ่ม

 

“บริษัทของผม จดภาษีมูลค่าเพิ่ม (Vat) ดีไหม”

เป็นอีกหนึ่งในคำถามที่พบได้บ่อย ๆ ในหมู่เจ้าของกิจการที่เพิ่งเริ่มต้น ซึ่งคำถามนี้จริง ๆ แล้วจะเราสามารถมองคำตอบได้ 2 ทางด้วยกันคือ ในแง่ของกฎหมาย และทางปฏิบัติครับ

 

การจดภาษีมูลค่าเพิ่ม ในด้านกฎหมาย

หากดูตามกฎหมายแล้ว บริษัทที่มีรายได้ต่อปีเกิน 1.8 ล้านบาทจะต้องไปจดเข้าระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม กับทางกรมสรรพากร ซึ่งตรง 1.8 ล้านนี้จะเป็นส่วนของรายได้นะครับไม่ใช่ส่วนของกำไร ดังนั้นถ้าเรามีรายได้ใกล้ ๆ 1.8 ล้านบาท แล้วก็ควรจะรีบไปจดภาษีมูลค่าเพิ่มเช่น ตอนนี้ก็เข้าช่วงกลางปีแล้ว เรามีรายได้เข้ามา 1.4 ล้านกว่าบาทและคาดว่าจะเกิน 1.8 ล้านบาทภายในสิ้นปี ทางเราก็แนะนำให้ไปจดภาษีมูลค่าเพิ่มรอไว้เลยครับ

 

การจดภาษีมูลค่าเพิ่ม ในด้านทางปฎิบัติ

จริง ๆ แล้วบริษัทอาจจะมีความจำเป็นทางอ้อมที่จะต้องจดภาษีมูลค่าเพิ่มทันที แม้จะมีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาท เพราะลูกค้าเจ้าใหญ่ ๆ ส่วนมาก มักจะคาดหวังว่าคู่ค้าของเขาจะจด VAT ด้วยเช่นกัน เพราะนอกจากเราจะสามารถนำภาษีซื้อไปหักลบกับภาษีขายได้แล้ว การจดภาษีมูลค่าเพิ่มเองก็จะทำให้ทางบริษัทดูมีความน่าเชื่อถือเพิ่มขึ้นอีกขั้นหนึ่งด้วย (ในบทความหน้าเราจะมาอธิบายเพิ่มเติมเรื่องภาษีซื้อนะครับ)

 

จดภาษีมูลค่าเพิ่ม

 

แล้วการจดเข้าระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม (Vat) จะส่งผลกระทบต่อการทำงานของเราอย่างไรบ้าง?

การเข้าระบบภาษีมูลค่าเพิ่มนั้นจะทำให้บริษัทมีงานทางด้านบัญชีที่เพิ่มขึ้นและมีค่าใช้จ่ายทางด้านบัญชีที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน คือ ต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับ กรมสรรพากรภายในวันที่ 14 ของทุกเดือน โดยการนำส่งส่วนต่างระหว่างภาษีขายกับภาษีซื้อ (หากภาษีซื้อมากกว่าภาษีขาย ผู้ประกอบการสามารถขอคืนได้)

 

ตัวอย่างเช่น

  • เดือนมกราคม มีรายได้ 96,300 บาท (90,000 บาท + ภาษีมูลค่าเพิ่ม 6,300 บาท)
  • 6,300 บาทคือภาษีมูลค่าเพิ่มที่เราทำหน้าทีเก็บเงินแทนรัฐ และต้องนำส่งให้กรมสรรพากรเต็มจำนวน 6,300 บาท หากไม่ได้มีการซื้อสินค้าใด ๆ ในเดือนนั้น ๆ
  • หากซื้อสินค้าที่สามารถเป็นรายจ่ายได้จริง(ไม่ใช่ภาษีซื้อต้องห้าม) ก็จะสามารถนำภาษีซื้อในส่วนนั้นมาหักลบกับภาษีขายได้
  • เช่นมีการซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์มาใช้ในสำนักงานราคา 20,000 บาท (20,000 + ภาษีมูลค่าเพิ่ม 1,400 บาท) เราจะสามารถนำ 1,400 บาทไปหักลบกับภาษีขายได้นะครับ
  • โดยภาษีขาย 6,300 – ภาษีซื้อ 1,400 = 4,900 บาท เป็นยอดภาษีที่ต้องนำส่งกรมสรรพากร (แบบคร่าวๆนะครับ ยังไม่รวมถึง credit ภาษีที่มีค้างอยู่กับกรมสรรพากร)
  • ข้อควรระวังคือ ไม่ใช่ว่าการซื้อสินค้าทุกรายการจะสามารถนำมาใช้เป็นภาษีซื้อได้นะครับ เพราะมีหลายต่อหลายรายการเป็นภาษีซื้อต้องห้าม ทางเราจึงแนะนำให้ปรึกษาสำนักงานบัญชีแล้วให้สำนักงานบัญชีเป็นผู้คำนวณและยื่นภาษีให้แทน เพื่อลดข้อผิดพลาดในส่วนนี้ครับ

 

จะเห็นได้ว่าการจดภาษีมูลค่าเพิ่มนั้นทำให้มีงานที่เพิ่มขึ้นมาอีกหลายส่วน รวมถึงค่าทำบัญชีและยื่นภาษีรายเดือนของสำนักงานบัญชีอีกด้วยครับแต่เราก็ไม่ควรท้อนะครับเพราะสุดท้ายหากเรารายได้เกิน 1.8 ล้านบาทก็ต้องเข้าระบบอยู่ดีครับ และหากเรามองไปรอบ ๆ ธุรกิจส่วนใหญ่ก็จดภาษีมูลค่าเพิ่มกันทั้งนั้น และ เราทุกคนก็มีความฝันที่ว่าบริษัทเราจะมีรายได้ที่มากกว่า 1.8 ล้านบาทแน่นอน เพราะฉะนั้น เลือกเวลาให้ดี ให้ถูกต้อง และจดภาษีมูลค่าเพิ่มอย่างสบายใจได้เลยครับ

 

และหากต้องการจดภาษีมูลค่าเพิ่ม จริงๆแล้วสามารถทำเองก็ได้นะครับ แต่หากไม่มีเวลา ทางทีมงาน FlowAccount แนะนำให้ติดต่อสำนักงานบัญชีเพื่อให้ทางสำนักงานไปทำการจดภาษีมูลค่าเพิ่มให้ ซึ่งใช้เวลาไม่นานเพราะสำนักงานบัญชีทำงานด้านนี้เป็นประจำอยู่แล้วครับ

 

ติดตามเรื่องราวอื่นๆของ FlowAccount.com ได้ที่

มั่นใจด้วยผู้ประกอบการกว่า 40,000 ราย
ที่ใช้โปรแกรมบัญชี คลาวด์ ของเราเริ่มต้นธุรกิจ สมัครเลย!

You may also like